เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
Finance สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
Business อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
Politics อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
Business ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
Economic ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
Politics ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
Biz Movement สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
Politics รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน

13 ก.ย. 2569 | 12:01น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก 
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

อย่างที่ทราบกันมาโดยตลอดว่าจีนเกินดุลการค้ามหาศาลกับเกือบทุกประเทศที่จีนค้าขายด้วย อันเนื่องมาจากนโยบายขับเคลื่อนการเติบโตด้วยการ “ส่งออก” และนำมาซึ่งการผลิตสินค้ามากเกินความต้องการ หรือการผลิต “ล้นเกิน” จนถูกคู่ค้า โดยเฉพาะฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา กล่าวหาว่ามีพฤติกรรม “จงใจ” ครอบงำตลาดโลกด้วยการผลิตสินค้าราคาถูกจำนวนมหาศาลออกมา “ทุ่มตลาด” เพื่อทำลายคู่แข่งออกไปจากตลาด ซึ่งข้อกล่าวหาไม่ได้ไร้มูลความจริง เพราะหลายประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนัก คนตกงานจำนวนมากเพราะถูกจีนตีและแย่งตลาด จนเกิดกระแสเรียกร้องและกดดันจีนให้หยุดพฤติกรรมนี้

ประเด็นการทุ่มส่งออก และการผลิตมากเกินไป ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่จีนถูกนานาชาติ “กระทุ้ง” อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นว่าจีนได้พยายามจะบรรเทาความเดือดดาลนั้นด้วยการสัญญาว่าจะปรับนโยบายใหม่ โดยหันไปให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการ “บริโภค” ภายในประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ฟอร์จูนรายงานว่า ไมเคิล โฟรแมน อดีตผู้แทนการค้าสหรัฐ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภาความสัมพันธ์ต่างประเทศ ได้ออกมาเตือนว่าการส่งออกมหาศาลของจีน กำลังผลักดันเศรษฐกิจโลกไปสู่ “จุดแตก” เพราะรูปแบบการเติบโตของจีนที่เน้นการส่งออก กำลัง “หมดถนน” ที่จะไป หรือหมดตลาดที่จะรองรับได้ ซึ่งจะก่อให้เกิด “วิกฤต” เศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

โฟรแมนเตือนว่า ความสามารถของโลกในการ “ดูดซับ” กำลังการผลิตล้นเกิน (Overcapacity) ของจีน กำลังจะถึง “จุดแตก” หรือจุดที่เกินจะรับไหว เห็นได้จากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ประเมินว่า ในปีนี้ (2026) เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวประมาณ 3.1% แต่การเกินดุลการค้าของจีนขยายตัวมากกว่า 20% ในต้นปี 2026 ขณะที่ในปี 2025 จีนเกินดุลการค้า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ สูงสุดในประวัติศาสตร์ไปแล้ว เติบโตเร็วกว่าการค้าสินค้าทั่วโลก 3 เท่า

มาถึงตอนนี้ มีการ “ต่อต้าน” จีนอย่างกว้างขวางต่อการทะลักไหลบ่าของสินค้าจากจีน ที่เห็นชัดก็คือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากจีนสูงลิบในปีที่แล้ว ซึ่งทรัมป์เรียกว่าวันปลดปล่อย หรือ Liberation Day เพื่อฟาดฟันกับจีนอย่างดุเดือด ไม่เพียงสหรัฐเท่านั้น แม้แต่สหภาพยุโรป ซึ่งครั้งหนึ่งได้ชื่อว่าผู้ปกป้อง “ตลาดแบบเปิด” ก็เร่งมือตั้งกำแพงการค้ากับจีน

“ความอยากทางการเมือง ที่จะยอมรับการโยกย้ายโรงงานผลิตไปยังประเทศอื่นที่ค่าแรงและต้นทุนถูกกว่า (Deindustrialization) และการพึ่งพาภายนอกสูงมากที่มาพร้อมกับการนำเข้าสินค้าจีนมหาศาล ถึงตอนนี้ความอยากนั้นเริ่มมีขอบเขตจำกัดและกำลังลดลง แนวโน้มเหล่านี้ยังดำเนินต่อไป ดังนั้นการกีดกันการค้ามีแนวโน้มสูงขึ้น และตัดผู้ผลิตสินค้าจีนออกจากตลาด”

ความได้เปรียบจากเงินหยวนที่อ่อนค่า ทำให้บริษัทจีนสามารถขายสินค้าในราคาต่ำกว่าคู่แข่งจากทั่วโลกได้ถึง 30% นอกจากนี้การได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล กระตุ้นให้มีการผลิตสินค้ามากเกินไป จนในที่สุดเกิดสงครามตัดราคาชนิดไม่เหลือกำไร ผลก็คือเกือบ 1 ใน 3 ของบริษัทอุตสาหกรรมจีนมีผลประกอบการขาดทุน ผลักดันให้บริษัทเหล่านี้หันมาส่งออกแทนเพื่อระบายสินค้า

ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ ทำให้ “เครื่องจักรส่งออก” ของจีนทำท่าจะหยุดเดิน เพราะใกล้ถึงจุดที่ “หมดลูกค้า” ผลก็คือเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถหยุดและไม่สามารถเดินช้าลง แต่เนื่องจากความต้องการมีจำกัด มันจึงไม่สามารถรักษาการเดินเครื่องเอาไว้ได้

รัฐบาลจีนรับทราบว่าต้อง “จัดสมดุล” เศรษฐกิจใหม่ จากการมุ่งเน้นเพียงการส่งออกและอุตสาหกรรม ก็หันไปส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ พร้อมกับพยายามปราบปรามการแข่งขันที่มากเกินไป แต่ถึงอย่างไรจีนก็ไม่สามารถ “ละทิ้ง” โมเดลการเติบโตที่ใช้การส่งออกขับเคลื่อน เพราะว่าเป็น “กลยุทธ์ใหญ่” และโครงการทางการเมือง

ในขณะที่จีนกำลังคิดว่าจะต้อนรับการปฏิรูปที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะหรือไม่ ประเทศอื่น ๆ ก็มีแนวโน้มจะสกัดการไหลบ่าของสินค้าส่งออกจากจีน เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อาจทำให้จีนถูกตัดการเข้าถึงตลาดต่างประเทศอย่างกว้างขวาง ยิ่งเร่งความเร็วให้โมเดลเศรษฐกิจที่ใช้ส่งออกนำล้มเหลว เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ส่วนผลร้ายที่จะตามมาในจีนก็คือธุรกิจจำนวนมากที่มีความเปราะบางอยู่แล้วจะล้มเหลว ธนาคารรัฐจะสูญเสียเงินจำนวนมากจากการที่บริษัท “ซอมบี้” เหล่านั้นใช้หนี้คืนไม่ได้ และในที่สุดรายได้ของรัฐบาลท้องถิ่นจะลดลงในระดับล่มสลาย

โฟรแมนบอกอีกว่า ในขณะเดียวกันความต้องการของจีนที่จะซื้อวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางจะเหือดแห้ง กระทบต่อประเทศที่ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์และประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ที่พึ่งพาจีนในฐานะคู่ค้ารายใหญ่ อย่างไรก็ตามอย่าได้คาดหวังว่าจีนจะมาช่วยเหลือ เนื่องจากจีนแสดงความสนใจแค่เล็กน้อยในการแสดงบทบาทอย่างที่สหรัฐแสดงอยู่ตอนนี้ในเศรษฐกิจโลก

ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ก็ออกมาเตือนเช่นกันเกี่ยวกับคลื่นการส่งออกจากจีน หรือที่เรียกว่า China Shock 2.0 โดยชี้ว่าจีนเพิ่มการส่งออกสินค้าที่ครั้งหนึ่งประเทศพัฒนาแล้วคาดหวังว่าจะเป็นเจ้าตลาดภายในประเทศ โดยพบว่าสินค้าที่ช่วยทำให้ส่งออกจีนบูม ได้เปลี่ยนจากสินค้าที่เน้นใช้แรงงานเข้มข้นในต้นทศวรรษ 2000 มาเป็นสินค้าที่เน้นใช้ทุนและเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นแทน รวมกันแล้วองค์ประกอบเหล่านี้บ่งบอกว่า China Shock 2.0 ไม่ใช่แค่ความต่อเนื่องของแนวโน้มก่อนหน้านี้ แต่เป็น “ระยะใหม่” ของการเชื่อมกับการค้าโลก

แบรด เซ็ตเซอร์ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐ เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า การส่งออกของจีนที่ล้นทะลักอาจสร้างภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าการเก็บภาษีของทรัมป์เสียอีก จีนเพียงประเทศเดียวมีกำลังการผลิตรถยนต์ถึง 2 ใน 3 ของความต้องการทั่วโลก และยังผลิตเหล็ก อะลูมิเนียมและเรือ ป้อนให้กับทั่วโลกมากกว่าครึ่งหนึ่ง สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าจีนไม่จำเป็นต้องนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่น และทิ้งให้ประเทศเหล่านั้นต้องพึ่งพาจีนอย่างมากและเปราะบางต่อแรงกดดันการเมืองและเศรษฐกิจจากจีน

ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา จีนนำเข้าสินค้าเฉลี่ย 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี แทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อหักเงินเฟ้อแล้ว แต่จีนส่งออกพุ่งขึ้นมากกว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจโลก