บริษัทประชารัฐรักสามัคคีตรัง ชงผู้ว่าฯ ขอแก้กฎกระทรวงผังเมืองรวมจังหวัด เหตุโครงการลงทุนก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ OTOP นวัตวิถี 40 หมู่บ้าน ติดข้อกำหนดขนาด-ความสูงอาคาร พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดครอบคลุม 4 ด้าน “เมืองเกษตรอินทรีย์และสมุนไพร-เมืองเวชนคร-เมืองเวชสำอาง-เมืองตักศิลาศูนย์กลางการศึกษาฝั่งทะเลอันดามัน” หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายสานพลังประชารัฐ
นายลือพงษ์ อ๋องเจริญ กรรมการผู้จัดการ (MD) บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ได้จัดประชุมนอกรอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนกลางจากกรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดตรัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และปลัด อบต. และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาขอปรับแก้ไขข้อกำหนดกฎกระทรวงที่ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดตรัง พ.ศ. 2558 เรื่องกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ ข้อ 12 วรรค 2 เนื่องจากทางบริษัทประชารัฐฯต้องการนำพื้นที่ไปในการดำเนินโครงการพัฒนา OTOP นวัตวิถี ทั้งหมด 40 หมู่บ้านในจังหวัดตรัง งบประมาณทั้งสิ้น 112 ล้านบาท แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดขัดด้านผังเมืองหลายอย่าง เช่น ผังเมืองกำหนดให้ก่อสร้างอาคารได้ในขนาดไม่เกิน 10 คูณ 10 ตร.ม. หรือ 100 ตร.ม. และสูงไม่เกิน 6 เมตร ในขณะที่ความต้องการในการดำเนินโครงการมากกว่าที่ผังเมืองกำหนด จึงจำเป็นต้องขอปรับแก้ผังเมืองเพื่อรองรับโครงการดังกล่าว รวมถึงโครงการอื่น ๆ ด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ใน 2 ประเด็น คือ 1) ขอให้มีการแก้ไขข้อกำหนดกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดตรัง พ.ศ. 2558 ตามมาตรา 26/1 (ครั้งที่ 2) พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2518 2) ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังพิจารณาแต่งตั้งประธานกรรมการบริหารบริษัทประชารัฐรักสามัคคีตรังร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดตรัง แทนตำแหน่งที่ว่างลง เพื่อให้รวบรวมข้อมูลให้ครอบคลุมทุกด้านที่มีผลกระทบในเชิงลบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐตามนโยบายสานพลังประชารัฐของรัฐบาล
นอกจากนี้ บริษัทประชารัฐรักสามัคคีตรังได้กำหนดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัดตรัง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดกลยุทธ์ 4 มุมเมืองในการพัฒนาให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.เมืองเกษตรอินทรีย์และสมุนไพร 2.เมืองเวชนคร 3.เมืองเวชสำอาง 4.เมืองตักศิลาศูนย์กลางการศึกษาฝั่งทะเลอันดามัน โดยขับเคลื่อนผลักดันในการพัฒนาด้วยนโยบายสานพลังประชารัฐและกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อนำพาจังหวัดตรังไปสู่เป้าหมายสุดท้าย คือ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของประเทศและเชื่อมโยงวิสัยทัศน์จังหวัดตรัง คือ ตรังเมืองแห่งคุณภาพที่ดีและยั่งยืน
โดยล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง ได้เข้าร่วมประชุมกับนายก อบต.บางหมาก อ.กันตัง จ.ตรัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลบางหมาก และหัวหน้าฝ่ายกลุ่มงานยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตรัง ตลอดจนผู้บริหารจากมูลนิธิ Corin Asia เพื่อพิจารณาข้อมูลในการจัดทำโครงการป่าริมน้ำ (ผลิตภัณฑ์จากต้นจาก) วิถีชีวิตชุมชนลุ่มแม่น้ำตรัง ศึกษากรณีการสร้างศูนย์เรียนรู้ป่าริมน้ำ (ผลิตภัณฑ์จากต้นจาก) วิถีชีวิตชุมชนลุ่มแม่น้ำตรัง โดยเน้นในเรื่องการประกอบอาชีพเชื่อมโยงการท่องเที่ยวโดยชุมชน อัตลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีวัฒนธรรม ตลอดจนมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เป็นจุดขายหลักในการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวจาก “ภูผาสู่มหานที”
พร้อมให้รับผิดชอบในเรื่องการสรรหาสถาปนิกมืออาชีพเข้ามาออกแบบศูนย์เรียนรู้ฯ โดยประสานผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์จังหวัดตรังศึกษาความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของชุมชนลุ่มแม่น้ำตรัง พร้อมกันนี้ได้คัดเลือกพื้นที่จุดที่ตั้งโครงการสร้างศูนย์เรียนรู้ฯ โดยคัดเลือกพื้นที่ของ อบต.บางหมาก ริมถนนสายตรัง-กันตัง ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งปัจจัยการผลิตผลิตภัณฑ์จากต้นจาก ของวิสาหกิจชุมชนตำบลบางหมาก และให้มีการรวมวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์จากต้นจากของตำบลใกล้เคียงเป็นแหล่งสาธิต และให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้
“บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง มีแนวความคิดในการอนุรักษ์และฟื้นฟูฐานทรัพยากรท้องถิ่นในท้องทะเลตรัง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในท้องทะเลตรัง ความมั่นคงทางด้านอาหารและความมั่นคงทางด้านอาชีพ ตลอดจนการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนโดยใช้กลไก 5 ฟันเฟืองในการพัฒนาตามนโยบายสานพลังประชารัฐในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตลอดจนสนองตอบวิสัยทัศน์จังหวัดตรังเมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน” นายลือพงษ์กล่าว