เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
Politics คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
News สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
Finance ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
Business จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
Finance ‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
Politics สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
Finance SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
Real Estate แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
“ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
Finance “ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
ดูทั้งหมด

รัฐบาลอนุมัติงบกลาง 1,700 ล้าน เร่งช่วยเหลือผู้อพยพชายแดนไทย-กัมพูชา

29 ส.ค. 2568 | 10:00น.
รัฐบาลอนุมัติงบกลาง 1,700 ล้าน เร่งช่วยเหลือผู้อพยพชายแดนไทย-กัมพูชา

รัฐบาลอนุมัติงบกลาง 1,700 ล้าน เร่งช่วยเหลือผู้อพยพชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างหลุมหลบภัย-หอกระจายข่าว เสริมความมั่นคงพื้นที่ชายแดน

หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัดอย่างรุนแรง รัฐบาลได้เร่งมือแก้ไขปัญหาด้วยงบประมาณจากงบกลางกว่า 1,700 ล้านบาท พร้อมมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมทั้งการเยียวยาเร่งด่วนและการเตรียมความพร้อมระยะยาว

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่เหตุการณ์เริ่มต้น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องโดยขยายวงเงินทดรองจ่ายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดละ 100 ล้านบาททันที ซึ่งปัจจุบันมียอดเบิกจ่ายแล้วกว่า 198 ล้านบาท ใช้ในการสนับสนุนการอพยพ บริหารศูนย์พักพิง ซ่อมแซมหลุมหลบภัย และการส่งประชาชนกลับบ้าน

นอกเหนือจากการช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว รัฐบาลยังได้อนุมัติมาตรการเพิ่มเติม 4 ด้านที่สำคัญ ประกอบด้วย การอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด 10 ล้านบาท การงดเว้นค่าสาธารณูปโภค 2 เดือน การระดมซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย และการจ่ายเบี้ยเลี้ยงอาสาปฏิบัติงาน (ชรบ.) ในอัตรา 120-240 บาทต่อวัน

ความคืบหน้าล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการช่วยเหลือเพิ่มเติม 2 โครงการสำคัญ โครงการแรกเป็นเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการกระทำของกองกำลังภายนอกประเทศ ซึ่งจะจ่ายรายครัวเรือนในอัตรา 2,000 บาทสำหรับผู้อพยพไม่เกิน 7 วัน และ 5,000 บาทสำหรับผู้อพยพตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป โดยจ่ายผ่านระบบพร้อมเพย์เป็นเงินสดตรงถึงมือประชาชน งบประมาณรวม 1,516 ล้านบาท

โครงการที่สองมุ่งเน้นการเสริมสร้างความมั่นคงระยะยาวด้วยการสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย 779 แห่ง พร้อมทั้งซ่อมแซมและสร้างหอกระจายข่าว 221 แห่งในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้งบประมาณ 194 ล้านบาท

“ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านสบายใจว่า รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเต็มที่มาโดยตลอด เพื่อให้พี่น้องกว่า 4,000 หมู่บ้านใน 7 จังหวัดกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และจะพยายามอย่างเต็มที่ต่อไป เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือในมิติต่างๆ ให้ถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด” นายชนินทร์กล่าวทิ้งท้าย

มาตรการช่วยเหลือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในด้านการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าและการสร้างความมั่นคงระยะยาว เพื่อให้ชาวชายแดนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติและมีความปลอดภัยในอนาคต