เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
Columns AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
Finance เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
Business ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
Economic FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ต.ค.) ขยับขึ้น 1.74% อยู่ที่ 84,424 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ต.ค.) ขยับขึ้น 1.74% อยู่ที่ 84,424 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
News ‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
HR กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
ดูทั้งหมด

สมาคมภัตตาคารไทย ร้อง 3 ข้อถึงรัฐบาลใหม่ แก้ธุรกิจร้านอาหารซบเซา

09 ก.พ. 2569 | 16:57น.
ฐนิวรรณ กุลมงคล

สมาคมภัตตาคารไทย ร้อง 3 ข้อถึงรัฐบาลใหม่ แก้ธุรกิจร้านอาหารซบเซา ขับเคลื่อนตลาด 7 แสนล้าน

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารและร้านอาหารอย่างเร่งด่วน เพราะขณะนี้ร้านอาหารจำนวนมากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ตลาดอาหารและร้านอาหารไทยปี 2569 เผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อชะลอตัว แม้มูลค่ารวมอาจทรงตัวในระดับที่คาดการณ์คือ 7 แสนล้านบาท แต่การแข่งขันจะรุนแรงขึ้นมาก ร้านที่สายป่านสั้น และ Micro SME ด้านอาหารอาจจะต้องปิดตัวลงอีกจำนวนมาก

โดยสมาคมเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศใน 3 หัวข้อดังนี้

1.ขยายฐานร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ที่จะดำเนินการต่อเนื่องในปี 2569 ซึ่งในเฟสแรกปี 2568 กำหนดว่าต้องเป็นร้านค้าอาหารที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (นอกระบบ VAT) สมาคมฯต้องการให้ขยายขอบเขตเป็นร้านอาหารที่มีรายได้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อปี และสามารถเป็นนิติบุคคลได้ โดยทั้งนี้หากเป็นร้านอาหารที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อปี ต้องเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

“จริง ๆ แล้ว Micro SME (MSME) มีประมาณ 9 ล้านรายทั่วประเทศ แต่ในเฟสแรกมี MSME ที่เข้าโครงการได้เพียงประมาณ 1 ล้านรายเท่านั้น หากรัฐขยายฐานในส่วนนี้จะทำให้เปิดโอกาสสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารมากขึ้น ซึ่งก็ยังเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก อีกทั้งรัฐบาลยังจะมีรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มที่เข้ามา ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจ เพราะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับโอกาสในปีที่ผ่านมา ทั้งที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องค่าแรงขั้นต่ำของพนักงาน ค่าประกันสังคม และอื่นๆ ฯลฯ”

ในรอบแรกที่รัฐบาลเปิดโครงการคนละครึ่งพลัสในปี 2568 วงเงินประมาณ 44,000 ล้านบาท ได้สร้างพายุหมุนเศรษฐกิจ ที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายได้อย่างมหาศาล เราจึงอยากให้รัฐบาลให้โอกาสกับร้านค้าอีกกลุ่มให้เข้ามาเป็นทางเลือกของผู้บริโภคด้วย ซึ่งก็ยังเป็นการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในวงกว้างมากขึ้น

2.เสนอให้รัฐบาลเพิ่มความสำคัญกับธุรกิจอาหารขนาดเล็ก เช่น Street Food/ข้าวแกง ซึ่งเป็นภาคส่วนที่สำคัญของธุรกิจอาหารโดยคาดว่ากลุ่มอาหาร Street Food จะเติบโตแตะระดับ 2.6 แสนล้านบาทในปี 2569 โดยต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริม เช่น จัดเทศกาลอาหาร Food Festival หรือการประกวด Street Food/ข้าวแกง ในแต่ละจังหวัด เป็นเทศกาลอาหารอร่อยริมทาง หรือเทศกาลข้าวแกง

เป็นการต่อยอดจากที่สมาคมภัตตาคารไทยเองก็ให้ความสำคัญกับร้านข้าวแกงเป็นอย่างมากในปี 2568 ที่ผ่านมา เพราะเป็นอาหารที่กระจายไปทั่วไทย คนทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยให้มีเจ้าภาพ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงพาณิชย์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฯลฯ

ทั้งนี้ อาจยกระดับ Street Food/ข้าวแกงไทย เป็น Cultural Food Asset ประกาศเป็นมรดกอาหารของชาติ จัดเทศกาล Street Food/ข้าวแกงแห่งชาติ ทำแผนที่ตามรอย 77 จังหวัด ซึ่งจะสามารถผลิต Content ระดับโลก เชิญชวนทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวให้เดินทางตามรอยไปชิม

ตลอดจนสร้าง Thai Food Tourism Corridor หรือแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอาหารของไทย คือยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่มุ่งเชื่อมโยงแหล่งอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ วัตถุดิบชุมชน และเทศกาลอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับอาหารไทยให้เป็นประสบการณ์การเดินทาง (Gastronomy Tourism) เพื่อกระจายรายได้ไปสู่ทุกจังหวัดทั่วไทย

3.เสนอให้รัฐบาลดำเนินการหาตลาดอาหารไทยในต่างประเทศอย่างจริงจัง เช่น ให้กระทรวงพาณิชย์เร่งจับคู่ธุรกิจอาหารไทยกับมณฑลต่าง ๆ ในจีน เป็นต้น เนื่องจากจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง โดยมุ่งให้รัฐบาลสนับสนุนการเปิดสาขา การขยายฐานที่เอื้อต่อการลงทุนของร้านอาหารไทย/ธุรกิจอาหารไทยในต่างแดน

“อาหารคือเศรษฐกิจฐานรากที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ร้านอาหารกว่า 6 แสนร้านเป็นหัวใจของการฟื้นเศรษฐกิจได้รวดเร็ว ถ้ารัฐกระตุ้นถูกจุด เงินจะหมุนเร็วกว่าภาคธุรกิจอื่น ร้านเล็กจะอยู่รอด เกษตรกรขายได้ ประชาชนได้ประโยชน์ เงินก็จะหมุนเวียนในประเทศอีกมหาศาล และประเทศไทยจะขายรสชาติให้โลกได้ และอาจทำให้ธุรกิจอาหาร/ร้านอาหารโตอีก 1-2% หรือเงินเข้าสู่ธุรกิจอาหารขยายเพิ่มอีก 7 พัน-1.4 หมื่นล้านบาทในปีนี้” นางฐนิวรรณกล่าว