ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐที่สูงกว่าคาด
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น จากการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐที่สูงกว่าคาด และความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานประมาณการเบื้องต้นของ GDP สหรัฐ ไตรมาสที่ 3 เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา ว่าอยู่ที่ระดับร้อยละ 4.3 ต่อปี เติบโตเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง การส่งออกที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และการลงทุนอย่างต่อเนื่องของภาคธุรกิจด้านอุปกรณ์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่านักวิเคราะห์ยังคงกังวลต่อมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐที่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่ปรับสูงขึ้น และภาคครัวเรือนที่จะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสินค้าและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 23 ธ.ค. 2568 อยู่ที่ 58.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.37 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 62.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.31 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ตลาดยังคงมีความไม่แน่นอนจากการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาหลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันทั้งหมดที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรที่เข้าและออกจากเวเนซุเอลา โดยการคว่ำบาตรครั้งนี้ส่งผลให้การขนถ่ายน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาชะลอตัวลง และสามารถขนถ่ายได้เฉพาะท่าเรือภายในประเทศเท่านั้น
รวมทั้งมีแนวโน้มที่เพิ่มความเสี่ยงในการที่จะต้องปิดกำลังการผลิตบางส่วนไป โดยเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าน้ำมันดิบที่สหรัฐยึดได้นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา อาจเก็บไว้หรือขายออกสู่ตลาด
นอกจากนี้ ตลาดยังคงจับตาอุปทานน้ำมันดิบจากรัสเซียที่มีความเสี่ยงมากขึ้น โดยเมื่อคืนวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา กองกำลังรัสเซียได้โจมตีท่าเรือโอเดสซาของยูเครน บริเวณริมทะเลดำ ส่งผลให้สิ่งอำนวยความสะดวกในท่าเรือและเรือลำหนึ่งได้รับความเสียหาย ขณะที่โดรนของยูเครนได้โจมตีเรือสองลำ และท่าเทียบเรือสองแห่งของรัสเซีย ร่วมถึงเกิดไฟไหม้ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในภูมิภาคคราสโนดาร์ของรัสเซีย
