Skip to content

รวมพลัง “ปั่นรถถีบ” จี้คลอด พ.ร.บ.อากาศสะอาด เปลี่ยนโครงสร้างการผลิตสู้ฝุ่น

04 พ.ค. 2569 | 17:39น.
รวมพลัง “ปั่นรถถีบ” จี้คลอด พ.ร.บ.อากาศสะอาด เปลี่ยนโครงสร้างการผลิตสู้ฝุ่น

​เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเชียงใหม่รวมตัวแสดงพลังปั่นจักรยานและใช้รถไฟฟ้าเชิงสัญลักษณ์หน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จี้รัฐบาลส่งสัญญาณรับรองร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก่อนเดดไลน์ 13 พฤษภาคมนี้ ด้านนักวิชาการ มช.ชูจุดเด่นกฎหมายฉบับประชาชน ระบุแหล่งกำเนิดมลพิษชัดเจน 6 ประเภท พร้อมใช้กองทุนฯ เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เปลี่ยนโครงสร้างการผลิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ​กลุ่มจิตอาสารักษ์ดี เชียงใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายจักรยานวันอาทิตย์, สภาลมหายใจเชียงใหม่, นักวิชาการ และกลุ่มพลเมืองเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ณ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพื่อส่งเสียงถึงรัฐสภาให้เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาด โดยย้ำว่า “อากาศสะอาดคือสิทธิพื้นฐาน” และเป็นทางรอดเดียวที่ท้องถิ่นจะได้บริหารจัดการตนเอง  โดยมีการจัดขบวนปั่นจักรยานและรถไฟฟ้า (EV) รอบคูเมือง เพื่อสะท้อนถึงการเลือกใช้พลังงานสะอาดและสิทธิในการเข้าถึงอากาศบริสุทธิ์

เจาะ 6 ต้นตอมลพิษ

ผศ.ไพสิฐ พาณิชย์กุล อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ความพิเศษของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ต่างจากแนวทางเดิมของรัฐ โดยเน้นไปที่การจัดการที่แหล่งกำเนิดมลพิษ หรือ Point Source ซึ่งในบริบทของประเทศไทยได้ระบุไว้อย่างชัดเจน 6 ประเภท ได้แก่ ภาคป่าไม้, ภาคเกษตร, ภาคเมือง, ภาคอุตสาหกรรม, ภาคขนส่ง และมลพิษข้ามแดน โดยกฎหมายฉบับนี้จะบังคับให้แต่ละแหล่งกำเนิดต้องมีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงตามพื้นที่

นอกจากนี้ยังมี “กองทุนอากาศสะอาด” เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต แทนที่จะเสียเงินแก้ปัญหาปลายเหตุอย่างการแจกหน้ากาก

ผศ.ไพสิฐย้ำว่า กฎหมายฉบับนี้จะเปลี่ยนประชาชนให้เป็น “Watchdog” (สุนัขเฝ้าระวัง) ที่สามารถฟ้องร้องรัฐได้หากไม่ดำเนินการปกป้องสิทธิในการหายใจ

ทั้งนี้ ภาคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันร่างกฎหมายกลับสู่สภาภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นี้ เพื่อไม่ให้กฎหมายที่มาจากหยาดเหงื่อของคนพื้นที่ต้องตกไปอีกครั้ง

“กองทุนอากาศสะอาด” หัวใจของการเปลี่ยนโครงสร้าง

​อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ ผศ.ไพสิฐเน้นย้ำคือ “กองทุนอากาศสะอาด” ซึ่งกำลังถูกคัดค้านจากกระทรวงการคลังและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่ากองทุนนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเงิน แต่คือ “เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์” ที่จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตของประชาชนให้ยั่งยืนขึ้น ผ่านมาตรการจูงใจ (Incentive) และการระดมทุนจากภาคเอกชน แทนที่จะเสียเงินไปกับการแก้ปัญหาปลายเหตุอย่างการแจกหน้ากากอนามัย

เสียงสะท้อนจากพื้นที่

นางนลี อินทรนันท์ ตัวแทนกลุ่มจิตอาสารักษ์ดี เชียงใหม่ และนายรังสรรค์ จันทร์ต๊ะ ตัวแทนกลุ่มจักรยานเชียงใหม่ ต่างมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ชาวเชียงใหม่ต้องทนกับวิกฤตฝุ่นควันและถูก “รมควัน” มานานเกินไปจนกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นทางออกที่จะคืนสิทธิพื้นฐานและให้โอกาสท้องถิ่น โดยเฉพาะการให้นายก อบจ.มีอำนาจบริหารจัดการในระดับจังหวัดแทนการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพียงอย่างเดียว

เส้นตาย 13 พฤษภาคม..ความท้าทายสุดท้ายในรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม แม้ร่างกฎหมายจะมีความเข้มแข็งและตรงจุด แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญแรงเสียดทานหนักจาก สว. ในหลายประเด็น เช่น ความไม่เห็นด้วยต่อบทลงโทษที่รุนแรงต่อภาคเอกชน และอำนาจเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นโดยไม่ต้องมีหมาย ซึ่งเครือข่ายภาคประชาชนยืนยันว่า หากรัฐบาลไม่ยืนยันร่างกฎหมายกลับไปยังรัฐสภาภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ กฎหมายที่มาจากการขับเคลื่อนของประชาชนอาจต้องกลายเป็นหมันอีกครั้ง ท่ามกลางวิกฤตฝุ่นควันที่ยังคงคุกคามชีวิตคนไทยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ.อากาศสะอาด เชียงใหม่