เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
“คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
Politics “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
ถอดรหัสมติ 5  ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
Politics ถอดรหัสมติ 5 ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
Biz Movement พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
สันติธาร มอง ‘Data Center’  ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
Tech สันติธาร มอง ‘Data Center’ ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
Politics 3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
HR เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดจับตาศาลไต่สวนภาษีทรัมป์

04 พ.ย. 2568 | 17:40น.

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ตลาดจับตาศาลไต่สวนภาษีทรัมป์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (04/11) ที่ระดับ 32.54/55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (03/11) ที่ระดับ 32.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากความไม่แน่นอนเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดยนักลงทุนได้ลดคาดการณ์ที่ธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในเดือนธ.ค. ต่ำกว่า 70% ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ให้น้ำหนักที่ 94% ขณะที่เมื่อคืนนี้ (03/11) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) มีการเปิดเผยว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตในเดือน ต.ค. ปรับตัวลงอยู่ที่ 48.7 และต่ำกว่าเดือน ก.ย. ที่ระดับ 49.1 นอกจากนี้ S&P Global เปิดเผยว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐในเดือน ต.ค. มีการปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 52.5 จากระดับ 52.0 ในเดือน ก.ย. สหรัฐ และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเดือนที่ 3

ขณะที่ตลาดจับตากำหนดไต่สวนจากศาลฎีกาสหรัฐที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (05/11) ต่อคดีมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนมาตรการภาษีส่วนใหญ่ โดยระบุว่านายทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 นอกจากนี้ตลาดยังจับตาตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ที่จะมีการเปิดเผยพรุ่งนี้ (05/11) เช่นกันเพื่อหาสัญญาณแนวโน้มตลาดแรงงานของสหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เมื่อวานนี้ (03/11) โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมีการเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้หารือกับผู้นำจากหลายประเทศเรื่องการส่งออกการเกษตร และผลักดันเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในสำเร็จโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเร่งเดินหน้าโครงการคนละครึ่งเฟสสองและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขในส่วนของการใช้งานแอปพลิเคชัน ให้ครอบคลุมและทั่วถึง เนื่องจากยังมีประชาชนหลายกลุ่มที่ตกหล่นจากโครงการคนละครึ่งในเฟสแรก

โดยวันนี้ (04/11) มีการเปิดเผยยอดใช้จ่ายช่วงสัปดาห์แรกอยู่ที่ 13,427 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินในส่วนที่ประชาชนจ่าย 6,797 ล้านบาท และส่วนรัฐบาลร่วมจ่ายอยู่ที่ 6,630 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.50 – 32.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.52/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (04/11) ที่ระดับ 1.1499/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (03/11) ที่ระดับ 1.1515/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวันนี้ (04/11) สำนักงานส่งเสริมการลงทุนและเศรษฐกิจระหว่างประเทศของเยอรมนีมีการเปิดเผยว่า เยอรมนีขาดดุลการค้ากับจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 8.7 หมื่นล้านยูโรในปีนี้ โดยการส่งออกจากเยอรมนีไปจีนในปีนี้คาดว่าจะลดลง 11%

ขณะที่การนำเข้าสินค้าจากจีนสู่เยอรมนีนั้นเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลของภาษีศุลกากรของสทรัฐที่อยู่ในระดับสูง โดยมีรายงานจากจีนว่า การส่งออกไปเยอรมนีเพิ่มขึ้น 11% แต่การส่งออกไปสหรัฐนั้นลดลง 17% อย่างไรก็ตาม เยอรมนีพยายามที่จะพึ่งพาจีนน้อยลงในสินค้าสำคัญ เช่น แร่หายากและชิป เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางการค้า ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1499 – 1.1533 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1511/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี (04/11) ที่ระดับ 154.46/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (03/11) ที่ระดับ 154.15/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (04/11) มีการเปิดเผยผลสำรวจจากภาคเอกชนว่าภาคการผลิตของญี่ปุ่นในเดือน ต.ค. ลดลงมากที่สุดในรอบ 19 เดือน

โดยได้แรงกดดันจากอุปสงค์ของอุตสาหกรรมหลักอย่างยานยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นในเดือน ต.ค. มีการปรับตัวลงอยู่ที่ 48.2 ถือว่าเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 2567 โดยผลสำรวจชี้ว่า ยอดคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกจากตลาดเอเชีย และสหรัฐ ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 44 ถึงแม้อุปสงค์ลดลง แต่ผลผลิตภาคการผลิตนั้นหดตัวน้อยกว่าเดือน ก.ย. เนื่องจากผู้ผลิตสามารถปรับตัวกับปริมาณงานที่ลดลงได้

นอกจากนี้ผลสำรวจสะท้อนว่ามุมมองของผู้ผลิตกลับมาเป็นบวกเนื่องจากความหวังต่อการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการเปิดตัวสินค้าใหม่ และภาคยานยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ที่มีแนวโน้มจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 153.34 – 154.48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 153.50/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลีย (04/11), ตัวเลขการว่างงานของสเปน (04/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค.จาก HCOB ของสหภาพยุโรป (05/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค.จาก S&P Global ของอังกฤษ (05/11), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ต.ค.จาก ADP ของสหรัฐ (05/11),

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค.จาก S&P Global ของสหรัฐ (05/11), ดัชนีภาคบริการเดือน ต.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐ (05/11), ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. ของอียู (06/11), การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (06/11), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน พ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ (07/11), การคาดการณ์เงินเฟ้อเดือน ต.ค. ของสหรัฐ (07/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8/-7.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -4.4/-3.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท ภาษีทรัมป์