เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
Politics นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
“สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
Real Estate “สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
“ชัชชาติ” ชี้ทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแก้ทั้งระบบ กทม.ลดใช้ดุลพินิจ พบเจ้าหน้าที่ ลดช่องโหว่โกง
News “ชัชชาติ” ชี้ทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแก้ทั้งระบบ กทม.ลดใช้ดุลพินิจ พบเจ้าหน้าที่ ลดช่องโหว่โกง
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าไฮซีซัน พาณิชย์เข้มสั่งโรงงานห้ามหยุดซื้อ-ราคาเป็นธรรม หลังตลาดชิคาโกร่วง
Economic ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าไฮซีซัน พาณิชย์เข้มสั่งโรงงานห้ามหยุดซื้อ-ราคาเป็นธรรม หลังตลาดชิคาโกร่วง
สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
Real Estate สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
Finance ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
Economic ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
Economic วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
Economic DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
ดูทั้งหมด

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าไฮซีซัน พาณิชย์เข้มสั่งโรงงานห้ามหยุดซื้อ-ราคาเป็นธรรม หลังตลาดชิคาโกร่วง

06 ก.ย. 2569 | 15:30น.

สถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำลังเข้าสู่ช่วงที่ภาครัฐต้องจับตาใกล้ชิด ทั้งจากแรงกดดันตลาดโลกและผลผลิตในประเทศที่ทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยข้อมูลตลาดชิคาโก ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ระบุว่า สัญญาข้าวโพดเดือนกันยายน 2569 ปรับลดลง 3.25 เซนต์ มาอยู่ที่ 5.1200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล ขณะที่สัญญาเดือนธันวาคม 2569 ลดลง 4.00 เซนต์ และสัญญาเดือนมีนาคม 2570 ลดลง 3.75 เซนต์ ท่ามกลางภาวะฝนในเขต Midwest ที่ช่วยลดความเสี่ยงภัยแล้ง และความคืบหน้าการเก็บเกี่ยวข้าวโพดสหรัฐฯ ที่เร็วกว่าค่าเฉลี่ย

ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้ากำกับดูแลการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศอย่างเข้มข้น ทั้งการลงพื้นที่ตรวจโรงงานอาหารสัตว์ จุดรับซื้อ เครื่องวัดความชื้น และระบบคิวรับซื้อ เพื่อให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ตามประกาศของรัฐ ไม่ถูกกดราคา และไม่ประสบปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วไม่มีผู้รับซื้อ

“วิทยากร” ลงพื้นที่ CPF ราชบุรี ตรวจรับซื้อข้าวโพด

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัท ซีพีเอฟ จำกัด อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นโรงงานรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ว่า กรมการค้าภายในให้ความสำคัญกับการดูแลการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง

กรมฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และกำกับดูแลโรงงานอาหารสัตว์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การรับซื้อเป็นไปตามประกาศและหลักเกณฑ์ของภาครัฐ สร้างความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกร และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้

ในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทยอยออกสู่ตลาด กรมการค้าภายในได้รับทราบข้อกังวลจากเกษตรกรในบางพื้นที่ ทั้งด้านราคารับซื้อและการบริหารจัดการคิวรับซื้อ จึงเร่งติดตามสถานการณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอาหารสัตว์และจุดรับซื้อในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมกำชับผู้ประกอบการให้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม

CPF รับซื้อความชื้น 14.5% เบอร์ 1 กิโลฯ ละ 10.10 บาท

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานซีพีเอฟ จังหวัดราชบุรี พบว่า ปัจจุบันโรงงานมีราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความชื้นไม่เกิน 14.5% แยกตามคุณภาพและชนิดของข้าวโพดอย่างชัดเจน

ข้าวโพดเบอร์ 1 รับซื้อราคา 10.10 บาทต่อกิโลกรัม เบอร์ 2 ราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม และเบอร์ 3 ราคา 9.75 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่กำลังการผลิตอาหารสัตว์ของโรงงานสอดคล้องกับสต็อกสินค้า และปัจจุบันยังสามารถรองรับข้าวโพดได้เพิ่มเต็มกำลังการผลิต

นายวิทยากรกล่าวว่า จากการตรวจสอบครั้งนี้ ไม่พบปัญหารถติดคิวรอรับซื้อบริเวณหน้าโรงงาน โดยบริษัทใช้ระบบให้ผู้ที่จะนำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาจำหน่ายลงทะเบียนจองล่วงหน้า เพื่อบริหารจัดการปริมาณผลผลิตและป้องกันไม่ให้รถบรรทุกมาจอดรอสะสมหน้าโรงงาน ซึ่งช่วยลดความแออัดและอำนวยความสะดวกแก่ผู้จำหน่าย

CPF ยันยังต้องการรับซื้อเต็มศักยภาพ

ด้านนายวรเดช อัครพรณวร ฝ่ายจัดซื้อ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรงงาน CPF มีมาตรการบริหารจัดการการรับซื้อและตรวจสอบคุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรับซื้อเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด

ขณะนี้โรงงานยังมีความต้องการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรอย่างเต็มศักยภาพ และพร้อมรองรับผลผลิตที่ทยอยออกสู่ตลาด โดยการจัดระบบลงทะเบียนและจองคิวล่วงหน้าเป็นการบริหารจัดการปริมาณผลผลิต เพื่อให้การรับซื้อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ โรงงานยังเพิ่มช่องพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ต้องการนำข้าวโพดมาขายด้วยตนเอง เพื่ออำนวยความสะดวกและลดปัญหาการกระจุกตัวของรถบรรทุกที่หน้าโรงงาน

ปัจจุบันโรงงานดังกล่าวรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผ่านผู้รวบรวมจากจังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ โดยกรมการค้าภายในจะยังติดตามสถานการณ์การรับซื้ออย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับโรงงานอาหารสัตว์และผู้รวบรวมทั่วประเทศให้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งเรื่องราคารับซื้อ การตรวจสอบคุณภาพ การชั่งน้ำหนัก และการวัดความชื้น

“กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างเป็นธรรม หากพบการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามประกาศหรือหลักเกณฑ์ของทางราชการ กรมฯ จะเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน และสร้างความสมดุลให้กับทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” นายวิทยากรกล่าว

“กรนิจ” ยัน 24 โรงงาน 16 จังหวัด รับซื้อสูงกว่าราคาประกาศ

อีกด้านหนึ่ง นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่แหล่งปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์การผลิตและการรับซื้ออย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลเกษตรกรในช่วงก่อนผลผลิตออกสู่ตลาดมากในเดือนกันยายน-ธันวาคม

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเน้นการป้องกันปัญหาก่อนเกิดผลกระทบ โดยย้ำให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์และผู้รวบรวมต้องรับซื้อตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และต้องรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

การรับซื้อจะต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ซึ่งขณะนี้ให้คงหลักเกณฑ์และโครงสร้างราคารับซื้อเดิมไปก่อน จนกว่าจะมีประกาศฉบับใหม่ออกมา

นายกรนิจกล่าวว่า ผลการตรวจสอบการรับซื้อของโรงงานอาหารสัตว์จำนวน 24 แห่ง ใน 16 จังหวัด พบว่าทุกโรงงานรับซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตามประกาศ เช่น ราคาข้าวโพดความชื้น 14.5% ตามที่ประกาศ ณ จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดชลบุรี อยู่ที่ 9.80 บาทต่อกิโลกรัม แต่โรงงานรับซื้อที่ราคา 9.90-10.00 บาทต่อกิโลกรัม

ขณะเดียวกัน การรับซื้อสอดคล้องกับกำลังการผลิตและสต็อกคงเหลือ ไม่พบว่ามีโรงงานใดจงใจหยุดรับซื้อ หากพบการรับซื้อต่ำกว่าราคาประกาศ จะตรวจสอบว่าเป็นการหักทอนตามความชื้น เกรดของข้าวโพด และสิ่งเจือปนหรือไม่ หากมีข้อโต้แย้งในประเด็นดังกล่าว จะขอให้หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ร่วมพิจารณา

ย้ำราคาเดิม ข้าวโพดสด 30% กิโลฯ ละ 7.05 บาท

สำหรับราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่กำหนดไว้เดิม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สด ความชื้น 30% รับซื้อกิโลกรัมละ 7.05 บาท ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตร และอุทัยธานี ส่วนจังหวัดอื่นเป็นไปตามโครงสร้างราคารับซื้อรายจังหวัด

ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้ง ความชื้น 14.5% รับซื้อกิโลกรัมละ 9.80 บาท หน้าโรงงานอาหารสัตว์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ปรับราคาตามระยะทาง ค่าขนส่ง และเกณฑ์หักลดน้ำหนักความชื้น โดยรายละเอียดราคารับซื้อของโรงงานอาหารสัตว์ในแต่ละพื้นที่เป็นไปตามตารางแนบท้าย

“กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามการรับซื้อตั้งแต่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เริ่มออกสู่ตลาด เพื่อดูแลราคาให้พี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ โดยจะเข้มงวดในการกำกับดูแลการรับซื้อของโรงงานให้ซื้อในราคาที่เป็นไปตามประกาศ ไม่ให้หยุดการรับซื้อ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและทุกสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตและแหล่งรับซื้อ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด หากพบการรับซื้อที่ต่ำกว่าราคาประกาศหรือหยุดรับซื้อให้รายงานและตรวจสอบโดยด่วน หากพบกระทำผิดจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง” นายกรนิจกล่าว

ขอเกษตรฯ คุมคุณภาพผลผลิต-ต้นทุนให้ตรงข้อเท็จจริง

นายกรนิจกล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลด้านการผลิตของเกษตรกร ให้ผลผลิตมีคุณภาพ มีความชื้นที่เหมาะสม และเป็นที่ต้องการของตลาด เพื่อให้โรงงานรับซื้อได้ตามคุณภาพตามประกาศ

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือ นบขพ. ที่ได้วางไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ปรับปรุงประสิทธิภาพผลผลิตและคุณภาพ เพื่อแก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในระยะยาว

สำหรับต้นทุนการผลิตของเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ขอให้กระทรวงเกษตรฯ ไปดูข้อมูลต้นทุนให้สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกษตรกรเผชิญ โดยกระทรวงพาณิชย์มีความพร้อมในการปรับราคาตามข้อเท็จจริง เพื่อดูแลทั้งระบบห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง

ชะลอนำเข้าข้าวโพดต่างประเทศ ซื้อในประเทศให้หมดก่อน

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังขอให้ผู้ประกอบการชะลอการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จนกว่าโรงงานจะรับซื้อผลผลิตภายในประเทศในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวหมดก่อน

พร้อมกันนี้ ได้ขอให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในแหล่งปลูกข้าวโพด ลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องวัดความชื้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 พบการกระทำผิด และได้ดำเนินการตามกฎหมายชั่งตวงวัดแล้ว เป็นกรณีใช้เครื่องวัดความชื้นสิ้นอายุคำรับรอง หรือไม่ได้รับคำรับรอง รวม 5 คดี

การตรวจสอบเครื่องวัดความชื้นถือเป็นอีกจุดสำคัญของการกำกับดูแล เพราะมีผลโดยตรงต่อราคาที่เกษตรกรได้รับ หากการวัดความชื้นไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การหักลดราคาที่ไม่เป็นธรรม และสร้างข้อพิพาทระหว่างเกษตรกร ผู้รวบรวม และโรงงานรับซื้อ

ตลาดชิคาโกร่วง กดดันจิตวิทยาราคาพืชอาหารสัตว์

ข้อมูลตลาดชิคาโก ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ระบุว่า ราคาพืชเกษตรหลักปรับตัวลดลงพร้อมกัน โดยข้าวโพด สัญญาเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 5.1200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล ลดลง 3.25 เซนต์ สัญญาเดือนธันวาคม 2569 ปิดที่ 5.3675 ดอลลาร์ ลดลง 4.00 เซนต์ และสัญญาเดือนมีนาคม 2570 ปิดที่ 5.5225 ดอลลาร์ ลดลง 3.75 เซนต์

ส่วนถั่วเหลือง สัญญาเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 12.9375 ดอลลาร์ ลดลง 12.50 เซนต์ สัญญาเดือนพฤศจิกายน 2569 ปิดที่ 13.0975 ดอลลาร์ ลดลง 6.50 เซนต์ และสัญญาเดือนมกราคม 2570 ปิดที่ 13.2500 ดอลลาร์ ลดลง 6.50 เซนต์

ขณะที่ข้าวสาลีปรับลดลงแรงกว่า โดยสัญญาเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 7.1600 ดอลลาร์ ลดลง 20.00 เซนต์ สัญญาเดือนธันวาคม 2569 ปิดที่ 7.3400 ดอลลาร์ ลดลง 20.25 เซนต์ และสัญญาเดือนมีนาคม 2570 ปิดที่ 7.4925 ดอลลาร์ ลดลง 20.75 เซนต์

ปัจจัยกดดันข้าวโพดมาจากสภาพอากาศในเขต Midwest ที่มีฝนตกและอุณหภูมิอ่อนตัวลง ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของผลผลิตก่อนเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ขณะที่ข้อมูลการเก็บเกี่ยวระบุว่า สหรัฐฯ เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวโพดแล้ว 1% ของผลผลิตทั้งหมด เร็วกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่เริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงกลางเดือนกันยายน

ขณะเดียวกัน สัญญาถั่วเหลืองถูกกดดันจากแรงขายก่อนวันหยุดยาว และข่าวการซื้อถั่วเหลืองสหรัฐของเม็กซิโกจำนวน 9.2 ล้านบุชเชล หรือ 250,000 ตัน ส่งมอบปี 2026/27 ส่วนข้าวสาลีถูกกดดันจากแรงขายทำกำไร และกระแสข่าวเกี่ยวกับการหารือด้านความมั่นคงอาหารในเวทีระหว่างประเทศ

ดอลลาร์แข็งเพิ่มแรงกดดันสินค้าโภคภัณฑ์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 อยู่ที่ 99.176 เพิ่มขึ้น 0.268 จุด หรือ 0.27% หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีปรับขึ้นสู่ระดับ 4.379% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 จากรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่ง

ตลาดประเมินว่า ตัวเลขจ้างงานที่เพิ่มขึ้นทำให้ความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ดอลลาร์แข็งมักกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์ รวมถึงสินค้าเกษตรในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ WTI เดือนตุลาคมขยับขึ้น 0.18 เซนต์ อยู่ที่ 91.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ขยับขึ้น 0.76 ดอลลาร์ อยู่ที่ 96.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโอเปกส่งสัญญาณให้ประเทศสมาชิกเร่งชดเชยกำลังผลิตที่เกินโควตา

โจทย์ข้าวโพดไทย ต้องคุมทั้งราคา คุณภาพ และจังหวะนำเข้า

ภาพรวมสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไทยในช่วงนี้จึงมีโจทย์ซ้อนกันหลายด้าน ด้านหนึ่ง ตลาดโลกมีแรงกดดันจากราคาข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลีที่ปรับลดลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวนมากขึ้น อีกด้านหนึ่ง ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศกำลังทยอยออกสู่ตลาด และจะเข้าสู่ช่วงสำคัญในเดือนกันยายน-ธันวาคม

มาตรการของกระทรวงพาณิชย์จึงเน้นการคุม “กลไกหน้าลานรับซื้อ” ให้ทำงานอย่างเป็นธรรม ตั้งแต่ราคาประกาศ การตรวจคุณภาพ การวัดความชื้น การชั่งน้ำหนัก ระบบคิวรับซื้อ ไปจนถึงการกำชับโรงงานไม่ให้หยุดรับซื้อ

ขณะเดียวกัน การขอให้ชะลอนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จนกว่าจะรับซื้อผลผลิตในประเทศช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวหมดก่อน ถือเป็นมาตรการลดแรงกดดันด้านอุปทาน เพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรไทยมีช่องทางจำหน่ายและไม่ถูกกดราคาจากสินค้านำเข้า

แต่ในระยะยาว โจทย์สำคัญยังอยู่ที่คุณภาพผลผลิต ความชื้น ต้นทุนการผลิต และการจัดการห่วงโซ่อุปทานให้สมดุลระหว่างเกษตรกร โรงงานอาหารสัตว์ ผู้รวบรวม และผู้บริโภคปลายทาง หากการกำกับดูแลทำได้ต่อเนื่องในช่วงผลผลิตออกมาก จะช่วยลดข้อพิพาทด้านราคาและสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรว่า ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังมีตลาดรองรับอย่างเป็นธรรม