เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ความล้มเหลวที่หาดใหญ่

29 พ.ย. 2568 | 09:23น.
น้ำท่วมหาดใหญ่
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

มหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ใน 9 จังหวัดภาคใต้ นับต่อเนื่องมาตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ส่งผลกระทบประชาชนกว่า 3,542,583 คน ครัวเรือน 1,226,627 ครัวเรือน ใน 105 อำเภอ 726 ตำบล 5,381 หมู่บ้าน โดยจุดที่หนักที่สุดอยู่ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา

ตัวเลขล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจากขณะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเมืองมากกว่า 100 ราย ในจำนวนนี้พิสูจน์ทราบเบื้องต้นเสียชีวิตจากน้ำท่วมโดยตรงมากกว่า 55 ราย สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สินมากกว่า 10,000 ล้านบาท

โดยเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เมืองหาดใหญ่ครั้งนี้ เริ่มสถานการณ์มาตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ มีเพียงกรมอุตุนิยมวิทยาที่ออกประกาศเตือนที่เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก มาถึงวันที่ 20 พ.ย. ปรากฏน้ำเริ่มไหลเข้าเมืองหาดใหญ่ มีการรายงานระดับน้ำในคลองอู่ตะเภา ที่รับน้ำมาจากบริเวณรอบนอกของเมืองหาดใหญ่ เริ่มมีระดับน้ำสูงผิดปกติ โดยระบบคลองอู่ตะเภาและคลองระบายน้ำ ร.1 จัดเป็นเส้นทางระบายน้ำสำคัญที่ไหลผ่านเมืองหาดใหญ่ ก่อนที่จะออกไปสู่ทะเลสาบสงขลา

มาถึงวันที่ 21 พ.ย. เกิดเหตุการณ์ฝนตกต่อเนื่อง หรือ Stagnant Rainfall วัดระดับปริมาณน้ำฝนสะสมช่วง 3 วัน (19-21 พ.ย.) ได้ถึง 630 ม.ม. ซึ่งเป็นปริมาณน้ำฝนที่สูงเป็นประวัติการณ์ที่ตกในบริเวณหาดใหญ่ ต่อเนื่องไปยังพื้นที่รับน้ำในจังหวัดข้างเคียง ส่งผลให้เกิดมวลน้ำมหาศาลที่ไหลลงมาทั้งจากเขาคอหงส์ และบริเวณสะเดา ลงสู่ระบบคลองอู่ตะเภาและคลองระบายน้ำ ร.1

จากปริมาณที่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลาได้ประมาณ 1,200 ลบ.ม./วินาที แต่มีน้ำไหลผ่านเข้ามามากกว่า 1,600 ลบ.ม./วินาที จึงเกิดน้ำล้นขึ้นมาจากคลองอู่ตะเภา รวมทั้งปริมาณน้ำฝนที่ตกลงเข้ามาเติมในพื้นที่เมืองหาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง นับเป็นชุดข้อมูลสำคัญ แต่กลับไม่มีใครนำมาใช้สั่งการอย่างทันท่วงที

เวลาได้ผ่านเข้ามาถึงวันที่ 22 พ.ย. จังหวัดสงขลาออกประกาศกำหนดพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีน้ำท่วมใน 16 อำเภอ รวมทั้งเมืองหาดใหญ่ ให้เคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงและหลีกเลี่ยงการสัญจรทางน้ำ กระทบกับชีวิตประจำวันของคนหาดใหญ่มากกว่า 400,000 คน ล่วงมาถึงวันที่ 23 พ.ย. ก็ยังไม่มีคำสั่งให้อพยพ ขณะที่ผู้คนในหาดใหญ่เริ่มติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนและอาคารสูง

เมื่อระดับน้ำในเมืองสูงขึ้นมากกว่า 1-3 เมตร มาจนถึงวันที่ 24 พ.ย. จังหวัดสงขลาจึงมีคำสั่งให้อพยพประชาชนออกจากเมืองหาดใหญ่ ทว่าก็สายไปเสียแล้ว เมื่อคนอยากอพยพ แต่ไม่มียานพาหนะ หรือเรือที่สามารถต้านทานกระแสน้ำเข้ามารับได้ โดยสถานการณ์ในเมืองหาดใหญ่เต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน

รัฐบาลพึ่งจะมาตั้งตัวเอาในวันที่ 25 พ.ย. ได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา แต่กว่าสรรพกำลังความช่วยเหลือจะมาถึง นับว่า “สายเกินไป” จนเกิดโศกนาฏกรรมมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นับเป็นความล้มเหลวในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน การแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้า ทั้ง ๆ ที่เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอดีต มีการทำสารพัดแผนเผชิญเหตุ แต่รัฐบาลกลับไม่เคยนำบทเรียนเหล่านั้นมาปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพแต่อย่างใด