เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ธรรมนัส เปิดตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งไทย โกอินเตอร์ไปจีน

14 พ.ย. 2568 | 12:30น.

“ธรรมนัส” ดันสินค้าเกษตรไทยโกอินเตอร์ ลงนามพิธีสารไทย-จีน เปิดตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งเพิ่มมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีและอธิบดีว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) อาเซียน-จีน ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 11-14 พฤศจิกายน 2568 ว่าตนได้ลงนามพิธีสารด้านความปลอดภัยอาหาร ด้านการสัตวแพทย์ และการปกป้องพืช เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน

ซึ่งการลงนามครั้งนี้ตนเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย และนางซุน เหมยจวิน รัฐมนตรีและเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เป็นผู้ลงนามฝ่ายจีน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและเกษตรระหว่างสองประเทศ

โดยเป็นผลสำเร็จจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อกำหนดเงื่อนไขการค้า การกำกับดูแลคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า

สำหรับพิธีสารฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของจีนต่อคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์จากประเทศไทย โดยจากเดิมไทยสามารถส่งออกเฉพาะ “น้ำผึ้ง” ไปยังจีนเท่านั้น ภายหลังการลงนามครั้งนี้ จะสามารถขยายการส่งออกผลิตภัณฑ์ “นมผึ้ง” และ “เกสรผึ้ง” ได้เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งในทุกภูมิภาคของประเทศ

ทั้งนี้ ในปี 2567 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งปริมาณ 7,311.88 ตัน มูลค่า 621.43 ล้านบาท โดยตลาดจีนมีปริมาณส่งออก 542.43 ตัน มูลค่า 78.36 ล้านบาท คาดว่าหลังจากการลงนามพิธีสารฉบับนี้จะสามารถผลักดันให้มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งของไทยเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 800-1,000 ล้านบาทต่อปี

“การลงนามในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผลักดันสินค้าเกษตรไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันระดับนานาชาติ ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร และขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน”