รัฐบาล ชี้ ใกล้ปิดดีล 2 ใน 3 เจรจา FTA ไทย–อียู เร่งเปิดตลาดส่งออก-ดูดการลงทุน
รัฐบาลเผยเจรจา FTA ไทย–EU ใกล้ปิดดีล 2 ใน 3 ของการเจรจา เร่งเปิดตลาดส่งออก–ดึงดูดการลงทุน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (EU) อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดทั้งสองฝ่ายสามารถสรุปผลการเจรจาได้แล้ว 15 จาก 24 บท หรือคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของการเจรจาทั้งหมด และอยู่ระหว่างเร่งหารือประเด็นสำคัญที่เหลือ เพื่อขยายตลาดส่งออก ดึงดูดการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเจรจา FTA ไทย–EU มีเป้าหมายจัดทำความตกลงการค้าที่มีมาตรฐานสูง ครอบคลุมทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ทรัพย์สินทางปัญญา และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย
ปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปในประเด็นสำคัญแล้ว 15 บท จากทั้งหมด 24 บท และกำลังเร่งเจรจาในประเด็นที่เหลือ อาทิ การเปิดตลาดสินค้า มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันโดยเร็ว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า สหภาพยุโรปเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของไทยและเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง การจัดทำ FTA จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร ยานยนต์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมทั้งช่วยดึงดูดการลงทุนจากยุโรป สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งที่มีความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปแล้ว
“รัฐบาลเดินหน้าเจรจา FTA ไทย–EU อย่างเต็มที่ เพื่อเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดส่งออก ดึงดูดการลงทุน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยคำนึงถึงการรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนในทุกมิติ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างเข้มแข็งในเศรษฐกิจโลก” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันการเจรจาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเจรจา FTA ไทย–EU แล้วเสร็จโดยเร็ว และใช้ความตกลงดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนใหม่ ๆ ให้ผู้ประกอบการไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน.