เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

อีสานกระทบพิษ ศก.-ชายแดน ร้องรัฐขอ 7 มาตรการกระตุ้นใช้จ่าย

05 ต.ค. 2568 | 09:01น.
อีสานกระทบพิษ ศก.-ชายแดน

แม้รัฐบาลอนุทินจะแถลงนโยบายด้านความมั่นคง เร่งแก้ปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ นำความมั่นคงปลอดภัยแก่ประชาชนตามชายแดนโดยเร็ว แต่สถานการณ์ใน 7 จังหวัดชายแดนยังคงอึมครึม โดยเฉพาะ 4 จังหวัดชายแดนภาคอีสานได้ส่งผลกระทบฉิ่งไปยังจังหวัดรอยหลายคนยังหวั่นไหวที่จะเกิดการปะทะขึ้นอีกรอบ ทำให้ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจภาพรวมให้ซบเซาหนัก จากที่โดนพิษเศรษฐกิจกำลังซื้อต่างๆ ชะลอตัวอยู่แล้ว ดังจะเห็นได้จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน กลุ่มจังหวัดอีสาน ตอนล่าง 1 หรือกรอ.จังหวัดในเขตนครชัยบุรินทร์

นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานอาวุโสหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในภาคอีสานทั้งหมดแบบ “เหมาเข่ง” จากที่เศรษฐกิจชะลอตัวอยู่แล้ว เมื่อเกิดเหตุปะทะ กลายเป็นว่าพื้นที่จังหวัดอื่นที่ไม่ได้อยู่ติดชายแดนก็ได้รับผลกระทบทางอ้อมไปด้วย โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนชะลอ ดังนั้น รัฐบาลควรมีนโยบาย และออกมาตรการมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

“ขอนแก่น โคราช เศรษฐกิจซบเซาอยู่แล้ว เมื่อเกิดเหตุปะทะ พื้นที่อีสานถูกเหมาว่าเป็นพื้นที่ชายแดนกัมพูชาทั้งหมด และได้รับผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะด้านการค้า-การลงทุนชะลอ ไม่อยากให้มองแบบนี้ ดังนั้นรัฐควรมีมาตรการออกมาช่วย นอกจากนี้ เมื่อปิดประตูการค้าชายแดนกัมพูชา 4 จังหวัด ซึ่งมีมูลค่าแสนล้านบาท รัฐบาลควรส่งเสริมการค้าขายจังหวัดที่ติดต่อกับประเทศอื่น

โดยเฉพาะ สปป.ลาว ซึ่งยังมีตัวเลขการค้าชายแดนคึกคัก มูลค่าเกือบล้านล้านบาท เช่น หนองคาย มูลค่า 3 แสนล้านบาท มุกดาหาร 2-3 แสนล้านบาท รัฐควรส่งเสริมการค้าชายแดนกับ สปป.ลาว ส่งต่อไปยังเวียดนามและจีนให้มากขึ้น เพื่อชดเชยรายได้จากชายแดนกัมพูชาที่หายไป โดยเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณชายแดนไทย-ลาว ด้านเครื่องมือ เทคโนโลยี เพื่อเปิดช่องให้เกิดการไหลเวียนของสินค้า แก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค” นายสวาทกล่าว

อีสานล่างยื่น 7 ข้อให้รัฐช่วย

นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อสัปดาที่ผ่านมาได้มีการประชุมหารือร่วมกันของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 หรือจังหวัดในเขตนครชัยบุรินทร์ ประกอบไปด้วยจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานการณ์เศรษฐกิจที่ค่อนข้างซบเซา และผลกระทบจากเหตุการณ์การสู้รบในชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งจากการหารือของ กกร.ทั้ง 4 จังหวัด ได้เตรียมนำเสนอ 7 ประเด็นเร่งด่วนเสนอผ่านทางหอการค้าไทย ส่งต่อไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ ประกอบด้วย 1.ขอโครงการ “คนละครึ่งท่องเที่ยวท้องถิ่น” เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นฟื้นฟูการท่องเที่ยว 2.ขอให้เร่งการเบิกจ่ายเงินของภาครัฐลงมาสู่ท้องถิ่น 3.ลดอัตราเรียกเก็บเงินภาษี เช่น ภาษีที่ดิน ภาษีบำรุงท้องถิ่น ภาษีป้าย ภาษีเงินได้ ภาษีเครื่องจักร และให้มหาดไทยสนับสนุนงบประมาณลงมาท้องถิ่นแทน

4.ลดยอดการจ่ายประกันสังคมทั้งนายจ้างและลูกจ้าง 5.ด้านสินเชื่อ ขอให้ธนาคารออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็นนโยบายเดียวกันทั้งประเทศ 6.ขอให้เร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ นครราชสีมา-อุบลราชธานี เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง ส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยวนครชัยบุรินทร์ 7.ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณในการจัดกิจกรรม และจัดสัมมนา การจัดอบรม การท่องเที่ยว มาที่จังหวัดชายแดนมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย

อีสานกระทบพิษ ศก.-ชายแดน

“เศรษฐกิจภาพรวมค่อนข้างซบเซาอยู่แล้ว การจับจ่ายใช้สอยไม่คึกคักเท่าที่ควร ภาวะการแข่งขันที่อยู่ระดับสูง ภาคอุตสาหกรรมในโคราชยังมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้าในภาคเกษตรเกือบทุกตัวปรับลดลง พอเกิดเหตุการณ์ไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ภาคธุรกิจเกิดผลกระทบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ได้รับข้อมูลว่าธุรกิจชะงักทั้งหมด การส่งออกสินค้าปริมาณมาก ๆ ตอนนี้ไม่มีแล้ว

ที่น่าเป็นห่วงในช่วงที่เกิดการสู้รบ คือ ปัญหาแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานหายไปจากระบบ ทำให้ต้องหาแรงงานมาทดแทนมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกภาระค่าจ้างที่สูงขึ้นตาม หากสถานการณ์การจ้างงานยังเป็นแบบนี้ คาดว่าอาจจะเกิดผลกระทบต่อเนื่องถึงปี 2569”

รายงานข่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ใน 20 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 มีจำนวน 1,514 ราย ลดลง 2.89% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียน 2,348 ล้านบาท ลดลง 14.79% ขณะที่การเลิกประกอบกิจการช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 มีจำนวน 413 ราย ลดลง 14.85% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียน 639 ล้านบาท ลดลง 37.51% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ค้าชายแดนกัมพูชาหาย 99.93%

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยตัวเลขการค้าชายแดนเดือนสิงหาคม 2568 เฉพาะไทย-กัมพูชา การค้าชายแดนมีมูลค่ารวม 10 ล้านบาท ลดลง 99.93% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการส่งออก 7 ล้านบาท ลดลง 99.94% และเป็นการนำเข้า 3 ล้านบาท ลดลง 99.88% ส่งผลให้ไทยยังได้ดุลการค้า 4 ล้านบาท ส่วนการค้าชายแดน 8 เดือนแรกปี 2568 มีมูลค่ารวม 92,071 ล้านบาท ลดลง 20.74% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการส่งออก 72,417 ล้านบาท ลดลง 22.53% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นการนำเข้า 19,600 ล้านบาท ลดลง 13.38% ส่งผลให้ไทยยังได้ดุลการค้า 52,817 ล้านบาท

สปป.ลาวการค้ายังสดใส

ขณะที่การค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว การค้าชายแดนมีมูลค่ารวม 23,131 ล้านบาท ลดลง 0.09% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการส่งออก 12,858 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.51% และเป็นการนำเข้า 10,273 ล้านบาท ลดลง 316% ส่งผลให้ไทยยังได้ดุลการค้า 2,585 ล้านบาท ส่วนการค้าชายแดน 8 เดือนแรก มีมูลค่ารวม 198,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.45% โดยเป็นการส่งออก 112,837 ล้านบาท ลดลง 3.28% และเป็นการนำเข้า 85,799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.43% ส่งผลให้ไทยยังได้ดุลการค้า 27,038 ล้านบาท

ทั้งนี้ สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูป น้ำตาลทรายขาว สินค้านำเข้า เช่น เชื้อเพลิง ปุ๋ย เครื่องรับ-ส่งภาพและเสียงและอุปกรณ์ ผักและของปรุงแต่งจากผัก ส่วนด่านศุลกากรสำคัญ คือ ด่านมุกดาหาร ด่านนครพนม ด่านหนองคาย และด่านเชียงของ