Skip to content

ดร.สันติธาร แชร์มุมมอง Longevity Economy : ชีวิตยาวขึ้น แต่วัยทำงานกลับสั้นลง

20 ส.ค. 2568 | 13:20น.
ดร.สันติธาร แชร์มุมมอง Longevity Economy : ชีวิตยาวขึ้น แต่วัยทำงานกลับสั้นลง

ดร.สันติธาร แชร์มุมมอง Longevity Economy อีกมุมที่หลายคนอาจมองข้าม ในยุคที่ประเด็น “เกษียณก่อนวัย” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า “หรือเรากำลังมีวัยทำงานที่สั้นลงในชีวิตที่ยาวขึ้น ?”

ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์แชร์มุมมอง Longevity Economy ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สันติธาร เสถียรไทย ระบุว่า โอกาสจากชีวิตที่ยาวขึ้น หลายท่านคงได้อ่านเรื่องความท้าทายของสังคมสูงวัยบ่อยแล้ว แถมยังมีประเด็นเรื่อง “เกษียณก่อนวัย” ขึ้นมาให้ชวนขนลุกอีกว่า “หรือเรากำลังมีวัยทำงานที่สั้นลงในชีวิตที่ยาวขึ้น ?” วันนึ้เลยอยากลองชวนมองมุมบวกให้เห็นอีกด้านของเรื่องนี้ด้วย

เพราะผมเพิ่งได้อ่านบทความ “The Longevity Dividend” ของอาจารย์ Andrew Scott ในวารสารของ IMF ที่สะท้อนภาพตรงกันข้ามของโลก ว่าคนเรากำลังมีชีวิตทำงานที่ยาวขึ้น และเทรนด์นี้ก็เป็นโอกาสสำคัญอีกด้วย

• ในยุโรป ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา กว่า 90% ของการเติบโตของแรงงานมาจากคนอายุ 50 ปีขึ้นไป
• ในญี่ปุ่นเองเทรนด์ก็ชี้ว่า คนรุ่นผู้ใหญ่ไม่ใช่เป็นแต่ภาระ แต่คือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นี่คือสิ่งที่ Scott เรียกว่า Longevity Dividend หรือ “เงินปันผลจากชีวิตที่ยืนยาว” แต่ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ มีสามเรื่องที่ต้อง “พลิกแนวคิด”

1.สุขภาพ : ลงทุนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แก้เมื่อแก่

ไทยกำลังเข้าสู่ “สังคมสูงวัยสมบูรณ์” (Super-aged society) ในเร็ววันนี้ แต่ปัญหาคือ หลายคนป่วย NCDs เช่น เบาหวาน ความดัน ตั้งแต่วัยกลางคน นั่นแปลว่าสุขภาพไม่ควรเป็นเรื่อง “แก้เมื่อแก่” แต่ต้องลงทุนตั้งแต่วัยเด็กและวัยหนุ่มสาว ผ่านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการป้องกันโรค เทรนด์โลกสะท้อนแล้ว :

• Gen Z และ Millennials ใช้จ่ายด้านฟิตเนสมากกว่าบูมเมอร์ 2-3 เท่า
• ตลาด nutraceuticals & functional food รวมถึง anti-aging products กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
สุขภาพที่ดีไม่เพียงทำให้ชีวิตมีคุณภาพ แต่ยังช่วยลดต้นทุนสาธารณสุขในระยะยาว

2.การศึกษา : ไม่ใช่เรื่องของเด็กเท่านั้น

ในโลกที่ความรู้เปลี่ยนเร็ว คนอายุ 50-60 ต้องเรียนรู้ใหม่ไม่แพ้เด็กวัย 20 หลายประเทศจึงสร้างระบบ reskill/upskill สำหรับผู้ใหญ่ โดยเทคโนโลยีก็เป็นตัวช่วยเสริมด้านนี้ได้ (แต่ไม่ควรแทนที่การรีสกิลทั้งหมด)

• AI ทำให้ผู้สูงอายุเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น
• แพลตฟอร์มออนไลน์เปิดโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาได้ทุกที่ทุกเวลา การศึกษาจึงไม่ใช่เรื่องของเด็กอีกต่อไป แต่คือเส้นทาง lifelong learning

3.งาน : Redesign ชีวิตการทำงาน

ระบบงานแบบเดิมคือทำเต็มเวลา → เกษียณ → ตัดขาดจากโลกของงาน แต่นี่ไม่เหมาะกับชีวิตที่ยืนยาวขึ้นอีกแล้ว สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือ :

• งานพาร์ตไทม์หลังเกษียณ
• บทบาทที่ใช้ประสบการณ์ เช่น โค้ช ที่ปรึกษา ครู
• องค์กรออกแบบเส้นทางงานที่มี “หลายบท” ในชีวิตคนหนึ่งคน ไม่ใช่มีบทเดียวจากเริ่มทำงาน-เกษียณแล้วจบ

Longevity Economy สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ได้มากมายเช่นกัน และประเทศไทยอาจมีศักยภาพที่จะคว้าตรงนี้ได้ โดยใช้จุดแข็งด้านสุขภาพ บริการ อาหาร การท่องเที่ยว :

• Med & Wellness Tourism : ศูนย์กลางสุขภาพ ความงาม และจิตใจระดับโลก
• Care Economy : ธุรกิจดูแลผู้สูงวัย (care home, care tech, wearable) ที่โตเร็ว
• Silver Lifestyle : สินค้าเพื่อสุขภาพ การเงิน เมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงวัย
• Anti-aging : คลินิกและเทคโนโลยีชะลอวัยที่โตเร็วในสหรัฐ-ยุโรป กำลังจะเข้ามาในเอเชีย และจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในไทยเองด้วย

ที่สำคัญการลงทุนพัฒนาด้านนี้ให้ดี ยังไงก็ได้ใช้ เพราะแม้สมมติว่าขาย-ส่งออกบริการนี้สู่โลกไม่ได้ คนไทยก็ได้ใช้อยู่ดี

กลับมาเรื่องกระแสการพูดคุย เรื่อง “เกษียณก่อนวัย” หวังว่านี่จะไม่กลายเป็นเทรนด์หลักของประเทศ
เพราะเทรนด์โลกกำลังบอกเราอีกทาง ว่าคนรุ่นผู้ใหญ่ยังเป็นทั้งกำลังแรงงาน และกำลังซื้อที่สำคัญ
โอกาสของประเทศอยู่ที่การออกแบบให้คนเลือกทำงานต่อได้ในแบบที่ต้องการ อย่างมีคุณค่าและมีชีวิตชีวา

ซึ่งก็จะกลับมามีผลดีกับสุขภาพกายและใจด้วย “จุดจบของงานหนึ่ง” ไม่เป็น “จุดจบของชีวิตการทำงาน”
แต่ควรเป็นการเริ่มต้นการเดินทางใหม่อีกครั้ง เหมือนกับการศึกษา ที่ทุกวันนี้ไม่ได้มีคำว่า “เรียนจบ” จริง ๆ
แต่คือการเริ่มต้นของการเรียนรู้ครั้งใหม่เสมอ ดังคำพูดหนึ่งที่บอกว่า

ศตวรรษที่ 20 โลกยุ่งกับในการ “ยืดวันเวลาให้ชีวิต”
ศตวรรษที่ 21 อาจกลายเป็นโจทย์หาทาง “ใส่ชีวิตให้กับวันเวลาที่ได้มา”

นี่อาจจะเป็นโจทย์สำคัญของไทยเช่นกัน และเป็น “โอกาส” ใน “วิกฤต” ของสังคมสูงวัย ที่ประเทศไม่ควรมองข้าม