อรรถกร เดินหน้าฟื้นท่องเที่ยว ดึงตลาดใหญ่ ปัดฝุ่นโครงการเก่า กระตุ้นศก.ใน 4 เดือน
อรรถกร ศิริลัทธยากร
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เร่งเครื่องฟื้นเศรษฐกิจผ่านท่องเที่ยว ชูแผนสั้น-ยาว ดึงนักท่องเที่ยวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ซาอุฯ กลับไทย พร้อมคืนชีพโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน” เดินหน้าซอฟต์พาวเวอร์-ซีเกมส์โชว์ศักยภาพไทย
เมื่อเวลา 08.39 น. นายอรรถกร ศิริลัทยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เข้ากระทรวงเป็นครั้งแรกและไหว้ศาลพระภูมิ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานว่า แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคท่องเที่ยว ได้วางเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว มุ่งเน้นฟื้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาใกล้ระดับก่อนโควิด ควบคู่กับการออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ
ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนนี้ เราต้องเร่งทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติขยับขึ้น แม้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ต้องเลือกโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพ และหาสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลง เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงจุด จะมุ่งเน้นภารกิจในกรอบ 4 เดือนตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ แต่ไม่ละเลยการวางรากฐาน สำหรับการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะส่งผลในระยะยาว ผมทำงานรับเงินหลวงยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของหลวง ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง
ส่วนแผนระยะสั้นจะเน้นตลาดเป้าหมายสำคัญ หรือประเทศที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวหายไป และหาวิธีดึงกลับคืนมา โดยประเทศที่จะเดินทางไป ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยจะใช้วิธีการใหม่ให้ผู้บริหารระดับสูงเดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นด้วยตนเอง เช่น การเยือนจีนร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเจรจาเรื่องเกษตรและการท่องเที่ยว
สำหรับการไปเยือนจีนครั้งนี้ ไม่ใช่ส่งแค่เจ้าหน้าที่ แต่ต้องเป็นรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าไทยจริงจังกับการดูแลความปลอดภัยและความสะดวกสบายของเขา
“การตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง จะไม่ประกาศเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Mission Impossible เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจนำตัวเลขไปวางแผนแล้วเกิดความเสียหาย ยอมรับความจริงว่าปีนี้นักท่องเที่ยวลดลง และจะพยายามเติมส่วนที่ขาดหายไปกลับมา”
นายอรรถกรกล่าวว่า นอกจากการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะรื้อโครงการที่เคยได้ผลกลับมาใช้ เช่น โครงการลักษณะ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยจะหยิบโครงการที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุดในรอบ 10 ปีมาปรับปรุงใหม่ โดยจะเลือกสิ่งที่เคยสำเร็จ 70-80% มาปรับใช้ ดีกว่าสร้างโครงการใหม่ที่อาจสำเร็จเพียง 10% และหากมีเงินเหลือจากโครงการเก่า จะนำเข้า ครม.เพื่ออนุมัติใช้ต่อไป
สำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นายอรรถกรชี้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะประกาศความพร้อมของไทยต่อเวทีโลก พร้อมยืนยันใช้งบประมาณ 2,055 ล้านบาทอย่างคุ้มค่า หากจำเป็นต้องขอเพิ่มเพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศก็พร้อมดำเนินการ
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าผลักดัน Soft Power ในรูปแบบใหม่ที่ “เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่การบังคับ” และยอมรับว่าการจัดแข่ง F1 ต้องนำมาศึกษาต่อ แต่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเม็ดเงินลงทุนกับความจำเป็นด้านอื่นของประเทศ เมื่อถูกถามว่าอยากให้ประชาชนจดจำการทำงานครั้งนี้อย่างไร
นายอรรถกรกล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องจำผม ขอให้จำว่าประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านกีฬาได้ก็เพียงพอแล้ว”