KIA CARNIVAL ไฮบริดแรง-นั่งสบายไม่มีใครเกิน
คอลัมน์ : เทสต์คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
เกีย คาร์นิวัล (KIA CARNIVAL) รถยนต์เอ็มพีวี ขนาด 7 ที่นั่ง
ที่สามารถครองใจลูกค้าชาวไทยมาได้อย่างยาวนาน
เพราะเขามีกลุ่มแฟนที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะคนที่ได้ใช้งานรถคันนี้ ต้องบอกว่าติดใจแทบจะทุกคน
สำหรับ เกีย คาร์นิวัล คันที่ “ประชาชาติธุรกิจ” รับมาอยู่ในความดูแลครั้งนี้ เป็นรุ่น 7 ที่นั่ง เครื่องยนต์ไฮบริด (HEV)
หลังจากรับรถย่านสาทร เราเตรียมมุ่งสู่จุดหมายการเดินทางทดสอบครั้งนี้ มีผู้โดยสารทั้งสิ้น 4 ชีวิต แม้ว่าตัวรถถือเป็นเอ็มพีวีขนาดค่อนข้างใหญ่ ด้วยขนาดรถที่มีมิติตัวถัง ความยาวกว่า 5.155 เมตร, ความกว้าง 1.995 เมตร, ความสูง 1.785 เมตร และฐานล้อ 3.090 เมตร
เรียกว่า มาครบ ทั้ง “กว้าง ใหญ่ ยาว”
แต่ไม่เกินจริงที่จะบอกว่า มีความคล่องตัวสูง เพราะเราวิ่งฝ่าการจราจรที่คับคั่ง บนถนนสาทร ก่อนปักหัวขึ้นทางด่วน ทำเวลาให้ทัน ยังจุดหมายแรก
บนทางด่วนช่วงท่าเรือ คลองเตย ขึ้นชื่อเรื่องความหนึบหนับ แต่สำหรับเจ้า เกีย คาร์นิวัล คันนี้ ไร้ปัญหา เราสามารถควบคุมสั่งการด้านหลังพวงมาลัยมาได้แบบสบายมือ แอบเกินคาด ในเรื่องของความคล่องตัว เพราะเราอาศัยการซอกแซก เพื่อฝ่าความวุ่นวายช่วงนี้ออกมาให้เร็วที่สุด
การตอบสนองของเครื่องยนต์ในจังหวะผ่อน จังหวะเร่ง พวงมาลัยคุมง่าย
ยิ่งทำให้รถคันนี้กลายเป็นง่าย คล้ายกับเราขับรถเอสยูวีซอกเเซกไป
เมื่อถึงเขตนอกเมือง บางจังหวะพอให้เติมคันเร่ง ดูการตอบสนองของเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร บอกเลยว่า “จัดจ้าน”
ตอบสนองได้เนียนเท้า กดเรียกม้า พร้อมทะยานไปข้างหน้า แถมการทำงานของเครื่องยนต์นั้น มอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วย ทำให้คล้ายกับเราใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอยู่
ยิ่งขับทำความเร็ว ยิ่งมั่นใจ เกีย ยังใส่ระบบความปลอดภัยต่าง ๆ มาครบครัน ทำให้ขับเพลิน ต้องเหลือบมองสมาชิกในรถ ในห้องโดยสาร แถวที่สอง เป็นที่นั่งแบบ Relaxation “ผู้โดยสาร” ปรับเบาะนั่งเอนหลัง แถมปรับเบาะรองขาขึ้นมา นั่งแบบสบายสุด
ราวกับนั่งบนโซฟาเคลื่อนที่ระดับเฟิรสต์คลาส แถมที่เบาะยังมีระบบระบายอากาศแบบอุ่นมาให้ด้วย เช่นเดียวกับเบาะคู่หน้า
เรียกว่า สบายกว่านี้ไม่มีใครเกิน
ด้วยความเป็นเอ็มพีวี แบบ 7 ที่นั่ง เกียออกแบบ พื้นที่ในห้องโดยสาร สามารถให้ปรับเบาะได้หลากหลายแบบ ที่ถูกใจสุดคือ การเว้นช่องว่างให้เดินตรงกลางเพื่อเข้าไปในตำแหน่ง เบาะนั่งแถวที่สาม ได้อย่างสะดวก
ทุกพื้นที่นั่งของรถคันนี้ ออกแบบมาให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายสุด ด้วยการจัดวางอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ด้วยที่วางแก้วน้ำ 7 จุด
ที่วางขวด 7 จุด มี USB-C 6 จุด และไวร์เลสชาร์จที่ด้านหน้า
ส่วนบานประตูห้องโดยสาร เป็นบานสไลด์ทั้งสองข้าง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจอด และขึ้นลง
ส่วนบานประตูฝาท้าย เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และมีระบบ Smart Key ที่เปิด-ปิดเองได้ เมื่อเข้าไปยืนใกล้ ๆ
เกีย ยังเพิ่มความเป็นส่วนตัว ด้วยม่านบังแดด สำหรับเบาะที่นั่งแถวที่สอง และสาม เพิ่มความรู้สึกกว้าง และอิสระทุกการเดินทาง
สำหรับเกีย คาร์นิวัล ไฮบริด เวอร์ชั่นนี้ ส่วนของการออกแบบภายในห้องโดยสารนั้น สิ่งที่อัพเกรดเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ ได้อย่างลงตัวกับ หน้าปัดแบบ Panoramic Curved Display LED TFT ขนาด 12.3 นิ้ว และขนาด 12.3 นิ้ว แบบสัมผัส, มีตัวเฮดอัพดิสเพลย์และข้อมูลขับขี่บนกระจกหน้าเพิ่มเข้ามา และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล ช่วยเพิ่มมุมมองรถให้ครบด้านและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
และปุ่มควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศออกแบบใหม่ ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น
ส่วนดีไซน์หน้าตา ภายนอก ตั้งแต่กระจังหน้า Tiger Nose ไฟหน้าและไฟท้าย แบบ LED Star Map ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว เรียกว่า ปรับให้ดูทันสมัยขึ้น
เบ็ดเสร็จ เราอยู่กับเจ้า เกีย คาร์นิวัล ไฮบริด ไปทั้งสิ้น 517.9 กิโลเมตร ขับทั้งในกรุงเทพฯและวิ่งต่างจังหวัด ด้วยความเร็วเฉลี่ย 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เลือกขับในโหมดปกติ หน้าปัดบอกอัตราสิ้นเปลืองใกล้เคียงที่เกียเคลมไว้ที่ 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร
สำหรับ เกีย คาร์นิวัล ไฮบริด มีให้เลือก 2 เกรด ได้แก่
รุ่นพรีเมี่ยม 2.499 ล้านบาท และรุ่นลักเซอรี่ ราคา 2.699 ล้านบาท
เกีย ยังเพิ่มความสบายใจในการใช้งาน ฟรีประกันคุณภาพรถนาน 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 7 ปี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง และประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร