เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รฟม.เข้าตรวจสอบน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ แยกวงเวียนใหญ่ ยังไม่พบการทรุดตัว
News รฟม.เข้าตรวจสอบน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ แยกวงเวียนใหญ่ ยังไม่พบการทรุดตัว
อานิสงส์คืนเงินกองถ่ายต่างประเทศ 30% หนุนเงินสะพัดคาดปี’70 ทะลุหมื่นล้าน
Economic อานิสงส์คืนเงินกองถ่ายต่างประเทศ 30% หนุนเงินสะพัดคาดปี’70 ทะลุหมื่นล้าน
นายกฯ ยันน้ำรั่วอุโมงค์ MRT ไม่กระทบโครงสร้าง สั่งตรวจจุดอื่นด้วย
Politics นายกฯ ยันน้ำรั่วอุโมงค์ MRT ไม่กระทบโครงสร้าง สั่งตรวจจุดอื่นด้วย
อนุทิน ลั่น ‘คดีทุจริตสอบท้องถิ่น’ ไม่ประนีประนอม ทุกอย่างตามกฎหมาย
Politics อนุทิน ลั่น ‘คดีทุจริตสอบท้องถิ่น’ ไม่ประนีประนอม ทุกอย่างตามกฎหมาย
ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.49 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.49 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
นายกฯ พร้อมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
Politics นายกฯ พร้อมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
นายกฯ ไม่ต้องเคลียร์ใจ ‘วันนอร์’ ปมชงยุบ กอ.รมน. ชี้นโยบายอย่างไรก็ตามนั้น
Politics นายกฯ ไม่ต้องเคลียร์ใจ ‘วันนอร์’ ปมชงยุบ กอ.รมน. ชี้นโยบายอย่างไรก็ตามนั้น
SC ปรับเกมตลาด ‘บ้านหรู’ รุก Wealth ดันเป้า 1.65 หมื่นล้าน
Real Estate SC ปรับเกมตลาด ‘บ้านหรู’ รุก Wealth ดันเป้า 1.65 หมื่นล้าน
เฉลย “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใคร ก.ล.ต.ตั้งโต๊ะชี้แจงวันนี้ (9 ก.ค.)
Finance เฉลย “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใคร ก.ล.ต.ตั้งโต๊ะชี้แจงวันนี้ (9 ก.ค.)
ฝ่าพายุ Food Cost Shock เมื่อสงครามจู่โจม ‘ต้นทุน’ อุตฯ อาหารไทย
Economic ฝ่าพายุ Food Cost Shock เมื่อสงครามจู่โจม ‘ต้นทุน’ อุตฯ อาหารไทย
ดูทั้งหมด

‘ค้าปลีกสหรัฐ’ ลุ้นรับเงินคืน หลังศาลสูงตีตกภาษีทรัมป์

27 ก.พ. 2569 | 07:34น.
คอลัมน์ : Market Move

คำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของศาลสูงสหรัฐ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งสินค้าเข้าสู่สหรัฐแล้ว วงการค้าปลีกของสหรัฐเป็นอีกหนึ่งในผู้ที่ได้ประโยชน์จากคำตัดสินนี้ ทั้งด้านลดภาระภาษีนำเข้า และยังมีโอกาสลุ้นได้เงินภาษีที่จ่ายไปแล้วคืนอีกด้วย

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานถึงความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการค้าปลีกในสหรัฐว่า สหพันธ์ค้าปลีกของสหรัฐ หรือ National Retail Federation-NRF ออกแถลงการณ์ระบุว่า การประกาศของศาลฎีกาเกี่ยวกับภาษีศุลกากร ช่วยทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกสามารถทำงานได้อย่างไม่มีความคลุมเครือ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของสหรัฐ เพราะนโยบายการค้าที่ชัดเจนและสอดคล้องกันจะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างงาน และโอกาสสำหรับครอบครัวชาวอเมริกัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ศาลสูงสุดของสหรัฐตัดสินว่า อัตราภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดใช้กับประเทศคู่ค้าภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หรือ International Emergency Economic Powers Act-IEEPA นั้นเกินขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี

อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้สร้างคำถามใหม่ว่า ผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคชาวอเมริกันจะได้รับผลกระทบทางการเงินมากน้อยเพียงใด และธุรกิจ-อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจะเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้นหรือน้อยลงกันแน่

เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคำตัดสินออกมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจประณามคำตัดสินนี้ และระบุว่ารัฐบาลมี “ทางเลือกอื่น” พร้อมประกาศอัตราภาษีใหม่ทั่วโลกที่ 10%

“เดวิด เฟรนช์” รองประธานบริหารฝ่ายความสัมพันธ์กับรัฐบาลของ NRF กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐยังมีเครื่องมือด้านภาษีศุลกากรอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งคาดว่าจะถูกนำมาใช้เพื่อรักษาอำนาจต่อรองในการเจรจากับประเทศอื่น ๆ ดังนั้น ประโยชน์ของคำพิพากษาในครั้งนี้คือ การตัดเครื่องมือหนึ่งอย่างออกจากมือของประธานาธิบดี และสร้างความแน่นอนมากขึ้นในกระบวนการด้านภาษีศุลกากร

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับการใช้ IEEPA แล้ว มาตรการภาษีทางเลือกที่ประธานาธิบดีกำหนดเมื่อวันศุกร์จะมีข้อจำกัดมากกว่า เช่น มาตรการภาษีบางชนิดจะมีกำหนดเวลา หรือกำหนดให้ฝ่ายบริหารต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนจะสามารถประกาศใช้ได้

ขณะเดียวกัน ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐจะคืนเงินภาษีศุลกากรที่ผู้นำเข้าชำระไปแล้ว ก่อนจะถูกตัดสินว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อใด และในรูปแบบใด

ในเรื่องคืนเงินภาษีศุลกากรนี้ แถลงการณ์ของ NRF ระบุว่า สมาพันธ์ขอเรียกร้องให้ศาลชั้นต้นสั่งดำเนินการคืนภาษีศุลกากรแก่ผู้นำเข้าในสหรัฐอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เพราะเงินจำนวนนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยให้บริษัทต่าง ๆ มีเงินไปลงทุนในธุรกิจ, พนักงาน และลูกค้าของตนได้

“เราหวังว่าประธานาธิบดีจะสรุปกำหนดเวลาและรูปแบบการคืนเงินให้เร็วที่สุดและง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทุกคน รวมถึงตัวประธานาธิบดีเอง เพราะอาจเป็นผลบวกต่อการเลือกตั้งกลางเทอมด้วย”

โดยกลุ่มธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ประกอบด้วย เสื้อผ้า-รองเท้า ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐกำหนดกำแพงภาษีในอัตราสูงสำหรับสินค้านำเข้าจากเวียดนามและจีนที่เป็นฐานผลิตหลักของอุตสาหกรรมสิ่งทอ ขณะที่สหรัฐต้องนำเข้าเสื้อผ้า-รองเท้าเกือบ 100%

“แมตต์ พรีสต์” ซีอีโอของสมาคมผู้จัดจำหน่ายและค้าปลีกรองเท้าแห่งอเมริกากล่าวว่า การตัดสินครั้งนี้ลดความไม่แน่นอนในอุตสาหกรรมรองเท้า เพราะเป็นการจำกัดเครื่องมือทางภาษีที่ประธานาธิบดีสามารถใช้ได้ ให้เหลือเพียงภาษีที่ไม่ครอบคลุมกว้างขวางนัก และอาจต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

“ถึงแม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง แต่เราก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับภาษีที่สูงเกินควรอีกต่อไปแล้ว”

ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลายกลุ่มธุรกิจ-อุตสาหกรรมที่ยังต้องเผชิญภาษีนำเข้าในอัตราสูงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์, ยา, เฟอร์นิเจอร์ และอาหาร เครื่องดื่มที่ใช้บรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียม

เนื่องจากคำตัดสินของศาลไม่ครอบคลุมภาษีที่ตราขึ้นภายใต้มาตรา 232 ของพระราชบัญญัติขยายการค้าปี 1962 ซึ่งให้อำนาจเก็บภาษีสินค้าที่คุกคามความมั่นคงของชาติ ทำให้ภาษีส่วนนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์, อะลูมิเนียม, เฟอร์นิเจอร์ประกอบสำเร็จ และยา เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค้าปลีก สหรัฐอเมริกา