เปิดประวัติ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่
เส้นทางการเมืองของ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” สส.เชียงใหม่ 5 สมัย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลูกชาย “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้ปลูกฝังแนวคิดการเมืองเพื่อประชาชน สู่วันนี้ที่ก้าวขึ้นนั่งแท่นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่
พรรคเพื่อไทยได้หัวหน้าคนใหม่แล้วอย่างเป็นทางการ “หนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ 5 สมัย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นจากที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย โดยมีผู้มีสิทธิลงคะแนน 369 คน ได้คะแนนสนับสนุนถึง 354 เสียง มีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 15 คน ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่รุ่นใหม่ของพรรคใหญ่ในศึกการเมืองครั้งหน้า
ลูกไม้ใต้ต้นบ้านใหญ่ “อมรวิวัฒน์”
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เกิดวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2518 ปัจจุบันอายุ 50 ปี เป็นบุตรชายของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับนางเพ็ชรี (เตชะไพบูลย์) อมรวิวัฒน์
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจ (MBA) จากวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) สหรัฐอเมริกา
ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หรือ “ยิ้ม” สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยเช่นกัน ทั้งคู่มีบุตรสาว 1 คนชื่อ “น้องนัชชา”
เส้นทางการเมืองกว่า 20 ปี
จุลพันธ์เริ่มต้นเส้นทางการเมืองในปี 2548 ในนามพรรคไทยรักไทย ก่อนจะย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชาชน และต่อมาคือพรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งต่อเนื่องถึง 5 สมัย เป็นหนึ่งในนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เติบโตจากสนามเลือกตั้งจริง
ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และเป็น ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (ดิจิทัลวอลเลต) ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของพรรค
แนวคิดจากพ่อสู่ลูก “เรียนรู้เอง ลุยเอง”
เขาเคยให้สัมภาษณ์ทางช่อง VOICE TV เปิดใจถึงบทเรียนจากพ่อ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ว่าพ่อไม่เคยสอนงานการเมืองโดยตรง แต่ให้ “ไปลุยเอง ลองน้ำเอง” และเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริงในสภา
“พ่อไม่ได้สอนให้พูดยังไง หรือทำยังไง แต่บอกให้ไปลองเอง เราก็อาศัยครูพักลักจำ ถามเพื่อน พี่ ๆ ที่อยู่ในสภามาก่อน ว่ากลไกมันเป็นยังไง อภิปรายครั้งแรกผมยังสั่นมืออยู่เลย จำได้ว่าถือกระดาษพับไปพูด เพราะมันตื่นเต้น แต่นั่นแหละ มันทำให้รู้ว่า สส.ทุกคนเท่ากันหมด มีสิทธิเท่ากัน มีเสียงเท่ากัน”
เขายังเล่าว่าพ่อเป็นคนไม่มีศัตรู มีเพื่อนเยอะ และไม่เคยทำการเมืองแบบเอาเป็นเอาตาย-หลักคิดนี้เองที่เขานำมาต่อยอด
“ผมก็คล้าย ๆ กัน เราทำการเมืองไม่ใช่เพื่อรบกับใคร แต่เพื่อสร้างประโยชน์ ไม่ว่าจะรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ต่างมีคุณค่าในแบบของตัวเอง ถ้ารวมพลังกันได้ พรรคจะเดินหน้าได้อย่างมั่นคง”

ผ่านทั้งการปีนรั้ว-ปาแฟ้ม สู่เวทีผู้นำพรรค
จุลพันธ์ยังกล่าวถึงเหตุการณ์การเมืองในอดีตที่ตนเองเคยเผชิญ ทั้งช่วงความขัดแย้งในสภา การอภิปรายดุเดือด ไปจนถึงการปีนรั้วเข้าสภาเก่า โดยมองว่าเป็น “ประสบการณ์ทางการเมืองที่หล่อหลอมให้เข้าใจทุกมุมของประชาธิปไตย”
“สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องดีหรือร้าย แต่มันคือบทเรียนทางการเมืองที่บอกเราว่าทุกยุค ทุกขั้ว ล้วนมีพัฒนาการ และวันนี้เราต้องเดินต่อไปด้วยสติและความร่วมมือ”
จากบทบาทในกระทรวงการคลัง จนถึงการนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในวันนี้ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” กลายเป็นตัวแทนของนักการเมืองรุ่นกลางที่เชื่อมโยงคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิดที่เขายึดมั่น “การเมืองไม่ใช่การต่อสู้ แต่คือการสร้างประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”