ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐ กดดันแนวโน้มอุปสงค์
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังจากความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐกดดันแนวโน้มอุปสงค์ ขณะที่ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านถูกมองว่ามีแนวโน้มเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลด หลังรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สะท้อนความกังวลต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันโลกในระยะข้างหน้า ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์มองว่าความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นระหว่างสหรัฐและตะวันออกกลางมีแนวโน้มเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังเผชิญข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ
เมื่อวันพฤหัสที่ 9 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้และตะวันออกของอิหร่าน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 9 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 72.08 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 76.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ต่อมาสื่ออิหร่านรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดหลายครั้งทั่วภาคใต้ของประเทศ รวมถึงในเมืองบูเชห์ร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งหนึ่ง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างพิธีฝังศพของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี
อย่างไรก็ดี สหรัฐยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารในช่วงสองวันที่ผ่านมา เป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัยและเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากกล่าวหาว่ากองกำลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งระบุว่า ไม่มีการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐในช่วงหลายชั่วโมงที่ผ่านมา นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐอีกรายหนึ่งเปิดเผยว่า วอชิงตันยังคงมุ่งมั่นในการหาทางออกร่วมกับอิหร่าน และการเจรจาทางเทคนิคระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป
ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง อาทิ กาตาร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ได้ออกมาประณามการโจมตีเรือขนส่งสินค้าและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับมาใช้แนวทางการทูตในการแก้ไขข้อขัดแย้ง รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีและโอมานได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งทางทหารระหว่างการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน นายอับบาส อารักชี โดยเรียกร้องให้ใช้การเจรจาเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามรุนแรงยิ่งขึ้น
