กลุ่มผู้เลี้ยงไก่-หมูผนึกกำลังจี้กระทรวงพาณิชย์เปิดเสรีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ แจง 2 ข้อจำเป็นต้องนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐ เพราะในประเทศไม่พอใช้ แถมสหรัฐใช้ต่อรองภาษี ยันพืช GMO ใช้กันทั่วโลก ไร้ผลกระทบต่อสุขภาพ โอดราคาข้าวโพดในประเทศพุ่งทะลุ 13-14 บาท/กก. ไปแล้ว
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ร่วมกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์และประมง จำนวน 21 สมาคม กรณีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 ล้านตันจากสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกามีความจำเป็น 2 ประการ
คือ 1.เพื่อบรรเทาผลกระทบภาษีของสหรัฐ แม้ปัจจุบันศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก แต่ยังเป็นภัยคุกคามอยู่ เนื่องจากสหรัฐใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% และเก็บสูงสุดได้ถึง 15% ไทยจึงจำเป็นต้องเจรจาเปิดตลาดกับสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง
2.ภาคปศุสัตว์ต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยปัจจุบันไทยมีความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 9 ล้านตัน ผลผลิตในประเทศมีเพียง 5 ล้านตัน ยังขาดแคลน 4 ล้านตัน ซึ่งมีการนำเข้า 3.2 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวโพดจากพม่า 1.5 ล้านตัน และข้าวสาลี 1.7 ล้านตัน และยังขาดแคลนอีก 8 แสนตัน

รัฐบาลมุ่งเน้นปกป้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดไทย นอกจากประกาศดูแลราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยกระทรวงพาณิชย์กำหนดราคาซื้อ 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งที่ปัจจุบันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พุ่งสูงทะลุ 13-14 บาท/กก. ส่วนหนึ่งจากมาตรการควบคุมการนำเข้าของรัฐที่เข้มงวดขึ้นทุกปี การนำเข้าข้าวโพดในกรอบ AFTA ลดลงกว่าครึ่งจากมาตรการนำเข้าปลอดการเผา ผนวกกับภัยแล้งทำให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวโพดล่าช้าตามไปด้วย ทำให้ข้าวโพดไทยมีราคาสวนทางกับราคาขายเนื้อสัตว์ที่ปรับลดลง ภาครัฐจึงจำเป็นต้องทบทวนมาตรการนำเข้าให้เกิดความเป็นธรรมต่อภาคปศุสัตว์ด้วย
นายพรศิลป์กล่าวต่อว่า ในประเด็นการใช้วัตถุดิบกลุ่มคาร์โบไฮเดรตในประเทศมาทดแทนข้าวโพด ทุกวันนี้มีการใช้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้าวเปลือก ปลายข้าว รำข้าว หรือมันสำปะหลัง แต่การจะนำมาใช้ทดแทนทั้งหมดนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากข้อจำกัดของความต้องการสารอาหารในสัตว์แต่ละชนิดและแต่ละช่วงอายุ ความปลอดภัย และข้อด้อยของวัตถุดิบนั้น ๆ
เช่น ไก่ไข่ต้องการสารสีในข้าวโพดมาช่วยให้สีไข่แดงสวยตรงตามความต้องการของตลาด ซึ่งปลายข้าวและมันสำปะหลังไม่มีสารสี จึงต้องเพิ่มสารสีสังเคราะห์ในสูตรอาหารเป็นการเพิ่มต้นทุน ขณะที่ปลายข้าวราคาสูง เพราะต้องแย่งกับตลาดมนุษย์บริโภค ทำให้ไม่สามารถเอามาใช้ได้ในสูตรอาหารที่ต้องแข่งขันในเรื่องต้นทุน
“ส่วนประเด็นข้อกังวลเรื่องการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากอเมริกานั้น สมาพันธ์ยืนยันว่า พืช GMO ถูกใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ใช้ถั่วเหลือง GMO ในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์มานานกว่า 30 ปี โดยไม่มีผลกระทบเชิงลบ และไม่กระทบต่อการส่งออก พร้อมกันนี้ยังได้รับการยืนยันจากหน่วยงานวิชาการว่าความเสี่ยงจากการปนเปื้อนอยู่ในระดับปลอดภัย”
ทั้งนี้ ภาคปศุสัตว์ของไทยประสบปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ไม่เพียงพอมาโดยตลอด ซึ่งรัฐบาลควรแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเปิดเสรีการนำเข้า และยกเลิกโควตา 3 ต่อ 1 หรือมาตรการกำหนดให้ผู้นำเข้าจะต้องซื้อข้าวโพดไทย 3 ส่วนเพื่อแลกนำเข้าข้าวโพด WTO 1 ส่วน เพื่อแก้ปัญหาวัตถุดิบในประเทศที่ขาดแคลน ไม่เพียงพอต่อการใช้
นอกจากนี้ ปัจจุบันกฎเกณฑ์เพื่อความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้สินค้าส่งออกถูกกำกับดูแลด้วยมาตรฐานคาร์บอน ดังนั้น การใช้วัตถุดิบทางเกษตรที่มาจากการเผา สร้างปัญหาฝุ่น PM 2.5 อาจทำให้สินค้าส่งออกของไทยได้รับผลกระทบ รัฐจึงควรรับมือกับเรื่องดังกล่าวด้วย