เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
Real Estate อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
ดูทั้งหมด

เปิดลิสต์ขนส่งสาธารณะ ที่ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสได้ พร้อมเช็กวิธีใช้จ่าย-ข้อจำกัด

29 ต.ค. 2568 | 12:28น.
ขนส่งสาธารณะ ที่ใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสได้

ขนส่งสาธารณะ ที่ใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสได้

 “คนละครึ่งพลัส” ทะลวงค่าโดยสาร ! คมนาคมเปิดลิสต์ “รถ-ราง-เรือ” ใช้สิทธิได้ทั่วไทย วันแรกคึกคัก ดีเดย์ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. 68 ชี้ช่องใช้ “เป๋าตัง” สแกนจ่ายตั๋วเที่ยวเดียว !

“คนละครึ่งพลัส” สร้างดีมานด์เดินทาง รัฐบาลอัดฉีดลดค่าครองชีพ

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของรัฐบาลภายใต้โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการช่วยเหลือประชาชน ด้วยการขยายขอบเขตการใช้สิทธิให้ครอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวันของประชาชน และกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานรากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

การตัดสินใจขยายสิทธิมาสู่ภาคการขนส่งสาธารณะครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโจทย์ค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเดินทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักของครัวเรือน โดยกระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าเชื่อมต่อระบบอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” (G-Wallet) ได้อย่างสะดวกสบาย

เปิดลิสต์ขนส่งสาธารณะที่ร่วมโครงการ ครอบคลุมทั้งบก-น้ำ-ราง

โดยระบบขนส่งสาธารณะหลักที่เข้าร่วมโครงการอย่างครอบคลุมโหมดการเดินทาง ดังนี้ :

ระบบรถไฟฟ้าในเมือง (ราง)

  • รถไฟฟ้ามหานคร (MRT) : สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีเหลือง, สายสีชมพู
  • รถไฟฟ้าอื่น ๆ : สายสีเขียว (รวมส่วนต่อขยาย), สายสีแดง, แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) และสายสีทอง

ระบบรถโดยสารประจำทาง (บก)

  • รถโดยสารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) : ครอบคลุมทุกเส้นทาง
  • รถโดยสารบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) : ครอบคลุมทุกเส้นทางทั่วประเทศ
  • บริษัทรถโดยสารเอกชน : มีการเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 27 ต.ค. 68 มีบริษัทสำคัญเข้าร่วมแล้ว เช่น บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด, บริษัท ปิยะรุ่งเรืองทัวร์ จำกัด, บริษัท ศรีสุเทพขนส่ง จำกัด, บริษัท ระยองทัวร์ จำกัด, บริษัท เน็กซ์ เอ็กซ์เพรส จำกัด และบริษัท แสวงบริการ จำกัด

ระบบขนส่งทางน้ำ (เรือ)

  • เรือด่วนเจ้าพระยา
  • เรือไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ ! จำกัดใช้จ่ายต่อวัน-ห้ามเติมเงิน

แม้โครงการจะเปิดกว้าง แต่ผู้ใช้สิทธิต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขสำคัญที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่นตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมีรายละเอียดดังนี้ :

  1. ใช้ได้เฉพาะ “บัตรโดยสารเที่ยวเดียว” (Single Journey Card) เท่านั้น :
    • เป็นข้อจำกัดที่สำคัญที่สุด ไม่สามารถใช้สิทธิในการเติมเงิน/เติมเที่ยวเดินทาง ในบัตรประเภทต่าง ๆ เช่น บัตรแรบบิท (Rabbit Card) หรือบัตรโดยสารแบบเหมาจ่ายได้ในขณะนี้
  2. ชำระผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” :
    • ผู้ใช้สิทธิต้องทำการชำระค่าโดยสารผ่านแอป “เป๋าตัง” (G-Wallet) โดยการสแกน QR Code ร้านค้า (ถุงเงิน) ที่จุดจำหน่ายบัตรโดยสารหรือเคาน์เตอร์ของหน่วยงานขนส่งที่เข้าร่วมโครงการ
  3. จำกัดการใช้สิทธิสูงสุด 200 บาท/คน/วัน :
    • ผู้ได้รับสิทธิจะสามารถใช้สิทธิชำระค่าโดยสารได้ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน โดยรัฐบาลช่วยจ่าย 50% และผู้ได้รับสิทธิจ่ายเองอีก 50%
  4. ช่วงเวลาการใช้สิทธิ์ :
    • สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. เท่านั้น

ขั้นตอนการใช้จ่าย : ง่าย สะดวก ผ่าน “เป๋าตัง”

กระบวนการใช้สิทธิถูกออกแบบให้มีความง่ายและคล้ายคลึงกับการใช้จ่ายซื้อสินค้าทั่วไป เพื่อความรวดเร็วในการบริการประชาชน โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้ :

สำหรับรถไฟฟ้า (BTS, MRT, ARL)

  • เข้าแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เลือกเมนู “คนละครึ่งพลัส”
  • กดปุ่ม “สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ”
  • สแกน QR Code ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่เจ้าหน้าที่สถานี
  • ตรวจสอบยอดเงินและกดยืนยันการชำระเงิน พร้อมใส่รหัส PIN 6 หลัก
  • รับตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวจากเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้เดินทาง

สำหรับรถเมล์ (ขสมก.)

  • เข้าแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” และเลือก “คนละครึ่งพลัส”
  • กดปุ่ม “สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ”
  • สแกน QR Code บนเครื่องรับชำระเงินของรถโดยสาร หรือที่พนักงาน
  • กดยืนยันการชำระเงินและใส่รหัส PIN 6 หลัก

สำหรับรถ บขส. และรถโดยสารเอกชน

  • ต้องยื่นบัตรแสดงตนในการซื้อตั๋วโดยสาร และต้องเป็นผู้เดินทางเองเท่านั้น
  • ใช้ขั้นตอนการสแกน QR Code ที่ช่องจำหน่ายตั๋วทุกสถานีของ บขส. หรือจุดจำหน่ายตั๋วของบริษัทรถเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

ลดภาระค่าเดินทาง เม็ดเงินไหลเข้าผู้ประกอบการขนส่ง

ความร่วมมือของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังในการนำ “คนละครึ่งพลัส” มาสู่ภาคขนส่งสาธารณะ เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นและเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ระบบอย่างเป็นรูปธรรม

ในขณะที่รัฐบาลยืนยันว่าข้อมูลยอดขายของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะไม่ถูกส่งต่อให้กรมสรรพากร เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าร่วมโครงการ การขยายมาตรการครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568