ก.ล.ต. รับแจ้งหลอกลงทุนพุ่ง 7,924 ครั้งในปี 68 ปิดบัญชีต้องสงสัยกว่า 3,227 บัญชี
ก.ล.ต.
ก.ล.ต. เผยสถิติสายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ปี 68 ยอดร้องเรียนพุ่งกว่า 7,924 ครั้ง เดินหน้าปิดกั้นบัญชีมิจฉาชีพบนโซเชียลกว่า 3,227 บัญชี ภายใน 48 ชั่วโมง พร้อมขยายความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ-เอกชน-ต่างประเทศ สกัดภัยหลอกลงทุนออนไลน์ทุกรูปแบบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติการดำเนินงานของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2568) พบว่าในปี 2568 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-15 ตุลาคม 2568 มีผู้แจ้งเบาะแสการหลอกลงทุนรวม 7,924 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีจำนวน 5,590 ครั้ง
ก.ล.ต. ได้ประสานปิดกั้นบัญชีโซเชียลมีเดียต้องสงสัยรวม 3,227 บัญชี โดยเป็นการประสานกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโดยตรง เช่น Facebook, LINE, TikTok และ Instagram จำนวน 3,041 รายการ ทั้งหมดได้รับการปิดกั้นแล้วครบ 100% ภายในระยะเวลา 7 นาทีถึง 48 ชั่วโมงหลังแจ้ง และผ่านหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) อีก 186 รายการ ปิดกั้นแล้ว 162 รายการ
นอกจากการรับแจ้งเบาะแส ก.ล.ต. ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการหลอกลงทุนแก่ประชาชน 4,697 ครั้ง ผ่าน 7 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์สำนักงาน โทรศัพท์ อีเมล การเดินทางมายังสำนักงาน ระบบแชต (Facebook และ Live Chat) และไปรษณีย์
ก.ล.ต. ระบุว่า การปิดกั้นช่องทางการหลอกลงทุนต้องทำอย่างรวดเร็วและรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนรายอื่นตกเป็นเหยื่อ โดยมีการตรวจสอบข้อมูล เก็บพยานหลักฐาน ติดต่อผู้แจ้งเบาะแสและผู้ถูกนำชื่อไปใช้ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นการหลอกลงทุนจริงและลดความผิดพลาดในการปิดกั้น
ในด้านความร่วมมือภายในประเทศ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการร่วมกับหลายหน่วยงาน ดังนี้
1. ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เปิดสายตรงทุกวัน 8.30-24.00 น. ให้ผู้ที่ยังไม่มั่นใจว่าถูกหลอกลงทุนสอบถามก่อนแจ้งอายัดบัญชี เพื่อป้องกันการแจ้งความเท็จ
2. ศูนย์บริการเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และด้านมนุษย์นานาชาติ (War Room) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประสานข้อมูลผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน
3. เพิ่มช่องทางตรวจสอบ SEC Check First บนแอปพลิเคชัน Cyber Check ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบเบอร์โทร บัญชีธนาคาร และลิงก์ก่อนตัดสินใจลงทุน
4. จัดกิจกรรมและแคมเปญให้ความรู้ต่อเนื่อง เช่น โครงการเสริมเกราะป้องกันให้บัญชีด้วย Brand Rights Protection & Meta Verified, แคมเปญ Is This Legit? และ Investment Scam Campaign, แคมเปญ #คนไทยรู้ทัน และเสวนา Smart Senior 2025 “วัยเก๋า ลงทุนฉลาด สมาร์ทดิจิทัล”
ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ยังมีความร่วมมือระดับนานาชาติ เช่น เผยแพร่ข้อมูลกรณีหลอกลงทุนบน SEC Investor Alert เข้าระบบ I-SCAN ของ IOSCO เพื่อเตือนนักลงทุนทั่วโลก และเข้าร่วม APRC Working Group on Scams and Online Harms (SWG) เพื่อกำหนดแนวทางรับมือภัยออนไลน์ร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในภูมิภาค