เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สรุปสเป็ก “iPhone 17 Pro” มีส่วนไหนที่ต่างกับ iPhone 16 Pro บ้าง ?

18 ก.ย. 2568 | 08:20น.
iPhone 17 Pro

iPhone 17 Pro

เป็นที่ทราบกันดีว่า Apple Event ในเดือน ก.ย. ของทุกปี จะมาพร้อมกับการเปิดตัว “iPhone” รุ่นใหม่ ซึ่งปีนี้เดินทางมาถึง “iPhone 17” แล้ว

แม้ดีไซน์ภายนอกของซีรีส์ iPhone 17 จะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบ Major Change หรือ “ยกเครื่อง” ขนานใหญ่ แต่สำหรับรุ่น “Pro/Pro Max” ที่มีภาพจำเรื่องความเรียบหรู โทนสีติดแกลม กลับมีการเพิ่มโทนสีฉูดฉาดอย่าง “Cosmic Orange” ที่สาวกแอปเปิลชาวไทยเรียกกันเล่น ๆ ว่า “ส้มชาไทย” เข้ามา เพื่อสร้างภาพจำใหม่ว่า “ใช้รุ่น Pro ก็สนุกได้”

นอกจากเรื่อง “สี” แล้ว iPhone 17 Pro/Pro Max มีการอัพเกรดอะไรบ้าง และต่างกับ iPhone 16 Pro/Pro Max อย่างไร ? “ประชาชาติธุรกิจ” ขอพาทุกคนไปสำรวจในบทความนี้พร้อม ๆ กัน

iPhone 17 Pro

iPhone 17 Pro/Pro Max เป็น iPhone รุ่นแรกที่มีการประกอบเครื่องแบบ “Unibody” หรือทุกชิ้นส่วนรวมเป็นชิ้นเดียวกัน ตัวเครื่องใช้อะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ ประกอบกับ Apple มีการออกแบบเทคโนโลยี Vapor Chamber มาช่วยกระจายความร้อนจากการทำงานของชิป ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ๆ

ในส่วนของชิปประมวลผล iPhone 17 Pro/Pro Max ใช้ชิป A19 Pro ที่มีประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องดีขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ภายในประกอบด้วย CPU แบบ 6-core และ GPU แบบ 6-core มาพร้อมตัวเร่งความเร็วนิวรอลที่ผสานรวมอยู่ใน GPU แต่ละคอร์ พร้อมแคชที่ใหญ่ขึ้น และหน่วยความจำที่มากกว่า A18 Pro อีกทั้งยังถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับ Neural Engine แบบ 16-core เพื่อขับเคลื่อนการประมวลผลโมเดล AI

จอภาพของรุ่น Pro มีขนาด 6.3 นิ้ว และ Pro Max 6.9 นิ้ว มาพร้อม ProMotion สูงสุด 120Hz, การแสดงผลแบบ Always On และความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด 3,000 นิต หน้าจอใช้ Ceramic Shield 2 พร้อมการเคลือบผิวแบบใหม่ที่ออกแบบโดย Apple ทำให้ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า และป้องกันการสะท้อนแสงได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ iPhone 17 Pro/Pro Max ต่างกับ iPhone 16 Pro/Pro Max อย่างเห็นได้ชัด คือ “กล้อง” โดยกล้องของ iPhone 17 Pro/Pro Max เป็น Fusion 48MP ทั้งสามตัว ทำหน้าที่เสมือนเลนส์ระดับโปร 8 ตัว มีการซูมแบบออปติคัล 4 เท่าที่ 100 มม. และการซูมแบบออปติคัล 8 เท่าที่ 200 มม. ซึ่งเป็นระยะยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone

ส่วนกล้องหน้าสามารถบันทึกภาพที่ความละเอียดสูงสุด 18MP มาพร้อมเทคโนโลยี Center Stage มีเซ็นเซอร์เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสรุ่นแรกบน iPhone ช่วยเสริมมุมมองภาพให้กว้างขึ้น ทำให้สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนขณะถือ iPhone ในแนวตั้ง ส่วนการถ่ายเซลฟี่เป็นกลุ่ม จะใช้ AI เพื่อขยายมุมมองภาพ เก็บคนให้ครบโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องขยับกล้องกะระยะไปมา

ที่สำคัญ iPhone 17 Pro/Pro Max ยังรองรับการใช้งานฟีเจอร์ Dual Capture ที่สามารถถ่ายวิดีโอกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อมกัน ซึ่งรุ่นก่อนหน้าไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้

iPhone 17 Pro
ฟีเจอร์ Dual Capture บน iPhone 17 Pro

ทั้งนี้ iPhone 17 Pro/Pro Max เปิดตัวมาทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Silver, Cosmic Orange และ Deep Blue รวมถึงเป็นครั้งแรกที่ Apple วางจำหน่ายรุ่น Pro/Pro Max ที่ความจุสูงสุด 2TB ราคาของ iPhone 17 Pro เริ่มต้นที่ 43,900 บาท และ iPhone 17 Pro Max เริ่มต้นที่ 48,900 บาท