ลุยล้าง ‘ทุนเทา-นอมินี’ พาณิชย์ผนึก กอ.รมน. สกัดตั้งแต่จดบริษัท บังคับโชว์ Bank Statement
รัฐบาลเร่งยกระดับปราบปราม “ทุนเทา-นอมินี” หลังถูกมองเป็นปัญหาบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจและกระทบผู้ประกอบการไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ กอ.รมน. เชื่อมข้อมูลด้านธุรกิจและความมั่นคง เดินหน้าสกัดตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียนนิติบุคคล เพิ่มมาตรการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง พร้อมตรวจสอบธุรกิจผิดกฎหมายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้หารือร่วมกับ กอ.รมน.เพื่อบูรณาการความร่วมมือป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น โดยจะใช้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงเพื่อแก้ปัญหาทุนเทาและการสวมสิทธิประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอย่างเป็นระบบ
“ทั้ง 2 หน่วยงานจะใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายร่วมกันสกัดกั้นทุนเทาและนอมินีตั้งแต่ต้นทาง”
โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคล ผ่านการบังคับใช้คำสั่งและประกาศของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง เพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมาย ทั้งการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงบัญชีม้า กำหนดให้ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยในบริษัทร่วมทุนต่างชาติต้องแสดงหลักฐานรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน รวมถึงการยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เพื่อป้องกันการจัดตั้งบริษัทนอมินีและการนำบริษัทไปใช้เป็นบัญชีม้านิติบุคคล
ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 1,003,706 ราย โดยในจำนวนนี้มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนในสัดส่วน 0.01-49.99% ซึ่งยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทยอยู่ 119,116 ราย ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการคัดกรองและติดตามความเสี่ยงอย่างเข้มข้นมากขึ้น
ด้าน พลโทณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน. มีภารกิจหลักด้านความมั่นคง โดยให้ความสำคัญกับปัญหาคนต่างด้าว ทั้งแรงงานต่างด้าว การย้ายถิ่นฐาน การหลบหนีเข้าเมือง และการสวมสัญชาติ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางสังคมของประเทศ รวมถึงปัญหายาเสพติด โดยระบุว่า “หากได้รับข้อมูลนิติบุคคลที่ผลิตหรือนำเข้าสารเคมีซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงาน”
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและ กอ.รมน. จะครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูล การเฝ้าระวัง และการตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินี หรือหลีกเลี่ยงกฎหมายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายในเชิงลึก พร้อมปกป้องผู้ประกอบการไทยและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน