เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
KTB ไตรมาส 2 กำไรสุทธิโต 9% ครึ่งปีกวาด 24,562 ล้าน “Wealth-ตลาดเงินตลาดทุน” หนุนรายได้
Finance KTB ไตรมาส 2 กำไรสุทธิโต 9% ครึ่งปีกวาด 24,562 ล้าน “Wealth-ตลาดเงินตลาดทุน” หนุนรายได้
แบงก์กรุงเทพ กำไร 6 เดือนแรกปี’69 ลดลง 16.2% ตามรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ
Finance แบงก์กรุงเทพ กำไร 6 เดือนแรกปี’69 ลดลง 16.2% ตามรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ
ฉลอง 3 ปีศูนย์สุขภาพ SIRIRAJ H SOLUTIONS ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 6 แสนราย
Business ฉลอง 3 ปีศูนย์สุขภาพ SIRIRAJ H SOLUTIONS ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 6 แสนราย
ศุภาลัย ปักหมุดสุพรรณบุรี จังหวัดที่ 30 ทุ่ม 2 พันล้าน เปิด ‘ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์’
Real Estate ศุภาลัย ปักหมุดสุพรรณบุรี จังหวัดที่ 30 ทุ่ม 2 พันล้าน เปิด ‘ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์’
CREDIT กำไรครึ่งปีแรกกว่า 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ดอกเบี้ย-สินเชื่อ SME โตสวนตลาด
Finance CREDIT กำไรครึ่งปีแรกกว่า 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ดอกเบี้ย-สินเชื่อ SME โตสวนตลาด
ออมสิน เปิดกู้สินเชื่อ ‘ออมสินสร้างอาชีพ’ ช่วยคนตัวเล็ก สูงสุดรายละ 5 หมื่น พร้อมดอกเบี้ยต่ำ
Finance ออมสิน เปิดกู้สินเชื่อ ‘ออมสินสร้างอาชีพ’ ช่วยคนตัวเล็ก สูงสุดรายละ 5 หมื่น พร้อมดอกเบี้ยต่ำ
2 กูรูเศรษฐกิจ KKP ‘ศุภวุฒิ-พิพัฒน์’ เตือนรับมือความเสี่ยง AI ชี้กระแสลงทุนอาจแบกตลาดได้อีกแค่ 2-3 ปี
Finance 2 กูรูเศรษฐกิจ KKP ‘ศุภวุฒิ-พิพัฒน์’ เตือนรับมือความเสี่ยง AI ชี้กระแสลงทุนอาจแบกตลาดได้อีกแค่ 2-3 ปี
กยศ. เตือนผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบก่อนชำระหนี้ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกโอนเงิน
Finance กยศ. เตือนผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบก่อนชำระหนี้ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกโอนเงิน
เอกนิติ มองเงินลงทุนไหลเข้าไทย ใช้ BOI to IPO ดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย
Finance เอกนิติ มองเงินลงทุนไหลเข้าไทย ใช้ BOI to IPO ดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย
ขนส่งเปิดสถิติรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศพุ่ง 45 ล้านคัน เฉพาะรถ EV แตะ 1.2 ล้านคัน
Economic ขนส่งเปิดสถิติรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศพุ่ง 45 ล้านคัน เฉพาะรถ EV แตะ 1.2 ล้านคัน
ดูทั้งหมด

เยียวยาเต็มสูบ! คปภ.เร่งประกันจ่ายสินไหม ผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต

06 ก.ค. 2561 | 20:16น.
คปภ. เยียวยาด้านประกันภัยเต็มสูบ !! เร่งประสาน บ.ประกันภัย จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ประสบภัยเรือล่ม จังหวัดภูเก็ต

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 เวลา 17.45 น. ได้เกิดเหตุเรือโดยสารบรรทุกนักท่องเที่ยวชาวจีนล่ม จำนวน 3 ลำ คือ เรือฟีนิกซ์ เรือเซเรนาต้า และเรือเจ็ทสกี ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากเกาะเฮและเกาะราชา เพื่อไปยังท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เหตุเกิดบริเวณแหลมโม่ง ห่างจากเกาะเฮและเกาะราชาประมาณ 2 ไมล์ทะเล อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บรวม 70 ราย มีผู้สูญหายจากเรือฟีนิกซ์ จำนวน 40 ราย และเสียชีวิตจำนวนมาก

จากการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต พบว่าเรือทั้ง 3 ลำ ดังกล่าว ได้มีการทำประกันภัยไว้ดังนี้

1. เรือฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นเรือของบริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ใบอนุญาตใช้เรือเลขที่ ‭6000-02210‬ ได้ทำประกันภัยผู้โดยสารเรือสำหรับโดยสาร ไว้กับ บริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ 170001/P006003400 เริ่มความคุ้มครองวันที่ 18 สิงหาคม 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 18 สิงหาคม 2561 โดยให้ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ (สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง) จำนวน 100,000 บาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน

2. เรือเซเรนาต้า ซึ่งเป็นเรือของบริษัท ทีซีจี ยอชท์ สิมิลัน จำกัด ใบอนุญาตใช้เรือเลขที่ ‭6054-02588‬ ได้ทำประกันภัยผู้โดยสารสำหรับโดยสารไว้กับ บริษัท ไทยพัฒนาประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ MUP-111-6011-0136 เริ่มความคุ้มครองวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 โดยให้ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ (สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง) จำนวน 100,000 บาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน

ทั้งนี้ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 73 (พ.ศ.2549) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 กำหนดให้เจ้าของเรือหรือผู้ประกอบการเดินเรือสำหรับโดยสารต้องจัดให้มีการประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสาร ดังนั้น ผู้โดยสารทุกคนภายในเรือที่ประสบภัยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะได้รับความคุ้มครองจากการทำประกันภัย

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. ภาค 9 และสำนักงาน คปภ.จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย และให้ประสานงานเบื้องต้นกับบริษัทผู้รับประกันภัยเกี่ยวกับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ (สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง) จะได้รับความคุ้มครองเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาล เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ สำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต และสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสำนักงาน คปภ. เร่งรัดให้บริษัทฯ ดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว

“สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจะเห็นว่าผู้ประสบภัยที่มีการทำประกันชีวิตและการประกันภัยภัยจะได้รับความคุ้มครองจากการทำประกันภัย จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ความสำคัญและหันมาทำประกันภัยกันให้มากขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เพราะหากเกิดความเสียหายจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ระบบประกันภัยจะช่วยเหลือบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ในส่วนของผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสาธารณะก็จะต้องทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนดและหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุกรมธรรม์ด้วย เพื่อต่ออายุกรมธรรม์ให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันภัยตลอดเวลา” เลขาธิการ คปภ.กล่าว