ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ “Must Win” ทุ่มลงทุนโรงงานที่สระบุรีกว่า 2 พันล้านบาทติดตั้งสายการผลิตใหม่ 2 สาย ยกระดับศักยภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟพร้อมดื่ม เผยมีกำลังการผลิตรวมกว่า 1,500 ขวดต่อนาที มีขีดความสามารถในการผลิตโดยรวมเพิ่มสูงสุดถึง 800 ล้านลิตรต่อปี หนุนการเติบโตระยะยาว
นายมาทิแอส วอลลิน รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายซัพพลายเชน บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ “Must Win” โดยเพิ่ม 2 สายการผลิตใหม่ ณ โรงงานจังหวัดสระบุรี ภายใต้เงินลงทุนกว่า 2 พันล้านบาท เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รองรับการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่หลากหลาย (Portfolio Transformation) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเติบโตระยะยาวผ่านการผลิตที่มีประสิทธิภาพและมุ่งสู่ความยั่งยืน (Insulated Long Term)
ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง (The Most Beloved Beverage Company in Thailand with True Gemba Centricity)

การก่อสร้างส่วนต่อขยายโรงงานสระบุรีในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ในการเสริมความพร้อมด้านการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้สอดรับกับการเติบโตระยะยาวของตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการเติบโต 3% ภายใน 3 ปีข้างหน้า
พร้อมทั้งเสริมศักยภาพการผลิต ครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟพร้อมดื่ม ได้แก่ ทีพลัส และบอส คอฟฟี่ ซึ่งได้ย้ายฐานการผลิตมาผลิตเองที่โรงงานสระบุรี (In-house Production) โดยยังคงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานของซันโทรี่จากประเทศญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับการเพิ่มกำลังการผลิตของเป๊ปซี่ และผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมอื่น ๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเพิ่มสายการผลิตดังกล่าว ยังช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ และรองรับการขยายไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นในอนาคต
“การขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจต้องดำเนินควบคู่ไปกับความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง Insulated Long-Term ภายใต้กลยุทธ์ Must Win ที่มุ่งส่งเสริมการเติบโตระยะยาวผ่านการผลิตที่มีประสิทธิภาพและมุ่งสู่ความยั่งยืน”

นายมาทิแอสกล่าวว่า การขยาย 2 สายการผลิตใหม่ที่โรงงานสระบุรีนั้น ขณะนี้ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและเสริมความแข็งแกร่งของระบบซัพพลายเชนในระยะยาว โดยการนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเข้ามาใช้ ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต
โดย 2 สายการผลิตใหม่นี้มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1,500 ขวดต่อนาที ส่งผลให้โรงงานสระบุรีมีขีดความสามารถในการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 800 ล้านลิตรต่อปี ความพร้อมด้านการดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงรองรับเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจในอนาคต แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ในการสร้างรากฐานการเติบโตที่มั่นคง สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร “การเติบโตอย่างยั่งยืน” (Growing for Good) ที่ยึดมั่นมาโดยตลอด

นายอากิระ โนจิมะ รองประธานบริหารฝ่ายการผลิต โรงงานสระบุรี บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า สายการผลิตที่ 5 และ 6 ของโรงงานสระบุรี ถูกออกแบบขึ้นด้วยความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพเครื่องดื่มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติขั้นสูงที่สามารถควบคุมทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ตั้งแต่การขึ้นรูปขวด PET การผสมเครื่องดื่ม การบรรจุขวด ปิดฝา ติดฉลาก ไปจนถึงกระบวนการบรรจุและจัดเรียงผลิตภัณฑ์ปลายสายการผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน
สำหรับสายการผลิตที่ 5 ซึ่งรองรับผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟพร้อมดื่ม บริษัทได้นำเทคโนโลยีระบบปิดและกระบวนการฆ่าเชื้อแบบปลอดเชื้อ (Aseptic) มาใช้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การสกัดใบชาและเมล็ดกาแฟคั่วบดด้วยกระบวนการสกัดแบบชงร้อนและล็อกเย็น เพื่อรักษาคุณภาพ กลิ่น และรสชาติของเครื่องดื่มให้ใกล้เคียงกับการชงสดมากที่สุด ควบคู่ไปกับการควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารในระดับสากล
และที่สำคัญ ทั้ง 2 สายการผลิตยังได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการผสานเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องเป่าขวดปลอดเชื้อแรงดันต่ำที่รองรับการใช้พลาสติกรีไซเคิล ระบบจัดการน้ำและพลังงานที่ช่วยลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต รวมถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัท ในการพัฒนาคุณภาพสินค้า ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน
ขณะที่นายจูนิชิโร ทาคาตะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ซันโทรี่ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความคล่องตัวในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความแตกต่าง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม
การขยายสายการผลิตใหม่ที่โรงงานสระบุรีนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย โดยต่อยอดจากแบรนด์หลักอย่างเป๊ปซี่และผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มชาและกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมี่ยม ภายใต้แบรนด์ ทีพลัส และบอส คอฟฟี่ การลงทุนครั้งนี้ช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ผ่านโรงงานผลิตของบริษัทเอง และเพิ่มประสิทธิภาพรวมถึงความรวดเร็วในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
“การขยายโรงงานสระบุรีตอกย้ำความมุ่งมั่นของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ในการเสริมสร้างขีดความสามารถที่พร้อมรองรับอนาคต ควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย บนพื้นฐานของความเป็นเลิศในการดำเนินงานและความยั่งยืน” นายจูนิชิโร