มารูติ-ซูซูกิ ปรับเกมลุยรถหรู ‘อินเดีย’
คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์
เป็นเวลากว่า 40 ปีที่ “ซูซูกิ”ครองท้องถนนอินเดีย ประเทศที่มีตลาดรถยนต์ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก แต่ปัจจุบันภาพจำของแบรนด์กลับกลายเป็น “รถคุณปู่”
รอยเตอร์รายงานว่า หลายทศวรรษที่ผ่านมารถยนต์แฮตช์แบ็กของ “มารูติ ซูซูกิ” บริษัทลูกที่ร่วมทุนกับรัฐบาลอินเดีย ครองส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์ในประเทศอยู่ในช่วง 50-80% โดยมุ่งเน้นการตลาดแบบ “เรียบง่าย” มุ่งรักษาราคาขายและค่าใช้จ่ายระหว่างใช้งานให้ต่ำ
แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป ชาวอินเดียมีฐานะร่ำรวยขึ้นและเริ่มมองหารถยนต์หรูหราขนาดใหญ่มากขึ้น
กลยุทธ์ราคาเข้าถึงง่ายของซูซูกิกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 39% ในปีงบประมาณ 2026 ใกล้เคียงระดับต่ำสุดตลอดกาล
เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว
ผู้บริหารของมารูติ ซูซูกิ เคยเสนอเพิ่มออปชั่นหลังคาซันรูฟ แต่ผู้บริหารจากญี่ปุ่นพิจารณาว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดและถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่น
ในช่วงเวลานั้นคู่แข่งที่เติบโตรวดเร็วอย่าง “ทาทา มอเตอร์ส” และ “มหินทรา แอนด์ มหินทรา” ต่างก็มีหลังคาซันรูฟเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ตามข้อมูลจากบริษัทวิจัยยานยนต์ JATO Dynamics และกว่ามารูติจะมีหลังคาซันรูฟก็ล่วงมาจนถึงปี 2022
หลังคาซันรูฟกลายเป็นความผิดพลาดที่บั่นทอนการครองตลาดอินเดียของมารูติ อย่างไรก็ตามมารูติยังคงได้กำไรดีในอินเดีย โดยปีนี้มีรายได้ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.38 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีกำไรเพิ่มขึ้น 3 เท่า เป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5 หมื่นล้านบาท
ในบริบทโลกหลายบริษัทผู้ผลิตรถยนต์กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากรถยนต์ไฟฟ้านวัฒกรรมสูงต้นทุนต่ำของจีน แต่ในอินเดียรถอีวีจีนส่วนใหญ่ถูกกีดกันผ่านการตรวจสอบการลงทุน หลังข้อพิพาทชายแดนจีนและอินเดีย ในปี 2020
ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นต่างมองเห็นโอกาสนี้ โดยโตโยต้าและซูซูกิประกาศแผนการลงทุนในอินเดีย ยอดรวมสุทธิ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.7 แสนล้านบาท เพื่อขยายการผลิตและดำเนินงานอื่น ๆ ในอินเดียภายในปี 2030
มารูติ ซูซูกิ กลายเป็นสัญลักษณ์ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ในการผลักดันเพื่อเปลี่ยนอินเดียให้เป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลก
มารูติเปิดตัวรถยนต์ราคาสูงและมีดีไซน์ล้ำสมัยมากขึ้น รวมถึงรถมินิแวนสามแถว เริ่มต้นราคาประมาณ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 840,000 บาท และวางแผนจะเปิดตัวรถ SUV เพิ่มอีก 7 รุ่นภายในปี 2030
แต่คำถามที่ยังค้างคาอยู่ข้อหนึ่งก็คือ รถยนต์รุ่นราคาแพงของมารูติจะขายดีหรือไม่ เนื่องจากแบรนด์มักถูกมองว่าเน้นราคาจับต้องได้ และคนอินเดียที่ต้องการรถราคาแพงอาจไม่นึกถึงมารูติ โดยยอดขายรถยนต์ราคาเกิน 15,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 520,000 บาท ของมารูติ น้นต่ำกว่า 3% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 21% ของแบรนด์อื่น ๆ