เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ดูทั้งหมด

Thailand OS 1.0 ถอดรหัส ‘บั๊ก’ ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยไปไม่สุด

19 ก.ย. 2568 | 08:43น.
Electronic Circuit Board

Electronic Circuit Board

คอลัมน์ : นอกบท
ผู้เขียน : ศรัณย์วุฒิ ตรรกพงศ์ 
        ที่ปรึกษาอาวุโสธนาคารโลก [email protected]

เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปรียบได้กับคอมพิวเตอร์ที่มีฮาร์ดแวร์ทรงพลัง แต่กลับทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ เพราะขับเคลื่อนด้วย “ระบบปฏิบัติการ” (Operating System) ที่ล้าสมัย แม้จะมีความพยายามอัดฉีดงบประมาณ (เหมือนการเพิ่ม RAM) เพื่อกระตุ้นระบบอย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นการทำงานที่เชื่องช้า (Lag) และตามหลังเครื่องอื่น ๆ ในภูมิภาค

สภาวะ “ไปไม่สุด” นี้ไม่ได้เกิดจากฮาร์ดแวร์ที่ขาดศักยภาพ แต่เกิดจาก Operating System ของประเทศที่เป็นแนวการดำเนินการของภาครัฐและระบบเศรษฐกิจที่ล้าหลัง ซึ่งกำลังทำให้ระบบแฮงและสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปอย่างช้า ๆ หากต้องการแก้ไขปัญหาของประเทศนั้น เราต้องการกรอบการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้งกว่าการมองแค่ตัวเลข GDP และจำเป็นต้องเริ่มจากการหา “บั๊ก” ของระบบนี้ให้พบ

หนังสือ Why Nothing Works ของ Marc J. Dunkelman นักคิดที่ Brown University อธิบายข้อจำกัดที่ฝังลึกในภาครัฐ นั่นคือ รัฐพร่ำพิธี (Process-Obsessed State) ที่มี “Veto-Cracy” ซึ่งเป็นระบบที่ทุกการตัดสินใจต้องผ่านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมากเกินความจำเป็น แต่ละกลุ่มมีอำนาจในการคัดค้านหรือทำให้กระบวนการล่าช้าออกไป

ผลลัพธ์คือ ความเฉื่อยชาเชิงสถาบัน โครงสร้างและกฎระเบียบ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุล ได้ขยายตัวและซับซ้อนขึ้นจนทำให้เกิดภาวะที่การตัดสินใจที่จะ “หยุด” หรือ “ชะลอ” โครงการต่าง ๆ ทำได้ง่ายกว่าการ “สร้าง” หรือ “ริเริ่ม” สิ่งใหม่ ๆ ขึ้น สภาวะดังกล่าวเปรียบเสมือน “บั๊ก” ในระบบ

หนังสือ Abundance โดย Ezra Klein และ Derek Thompson ซึ่งเป็นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของ The New York Times ชี้ว่าเรามักให้ความสำคัญกับ “ฝั่งอุปสงค์” (Demand-Side) มากเกินไป เช่น การกระตุ้นการใช้จ่าย การแจกเงินเพื่อหวังผลระยะสั้น เป็นต้น แต่มองข้ามหัวใจที่แท้จริงของความมั่งคั่ง นั่นคือ “ฝั่งอุปทาน” (Supply-Side) หรือก็คือความสามารถของประเทศในการผลิตและส่งมอบสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ

เมื่อผนวกแนวคิดของหนังสือ 2 เล่มเข้าด้วยกัน ระบบปฏิบัติการของประเทศ หรือ “Thailand OS 1.0” จึงมีปัญหาหลัก 2 ชั้น : (1) ระบบที่เฉื่อยชาของ Process-Obsessed State ทำให้โครงการลงทุนที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศที่เปรียบเหมือน “ซอฟต์แวร์อัพเดต” เช่น การปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อเปิดเสรีทางการค้าและบริการ การปฏิรูประบบการศึกษา เป็นต้น

ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ความล่าช้า และต้นทุนที่บานปลาย จนหมดแรงขับเคลื่อนไปในที่สุด และ (2) ระบบทำให้เราชินกับการบริหารความขาดแคลน ให้ความสำคัญกับ “ฝั่งอุปสงค์” (Demand-Side) มากเกินไป เช่น การกระตุ้นการใช้จ่าย การแจกเงินเพื่อหวังผลระยะสั้น เป็นต้น แต่มองข้ามหัวใจที่แท้จริงของความมั่งคั่ง นั่นคือ “ฝั่งอุปทาน” (Supply-Side) หรือก็คือความสามารถของประเทศในการผลิตและส่งมอบสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาดในที่ราคาเข้าถึงได้ โครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ระบบการศึกษาที่สร้างทักษะแห่งอนาคต หรือการให้บริการสาธารณสุขที่ทั่วถึง

จากกรอบความคิดนี้ “Veto-Cracy” คือ “บั๊ก” ในระบบปฏิบัติการที่ขัดขวางการทลายข้อจำกัดฝั่งอุปทาน และยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การติดตั้งแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ ที่เป็นเครื่องผลักดันเศรษฐกิจแห่งอนาคต ทุกความล่าช้าดังกล่าวนั้น มีต้นทุนแฝงอยู่ ซึ่งก็คือ “ภาษีแห่งความเฉื่อยชา” ที่ผู้ใช้งานในประเทศทุกภาคส่วนต้องร่วมกันจ่ายโดยไม่รู้ตัว ภาษีนี้ไม่ได้ปรากฏในเอกสารงบประมาณ แต่สะท้อนผ่านโอกาสที่หายไป Productivity ที่หยุดนิ่ง และประสิทธิภาพของระบบที่ลดลง อาการ “จอฟ้า” ของระบบนี้ปรากฏชัดในหลายส่วนสำคัญ

1.ประเทศไทยมีฮาร์ดแวร์ (แสงแดด) แต่การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดกลับเชื่องช้า ซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่กฎระเบียบการขอใบอนุญาตที่ซับซ้อน การเข้าถึงโครงข่ายสายส่งที่ไม่เปิดกว้าง และโครงสร้างตลาดที่จำกัดการแข่งขัน ทำให้เราต้องบริหาร “ความขาดแคลนเทียม” (Artificial Scarcity) ของพลังงานสะอาดราคาถูก ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการผลิตขั้นสูง เข่น Data Center เป็นต้น

2.โครงการ EEC เปรียบเหมือนการพยายามติดตั้งซอฟต์แวร์แพ็กเกจขนาดใหญ่ แต่เมื่อต้องเผชิญกับระบบปฏิบัติการเดิม กลับต้องเผชิญกับความล่าช้าในการอนุมัติและ “โปรโตคอล” ต่าง ๆ ในโลกของการลงทุน เวลาคือเงิน การอนุมัติและผลักดันโครงการที่ล่าช้าซ้ำซาก ไม่เพียงแต่ทำให้การติดตั้งเริ่มต้นช้า แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน และลดทอนประสิทธิภาพของโครงการในระยะยาว

3.นวัตกรรมจะเบ่งบานได้ดีที่สุดในระบบที่เปิดกว้าง แต่ในไทย หลายตลาดยังถูกครอบงำโดย “แอดมิน” ไม่กี่รายที่ได้รับการปกป้องด้วย “ไฟร์วอลล์” (Firewall) ที่กีดกันผู้ใช้ใหม่ แอดมินใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ในการขัดขวางการอัพเดต “กฎ” ที่จะนำไปสู่การแข่งขันที่มากขึ้น ทำให้บริษัทขนาดใหญ่ทำตัวเสมือนโปรแกรมเก่าที่ขาดแรงจูงใจในการพัฒนาและอัพเดตตัวเอง ขณะที่ “สตาร์ตอัพ” ที่มีศักยภาพกลับไม่สามารถเข้าถึงระบบได้

ตัวอย่างที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาดที่ถูกแช่แข็ง โครงสร้างพื้นฐานที่ติดตั้งไม่สมบูรณ์ หรือกำแพงที่กีดกันผู้เล่นหน้าใหม่ ล้วนไม่ใช่ “บั๊ก” เฉพาะจุด แต่เป็นอาการที่เชื่อมโยงกันของระบบปฏิบัติการที่ล้าสมัย

บทเรียนจาก Why Nothing Works และ Abundance ชี้ให้เห็นความจริงที่น่าอึดอัดว่า “บั๊ก” ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยไปไม่สุดนั้น ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับจูนเพียงเล็กน้อย เพราะมันคือข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของ Thailand OS 1.0 ที่ให้รางวัลกับการอยู่นิ่ง ๆ มากกว่าการสร้างสรรค์ และลงโทษผู้ที่พยายามริเริ่มสิ่งใหม่ด้วย “ภาษีแห่งความเฉื่อยชา”

ทางออกจึงไม่ใช่การพยายามซ่อมแซมระบบเดิม แต่คือการยอมรับว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้อง “อัพเกรด” ไปสู่ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปลดปล่อยศักยภาพของประเทศไทยและคนไทย และรองรับแอปพลิเคชั่นแห่งอนาคต นั่นคือภารกิจของการติดตั้ง “Thailand OS 2.0”

ความเห็นและข้อวิเคราะห์ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียน ไม่ได้สะท้อนท่าทีหรือจุดยืนของธนาคารโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นวัตกรรม เศรษฐกิจไทย