ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม คาดการณ์อุปสงค์เพิ่มขึ้นจากหน่วยงานสหรัฐกลับมาเปิดดำเนินการ
โรงกลั่นน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันเพิ่มขึ้นจากที่หน่วยงานสหรัฐกลับมาเปิดดำเนินการ ขณะที่นักลงทุนกังวลด้านอุปทานน้ำมันจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อรัสเซีย
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มเล็กน้อย หลังหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐมีกำหนดกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์น้ำมันได้ในระยะสั้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านอุปทาน จากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อบริษัท Lukoil ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 13 พ.ย. 2568 อยู่ที่ 58.69 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.20 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 63.01 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
โดยมาตรการคว่ำบาตรนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกดดันให้รัสเซียเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ เพื่อยุติสงครามในยูเครน ทั้งนี้ อาจส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ไม่สามารถทำธุรกรรมกับบริษัท Lukoil ได้หลังจากวันที่ 21 พ.ย. 68
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 7 พ.ย. 68 ปรับเพิ่มขึ้น 6.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 427.6 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 2.0 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ EIA เปิดเผยว่าปริมาณน้ำมันคงคลังทั่วโลกจะเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 เนื่องจากการผลิตเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอุปสงค์ ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์น้ำมันในตลาดโลกปี 2568 จะเพิ่มขึ้น 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และในปี 2569 คาดว่าจะเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกินมากถึง 4.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และประเทศผู้ผลิตนอกกลุ่ม OPEC ขณะที่อุปสงค์เติบโตในระดับปานกลาง
