LINE MAN RIDE เปิดตัว ‘Comfort’ บริการเรียกรถ EV ที่นั่งกว้าง นำร่องกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
LINE MAN RIDE เร่งขยายเครือข่ายรถ EV เดินหน้าโมเดลเช่าร่วมกับพาร์ตเนอร์ หนุนคนขับสร้างรายได้-ลดต้นทุน ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับ EV อีก 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026 พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ “Comfort” เลือกรถ EV ที่นั่งกว้างในราคาย่อมเยา นำร่องให้บริการกรุงเทพฯ และปริมณฑล
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญของธุรกิจ Ride-hailing ในระยะยาว คือเครือข่ายคนขับที่มีคุณภาพ และสามารถประกอบอาชีพบนแพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน
บริษัทจึงเลือกลงทุนที่การลดต้นทุนของคนขับผ่านโมเดลเช่ารถยนต์ไฟฟ้า ใช้เงินเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท พร้อมการันตีรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ขับที่เข้าเงื่อนไข สนับสนุนการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของรถได้เมื่อเช่าครบ 6 ปี
“รถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60% หรือเฉลี่ยประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนต่อคัน เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป ส่งผลให้คนขับมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับการขับแท็กซี่ทั่วไป”
นายยอดกล่าวต่อว่า หลังเปิดให้บริการเรียกรถ EV ในเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา LINE MAN RIDE สามารถขยายจำนวนรถ EV ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 10 เดือน บริษัทจึงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับรถ EV ที่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์มอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026
“เมื่อคนขับมีต้นทุนต่ำลง รายได้สุทธิก็เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้โดยสารก็ได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้นไปพร้อมกัน นับเป็นแนวทางการสร้าง EV Ecosystem ที่เติบโตได้อย่างสมดุลทั้งฝั่งคนขับ ผู้โดยสาร และแพลตฟอร์ม”
อย่างไรก็ตาม การขยาย EV Ecosystem ไม่ได้ช่วยยกระดับรายได้ของคนขับอย่างเดียว แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถ EV บนแพลตฟอร์ม LINE MAN มีการใช้งานเฉลี่ยกว่า 5,000 กิโลเมตรต่อเดือนต่อคัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 0.75 ตันต่อเดือน และปัจจุบัน LINE MAN RIDE สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO₂ สะสมได้แล้วกว่า 3,500 ตัน เทียบเท่ากับการนำรถยนต์กว่า 750 คันออกจากท้องถนนตลอดทั้งปี

ซีอีโอ LINE MAN Wongnai ทิ้งท้ายด้วยว่า นอกจากการขยายเครือข่ายรถ EV แล้ว LINE MAN RIDE ยังคงพัฒนาประสบการณ์การเดินทางภายใต้แนวคิด “ราคาถูก ปลอดภัย” ด้วยราคาที่คุ้มค่า พร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย เช่น Chat Stickers สำหรับสื่อสารกับคนขับ และ QR Payment สำหรับการชำระเงิน
ขณะที่ด้านความปลอดภัยมีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Tracking) การตรวจสอบประวัติคนขับ ประกันคุ้มครองทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ระบบประเมินคะแนนแบบไม่เปิดเผยตัวตน และเป็นแอปพลิเคชั่นที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก
รวมถึงเปิดทดลองฟีเจอร์ “Comfort” ซึ่งเป็นบริการเรียกรถประเภทใหม่บน LINE MAN RIDE จากเดิมที่ให้บริการเรียกรถแท็กซี่ รถยนต์ส่วนบุคคล และมอเตอร์ไซค์สำหรับรับ-ส่ง โดยผู้โดยสารสามารถเลือกเรียกรถ EV ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ในราคาที่เข้าถึงได้ นำร่องให้บริการในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนทยอยขยายเพิ่มเติมในอนาคต
“ด้วยประสบการณ์การโดยสารที่ดีในราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้มีอัตราการใช้บริการซ้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงมั่นใจว่ายอดการใช้บริการฟีเจอร์เรียกรถ EV จะเติบโตขึ้น 10 เท่าภายในสิ้นปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงทดลองให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2026”