ควรจ่ายเงินพนักงาน “ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ แนะในงานเปิดตัวชิปใหม่ที่เมืองไทเป ว่าบริษัทต่าง ๆ ควรจ่ายค่าตอบแทนให้พนักงาน “ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” หลัง Samsung พึ่งมีประเด็นวิกฤตสหภาพแรงงาน
ในงานแถลงข่าวเปิดตัวชิปใหม่ที่ไทเป ไต้หวัน เจนเซ่น หวง CEO และ ผู้ก่อตั้ง Nvidia บริษัทผลิตฮาร์ดแวร์ AI ก่อนที่จะเดินทางไปเกาหลีใต้ ที่เพิ่งมีประเด็นแรงงานประท้วง Samsung Electronics และยุติลงด้วยการทำข้อตกลงเรื่องการจ่ายเงินโบนัสก้อนโตตามผลกำไร ร่วมกับสหภาพแรงงานของบริษัท
หวงให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทของ Samsung ว่า
“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น…ผมคิดว่าคนเราควรได้รับค่าจ้างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ลองถามพนักงานของผมดูสิ…เอาเข้าจริง ผมทำแบบนั้นแหละ”
“ผมจ่ายเงินให้พนักงานของผมมากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้”
กระแสความนิยมในเทคโนโลยี AI ได้ผลักดันให้ราคาหุ้นของ Nvidia พุ่งสูงขึ้นถึง 1,170% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากที่ถือออปชั่นหุ้นกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านไปในชั่วข้ามคืน
ด้าน Samsung ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ก็มีมูลค่าและกำไรพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามดีมานด์ตลาดโลกเช่นกัน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้พนักงานเกิดความรู้สึกไม่พอใจกับค่าแรง จนนำไปสู่การทำข้อตกลงที่ระบุว่า พนักงานในเกาหลีใต้ประมาณ 60% ของ Samsung จะมีสิทธิได้รับเงินโบนัสสูงสุดถึงคนละ 600 ล้านวอน (หรือประมาณ 12.9 ล้านบาท) ในปีนี้ โดยคำนวณจากตัวเลขคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานของตลาด
อย่างไรก็ตาม หวงมีกำหนดการจะเดินทางถึงเกาหลีใต้ในวันศุกร์นี้ และมีรายงานว่าจะเข้าพบกับบริษัทต่าง ๆ รวมถึง SK Group และ Hyundai เพื่อหารือเกี่ยวกับระบบหุ่นยนต์และ “AI เชิงกายภาพ” (Physical AI)
นอกจากนี้ ยังมีตารางไปปรากฏตัวในรายการทอล์กโชว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดรายการหนึ่งของประเทศอย่าง You Quiz on the Block และคาดว่าจะร่วมรับประทานอาหารค่ำแบบบาร์บีคิวเกาหลีร่วมกับบรรดาผู้นำธุรกิจเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศอีกด้วย
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หวงชี้ว่าปัจจุบัน Nvidia เจอปัญหา สินค้าผลิตไม่ทันตามความต้องการของตลาด เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านชิ้นส่วนและวัตถุดิบต่าง ๆ ที่นำมาใช้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่แผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนไปจนถึงส่วนประกอบหน่วยความจำขั้นสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็มั่นใจว่าบริษัทมีซัพพลายในมือเพียงพอที่จะดันให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งมากแน่นอน
เนื่องจากไต้หวันเป็นฐานการผลิตหลักของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง TSMC และ Foxconn เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หวงจึงประกาศว่า Nvidia จะเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในไต้หวันแบบก้าวกระโดด จากเดิมปีละ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่งเป็น 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อเข้ามาช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่น่าทึ่งบนเกาะแห่งนี้
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ได้กล่าวในพิธีเปิดงาน Computex เมื่อวันอังคารว่า การที่เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรม และความไว้วางใจที่นานาชาติมีให้ต่อระบบประชาธิปไตยของไต้หวัน