“มยุรี นารี – วิภา นารี – วิยดา นารี- บารณี นารี- ดารณี นารี” เหล่านี้คือชื่อเรือบรรทุกสินค้าในเครือ PSL หรือ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) และผู้ถือครองอาณาจักรนี้คือ คือ ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย
ประชาชาติธุรกิจจะพาไปทำความรู้จักกับ “ตระกูลชาห์” ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับที่ 34 ของประเทศไทย ผู้เนรมิตกองเรือนารีให้โลดแล่นไปทั่วโลก จากรากเหง้าพ่อค้าข้าวชาวอินเดียในบอมเบย์เมื่อ 158 ปีก่อน สู่การเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติ GP Group ที่ทรงอิทธิพลที่สุดตระกูลหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์
1860 – 1918
ต้นกำเนิดของความมั่งคั่งนี้เริ่มต้นที่เมืองบอมเบย์ (มุมไบในปัจจุบัน) ประเทศอินเดีย ในปี ค.ศ. 1860 โดย คุณเทียดของ คุณกิริต ชาห์ ได้ก่อตั้งธุรกิจค้าโภคภัณฑ์ขนาดเล็ก เน้นการส่งออกข้าวและผลิตผลทางการเกษตร
แต่แล้วจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อความต้องการข้าวในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ตระกูลชาห์เล็งเห็นศักยภาพของ ‘สยาม’ ในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของเอเชีย ช่วงนั้นอยู่ในปี 1918 (พ.ศ. 2461) ต้นตระกูลชาห์จึงตัดสินใจข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดสาขาที่กรุงเทพ ถือเป็น “พ่อค้าข้าวชาวอินเดียรายแรกและรายเดียว” ที่เข้ามาตั้งรกรากทำธุรกิจในไทยอย่างเป็นล่ำเป็นสันในยุคนั้น ภายใต้ชื่อกลุ่มบริษัท G.P. Group (ย่อมาจาก Geepee Group)
1975 – 1980
ยุคบุกเบิกของ กิริต ชาห์
หากคุณเทียดคือผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ คุณกิริต ชาห์ (Kirit Shah) คือผู้ที่ทำให้ต้นไม้ต้นนี้กลายเป็นป่าใหญ่
ในปี 1975 กิริต ชาห์ ในวัยหนุ่มตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยในอินเดียเพื่อมาช่วยพ่อทำงานที่กรุงเทพฯ สภาพออฟฟิศในตอนนั้นเป็นเพียงตึกแถวเล็ก ๆ มีพนักงานไม่ถึง 10 คน เขาเริ่มต้นจากการเป็น ‘เซลส์แมน’ เดินสายพบลูกค้าทั่วโลกนาน 9 เดือน เพื่อขยายสินค้าจากข้าวไปสู่โภคภัณฑ์อื่นๆ เช่น น้ำตาล, ข้าวโพด และเหล็ก
ในปี 1979 คุณพ่อของเขาล้มป่วยกะทันหัน กิริตในวัยเพียง 20 ต้น ๆ ต้องแบกรับภาระทั้งหมด ฝ่าฝันความยากลำบากในฐานะเสาหลักของครอบครัว กระทั่งเขามองเห็นว่า การค้าขาย จะยั่งยืนได้ ต้องมีโลจิสติกส์ของตัวเอง นี่คือที่มาของการก่อตั้ง บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ในปี 1980 เริ่มต้นจากเรือมือสองเพียงไม่กี่ลำ จนกลายเป็นกองเรือ ‘นารี’ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในปัจจุบัน
ทำเนียบแม่ทัพตระกูลชาห์
ตระกูลชาห์บริหารงานด้วยระบบครอบครัว โดยมีสมาชิกหลักดังนี้:

1. กิริต ชาห์ (Kirit C. Shah): ผู้กุมบังเหียน
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ GP Group เขาคือผู้มีสายตาแหลมคมในการลงทุน กิริตขึ้นชื่อเรื่องการ “ซื้อสินทรัพย์ในช่วงวิกฤต” เช่น การขยายกองเรือในช่วงที่ค่าระวางเรือตกต่ำ หรือการเข้าซื้อกิจการคริสเตียนีและนีลเส็น (CNT)

2. อัญชู ชาห์ (Anju Shah): ลมใต้ปีก
ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของคุณกิริต คุณอัญชู ชาห์ ไม่ได้เป็นเพียงหลังบ้าน แต่เธอเป็น ผู้บริหารระดับสูง ในกลุ่ธุรกิจที่เน้นการบริการของ GP Group โดยมีตำแหน่งหลักดังนี้:
- กรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ของ Ambika Tour Agency: เธอเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นในปี 1986 (พ.ศ. 2529) เดิมทีตั้งขึ้นเพื่อจัดการเรื่องการเดินทางเชิงธุรกิจให้กับพนักงานในเครือ GP Group ทั่วโลก แต่ต่อมาภายใต้การนำของเธอ บริษัทได้ขยายตัวเป็นบริษัทจัดการการท่องเที่ยวแบบครบวงจร (Travel Management) ให้บริการแก่ลูกค้านอกกลุ่มทั้งในไทย อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- กรรมการผู้จัดการ Geepee Air Service: ดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสำรองที่นั่งและการจัดการด้านการขนส่งทางอากาศ ซึ่งสอดรับกับธุรกิจเดินเรือ PSL และธุรกิจการบิน MJets ของครอบครัว

3. นิชิต้า ชาห์ (Nishita Shah): “ชาร์กนิชิต้า” แม่ทัพหญิงเหล็ก
ทายาทคนโตที่โลกธุรกิจรู้จักดีจากรายการ Shark Tank Thailand
ระดับการการศึกษา: จบด้านบริหารธุรกิจจาก Boston University
- บทบาท: ในฐานะ Group Managing Director เธอคือผู้รับผิดชอบการ Transform ธุรกิจดั้งเดิมให้กลายเป็นธุรกิจสมัยใหม่
- ความสำเร็จ: เธอเป็นผู้ผลักดัน Mega We Care (MEGA) จนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และกลายเป็นแบรนด์ระดับโลก รวมถึงการก่อตั้ง MJets ธุรกิจเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เพื่อเจาะกลุ่มมหาเศรษฐีและนักธุรกิจระดับสูง
- ตัวตน: เธอรักแฟชั่น (เจ้าของแบรนด์ Nsha) และมองหาโอกาสใน Startup ด้านเทคโนโลยีเสมอ

4. ซามีร่า ชาห์ (Sameera Shah): ผู้กุมภาพลักษณ์
ลูกสาวคนรองที่โดดเด่นด้านการสื่อสารและศิลปะ รับหน้าที่ดูแลการตลาดและ Branding ให้กับกลุ่ม Mega Lifesciences โดยเฉพาะ การทำให้ยาแบรนด์ไทยเป็นที่ยอมรับในแอฟริกาและอาเซียนถือเป็นผลงานชิ้นโบแดง

5. อิชาน ชาห์ (Ishaan Shah): ตัวพ่อสายเทคฯ
ลูกชายคนเล็กถูกวางตัวให้เป็นผู้บุกเบิก S-Curve ใหม่ของตระกูล อิชานสนใจเรื่อง Deep Tech, AI และพลังงานสะอาด เขากำลังนำพา GP Group เข้าสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนในอีก 50 ปีข้างหน้า
อาณาจักรธุรกิจตระกูลชาห์
GP Group ไม่ได้มีแค่เรือ แต่คือกลุ่มบริษัทข้ามชาติ (Conglomerate) ที่มีพอร์ตโฟลิโอหลากหลาย:
- การเดินเรือ (Shipping): PSL มีกองเรือเทกอง (Dry Bulk) กว่า 30-40 ลำ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
- สุขภาพ (Healthcare): Mega We Care (MEGA) มีโรงงานผลิตในไทยและออสเตรเลีย ขายสินค้าในกว่า 35 ประเทศ
- การก่อสร้าง (Construction): Christiani & Nielsen (CNT) บริษัทก่อสร้างเก่าแก่ที่สร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปัจจุบันตระกูลชาห์เป็นเจ้าของหลัก
- พลังงานและเคมี: Golden Lime (SUTHA) ผู้ผลิตปูนขาวรายใหญ่
- การบิน (Aviation): MJets บริหารจัดการเครื่องบินส่วนตัวและอาคารผู้โดยสารพิเศษ (FBO) ที่ดอนเมือง
- โลจิสติกส์และเทรดดิ้ง: ยังคงรักษาธุรกิจต้นน้ำคือการค้าสินค้าเกษตรและแร่ธาตุไว้
จากเหตุการณ์เรือ มยุรี นารี ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ตระกูลชาห์ออกมาแถลงการณ์โดยเน้นสวัสดิภาพลูกเรือไทย 23 ชีวิตเป็นลำดับแรก นิชิต้ากล่าวว่า “คนคือสินทรัพย์ที่ค่าที่สุด”
ปัจจุบันตระกูลชาห์ครองอันดับ 34 มหาเศรษฐีไทยด้วยทรัพย์สินกว่า 37,000 ล้านบาท เป็นตระกูลไทยเชื้อสายอินเดีย ที่รวยที่สุด
ประชาชาติธุรกิจเรียบเรียง
ที่มา: Forbes Thailand, GP Group Official Website, กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, infomarine.net