“คนเล่าข่าว” แซงหน้า “สำนักข่าว” เจาะพฤติกรรมเสพข่าวชาวไทย จากรายงานวิจัยสากล
เมื่อ “ความเชื่อมั่น” ในสื่อหลักเริ่มสั่นคลอน และอัลกอริทึมโซเชียลมีเดียผลักดัน “ตัวบุคคล” มากกว่า “องค์กรข่าว” ผลสำรวจล่าสุดเผยคนไทยหันมาพึ่งพา อินฟลูฯ และ ครีเอเตอร์ ในการเสพข่าวพุ่งกระฉูด ทิ้งห่างค่าเฉลี่ยโลก โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม TikTok ที่ครีเอเตอร์กลายเป็นผู้กำหนดทิศทางข่าวแทนที่กองบรรณาธิการสำนักข่าว
รายงานวิจัยเชิงสำรวจ Reuters Institute Digital News Report 2025 โดย Reuters พบว่าพฤติกรรมการเสพข่าวทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ผู้คนเริ่มลดการเข้าถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสำนักข่าวโดยตรง แต่หันไปใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลัก โดยเฉพาะแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง
TikTok และ YouTube
สถิติสำคัญระดับโลก (Global Highlights)
สถิติทั่วโลกชี้ว่า ในกลุ่มผู้ใช้งาน TikTok และ Instagram ผู้คนให้ความสนใจกับ “อินฟลูเอนเซอร์” หรือ
“คนดัง” มากกว่านักข่าวจากสำนักข่าวหลักถึง 3 เท่า โดยเฉพาะข่าวบันเทิงและไลฟ์สไตล์ ขณะที่ข่าว
การเมืองยังคงมีการแข่งขันที่ก้ำกึ่ง
- TikTok 55% ของผู้ใช้ติดตามข่าวจาก ‘ครีเอเตอร์’ มากกว่าสำนักข่าว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรายงานวิจัยของปีที่แล้ว
- News Fatigue 39% ของคนทั่วโลกยอมรับว่า “เลี่ยงการดูข่าว” เพราะรู้สึกเครียดมากเกินไป
- Trust ความเชื่อมั่นในข่าวโดยรวมทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 40% แต่รุ่นใหม่เชื่อใจ “คนเสิร์ฟข่าว” ในโซเชียลมากกว่า
สถิติและเนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับไทย
ประเทศไทย ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้โซเชียลมีเดียเสพข่าวสูงที่สุดในโลก และที่น่าสนใจ คือ พฤติกรรมการเลือกเสพข่าวจาก “ตัวบุคคล” มากกว่า “แบรนด์สื่อ” ซึ่งมีความเด่นชัดมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
พฤติกรรมหลักที่น่าสนใจของคนไทยที่พบในรายงานวิจัย มีดังนี้
- The Power of Personalities คนไทยมีพฤติกรรมติดตาม “คนเล่าข่าว” (News Commentators) สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมองว่าการฟังคนสรุปข่าวให้ฟังมีความเป็นกันเองและเข้าใจง่ายกว่าการอ่านข่าวจากเว็บไซต์ทางการ
- TikTok คือสนามรบใหม่ สำหรับคนไทย TikTok ไม่ได้เป็นแค่แอปฯ บันเทิง แต่เป็น “แหล่งข่าวหลัก” โดยกลุ่มตัวอย่างในไทยระบุว่าให้ความสนใจข่าวจากครีเอเตอร์บน TikTok มากกว่านักข่าวในกระแสหลักถึงเกือบ 2 เท่าในบางหมวดเนื้อหา
- News Avoidance เทรนด์การ “เลี่ยงข่าว” เริ่มระบาดในไทยเช่นเดียวกับประเทศอื่นทั่วโลก สถิติเฉลี่ยของโลกคือ 39% เนื่องจากคนรู้สึกเหนื่อยล้าจากข่าวความขัดแย้ง ส่งผลให้ข่าวที่ถูกย่อยโดยครีเอเตอร์ที่มีอารมณ์ขันหรือมีสไตล์เฉพาะตัวได้รับความนิยมมากกว่า
- Trust Gap ความเชื่อมั่นในสื่อหลักของไทยยังคงเผชิญความท้าทาย โดยผู้บริโภคหันไปเชื่อถือข้อมูลจากเครือข่ายสังคมหรือบุคคลที่ตนเองติดตาม (Peer-to-peer trust) มากขึ้น
ทั้งนี้ในภาพรวมการเติบโตของ ครีเอเตอร์ ในไทย อาจไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความบันเทิง แต่สะท้อนถึงการปรับตัวของผู้ชมที่ต้องการความ “เรียล” และการสรุปที่กระชับ สำนักข่าวในไทยจึงต้องปรับตัวจากเดิมที่เป็นผู้รายงานข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้าง “News Identity” หรือการปั้นนักข่าวให้มีตัวตนเป็นที่น่าจดจำเพื่อดึงฐานคนดูคืนมาจากเหล่าครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ที่นับวันขยายอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ