เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ทีมสุดซอยทลาย Jobber เมืองกาญจน์ ลอบขนน้ำมันเถื่อน ปูพรม 23 จังหวัด พบสูญหายกว่า 8 แสนลิตร เสียหาย 28 ล้าน
Economic ทีมสุดซอยทลาย Jobber เมืองกาญจน์ ลอบขนน้ำมันเถื่อน ปูพรม 23 จังหวัด พบสูญหายกว่า 8 แสนลิตร เสียหาย 28 ล้าน
ฝนดีแต่ยังไม่พอ ‘ชลประทาน’ ชี้น้ำต้นทุนต่ำกว่าปีก่อน เร่งคุมอ่าง-รับมือฤดูฝน 24 ชั่วโมง
Economic ฝนดีแต่ยังไม่พอ ‘ชลประทาน’ ชี้น้ำต้นทุนต่ำกว่าปีก่อน เร่งคุมอ่าง-รับมือฤดูฝน 24 ชั่วโมง
SET วันนี้ (23 ก.ค.) คาดกรอบ 1,620-1,650 จุด เริ่มเห็นเงินไหลออก
Finance SET วันนี้ (23 ก.ค.) คาดกรอบ 1,620-1,650 จุด เริ่มเห็นเงินไหลออก
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านแนวโน้มรุนแรงขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านแนวโน้มรุนแรงขึ้น
WHAUP ปักธงน้ำ-ไฟพร้อม ผุดนิคมรับดาต้าเซ็นเตอร์ ‘EEC-สระบุรี’
Economic WHAUP ปักธงน้ำ-ไฟพร้อม ผุดนิคมรับดาต้าเซ็นเตอร์ ‘EEC-สระบุรี’
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เจอปม ‘มีชื่อถือหุ้น’ พาณิชย์เปิดทางตรวจฟรี ช่วยคนจนจริงอุทธรณ์สิทธิ
Economic บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เจอปม ‘มีชื่อถือหุ้น’ พาณิชย์เปิดทางตรวจฟรี ช่วยคนจนจริงอุทธรณ์สิทธิ
ทลายนอมินีจีน ตั้งบริษัทอำพรางถือครองอสังหาฯ มูลค่ากว่า 1 พันล้าน
Biz Movement ทลายนอมินีจีน ตั้งบริษัทอำพรางถือครองอสังหาฯ มูลค่ากว่า 1 พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
มารูติ-ซูซูกิ ปรับเกมลุยรถหรู ‘อินเดีย’
Automotive มารูติ-ซูซูกิ ปรับเกมลุยรถหรู ‘อินเดีย’
ดูทั้งหมด

โปรเจ็กต์ซื้อยานอก รพ.คึกคัก เอกชนเฉียด 4 พันแห่งเข้าร่วม

08 พ.ย. 2568 | 09:42น.
ร้านขายยา

กรมการค้าภายในเผยโรงพยาบาล-ร้านขายยา แห่เข้าร่วม “สุขกาย สบายกระเป๋า” แตะ 4,000 แห่ง เปิดโอกาสให้ประชาชนมีทางเลือก นำใบสั่งยาไปซื้อยาที่ร้านขายยาข้างนอกโรงพยาบาลได้ อย.ฮึ่มหากพบขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ที่เป็นหนึ่งใน Quick Big Win โดยให้โรงพยาบาลเอกชนเปิดเผยรายการยาและค่ายา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้รับบริการที่โรงพยาบาล มีข้อมูลที่ชัดเจน สามารถตัดสินใจเลือกซื้อยาในโรงพยาบาลหรือนำใบสั่งยาไปซื้อที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน และสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยได้

วิทยากร มณีเนตร
วิทยากร มณีเนตร

ปัจจุบันมีเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 11 เครือ จำนวนกว่า 300 แห่ง ได้แก่ 1.BDMS 2.ธนบุรี 3.สินแพทย์ 4.เกษมราษฎร์ 5.RAM 6.บางประกอก-ปิยะเวท 7.พริ้นซิเพิล 8.นวมินทร์ 9.จุฬารัตน์ 10.มหาชัย และ 11.วิชัยเวช และยังมีโรงพยาบาลเดี่ยว ที่ไม่มีเครือเข้าร่วมอีก เช่น หัวเฉียว บี.แคร์ เจ้าพระยา พระรามเก้า และกรุงเทพคริสเตียน เป็นต้น ส่วนร้านขายยา ปัจจุบันมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 3,461 ร้านทั่วประเทศ และจากการสอบถามประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพในเรื่องค่ายาได้จริง

โดยร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ จากการติดตาม มีความพร้อมในการให้บริการกับประชาชนที่นำใบสั่งยามาซื้อยา โดยมียาหลัก ๆ ครบถ้วน หากเป็นยาเฉพาะ ก็มีความสามารถในการหายา และจัดส่งให้อย่างรวดเร็ว ประชาชนเบาใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาติดขัด

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบร้านขายยาได้ผ่านแอปพลิเคชั่นของร้านขายยา หรือสอบถามผ่านช่องทาง Telepharmacy สามารถปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับยาและราคายาได้ หรือสังเกตได้จากสติ๊กเกอร์ สุขกาย สบายกระเป๋า ที่จะแจกไปติดทั้งในโรงพยาบาลและร้านขายยา

ส่วนร้านขายยามี 16 เครือข่าย 10 แอปพลิเคชั่น โดยร้านขายยาขนาดใหญ่ ได้แก่ 1.Pharmax 2.Icare 3.Super Drug 4.Fascino 5.Save Drug 6.Pure Pharmacy 7.eXta Plus 8.Tops Care 9.ร้านยากรุงเทพ 10.GPO 11.Boots 12.Watsons 13.ร้านยาโลตัส 14.Health Up 15.Lab Pharmacy และ 16.ยาหนึ่ง และผู้ให้บริการ Telepharmacy ได้แก่ 1.Telehealth 2.ยาพร้อม 3.PharmCare 4.AskMacy by Fascino 5.ร้านยากรุงเทพ 6.All PharmaSee 7.BIGYA 8.BeDee 9.Boots และ 10.Watsons

นายวิทยากรกล่าวอีกว่า กรมยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลและร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ที่โรงพยาบาลพระราม 9 และร้านขายยา Top Care, Boots และ Watsons จากการติดตามการดำเนินการของโรงพยาบาล มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันระหว่างกรม กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ที่กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนเปิดเผยค่ายา

อีกทั้งยังได้เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อยาภายนอกโรงพยาบาลได้ โดยผลที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มมากขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับโรงพยาบาลจากการที่มีคนเข้ามาใช้บริการ ส่วนประชาชนได้ลดภาระค่าครองชีพในเรื่องค่ายา เพราะสามารถนำใบสั่งยาไปซื้อยาจากร้านขายยานอกโรงพยาบาลได้

อย่างไรก็ดี โครงการนี้ได้คิกออฟไปแล้วเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นโครงการ Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการจัดทำโครงการกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว จึงได้คิดโครงการสุขกาย สบายกระเป๋า เพื่อลดค่าครองชีพ โดยจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนทั้งประเทศได้ประมาณ 32,000 ล้านบาทต่อปี และยังเป็นการพัฒนาและยกระดับการบริการสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ และสมาคมโรงพยาบาลเอกชนในครั้งนี้ จะทำให้การสาธารณสุขของประเทศ เป็นการให้บริการที่เข้าถึงคนไทยทุกคน และสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวต่างชาติและนักลงทุน ซึ่งเป็นการยกระดับการพัฒนาระบบสุขภาพและอุตสาหกรรมทางการแพทย์ให้ก้าวหน้าไปอีก

รายงานข่าวจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แจ้งว่า หากมีการพบว่า มีการขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท