รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)ร.ฟ.ท.วันที่ 10 กันยายน 2569 ได้รายงานผลการเจรจากับบริษัท เอเชีย เอรา วัน (เครือ ซี.พี.) ผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)
ที่ได้แจ้งขอใช้สิทธิ์สิ้นสุดสัญญาและยุติการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยซี.พี.รับปากจะเดินรถให้ 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 โดยมี 4 เงื่อนไข 1.เอกชนขอสงวนสิทธิไม่ให้มีข้อพิพาท หากมีจะใช้สิทธิขอหยุดเดินรถ แต่ตามหลักการต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วัน
2.เอกชนขอค่าจ้างในการเดินรถ 60 ล้านบาทต่อเดือน รวม 4 เดือน เป็นเงิน 240 ล้านบาท ซึ่งร.ฟ.ท.ยังไม่สามารถจ้างได้ เนื่องจากสัญญาหลักยังไม่สิ้นสุด และขณะนี้เตรียมการให้บริษัทลูกคือบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด(รฟฟท.)เข้าไปดำเนินการรับช่วงต่อ ดังนั้นจะมีการเจรจากันเพื่อให้การเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ทั้งนี้ค่าจ้างยังไม่สามารถยอมรับได้ และเอกชนจะต้องเดินรถไปก่อน ที่ผ่านมาแอร์พอร์ตเรลลิงก์มีรายได้จากค่าโดยสาร 30 ล้านบาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 60 ล้านบาท ขาดทุน 30 ล้านบาทต่อเดือนและตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2564ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 ทางบัญชีมีรายได้ค่าโดยสารสะสม 3,070 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายด้านการเดินรถ 3,528 ล้านบาท ขาดทุนสะสมอยู่ที่ 458 ล้านบาท เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2569 มีรายได้ 57 ล้านบาท และมีผู้โดยสารเฉลี่ย 50,000 คนต่อวัน
3.เอกชนขอคืนเงินหลักประกัน MOU วงเงิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็น 10%ของมูลค่าค่าสิทธิการเดินรถ 10,671 ล้านบาท โดยเอกชนขอถอนจากMOU เดิมก่อน แต่หากมีการMOU ใหม่จะนำค่าหลักประกันกลับมาวางอีกครั้ง แต่ยังรับเงื่อนไขไม่ได้ และ4.เอกชนขอส่งมอบรถตามสภาพปัจจุบัน ทั้งนี้ร.ฟ.ท.และบริษัทลูกจะต้องมีการเข้าไปตรวจสภาพก่อนถึงจะยอมรับได้
“การถไฟฯและเอกชนยืนยันตรงกันว่าพร้อมสนับสนุนการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้อย่างต่อเนื่องแน่นอน ไม่มีหยุดชะงัก ส่วนเงื่อนไขที่ยังต้องเจรจากัน จะพยายามหาทางออกให้ดีที่สุด โดยวันพรุ่งนี้(11 ก.ย.) คณะกรรมการบริหารโครงการที่มีผู้แทนจากอีอีซี รถไฟ อัยการสูงสุดจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาหารือถึง 4 เงื่อนไขที่เอกชนเสนอมา หากมีข้อสรุปจะนำหารือในคณะกรรมการกำกับสัญญาซึ่งมีเอกชนเข้าร่วมด้วยต่อไป ทั้งนี้จะพยามให้ได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายนี้“
นายอนันต์กล่าวว่า ทั้งนี้ทางเอกชนขอแยกสัญญา MOU เรื่องการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ออกมาจากสัญญาหลักโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากแอร์พอร์ตเรลลิงก์มีบัญชีรายรับ รายจ่าย การประเมินผลการเดินรถ จึงขอแยกออกมาเป็นอีก MOU ฉบับหนึ่งต่างหาก
“การที่เอกชนมีหนังสือเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาตามข้อ 6.2 และขอยุติการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์หลัง MOU สิ้นสุดสัญญา 30 กันยายนนี้ โดยให้เหตุผลว่าการแก้ไขที่ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นสร้างไปจ่ายไป และการผ่อนชำระค่าสิทธิแอร์พอร์ตเรลลิงก์ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้เอกชนไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ได้ ซึ่งการรถไฟฯไม่เห็นด้วยกับการสิ้นสุดสัญญาและเตรียมที่จะทักท้วงและสงวนสิทธิตามสัญญา หากมีการโต้แย้งสิทธิ และมีข้อพิพาททางสัญญา ซึ่งบทเฉพาะกาลระบุว่าเมื่อมีข้อพิพาทจะต้องมีการเจรจา 60 วันก่อนที่จะยื่นต่อศาล แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น”นายอนันต์กล่าว
นายอนันต์กล่าวว่า สำหรับแผนสำรองรับการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ หากพ้นระยะเวลา 4 เดือน จะให้บริษัทรฟฟท. ซึ่งเป็นบริษัทลูกมารับช่วงต่อ โดยอาจจะนำพนักงานจากบริษัท เอเชียเอราวัน จำนวน 340 คน มาดำเนินการและรับใหม่เพิ่มเติมบางส่วน ทั้งนี้ในวันที่ 11 กันยายน จะมีขบวนรถให้บริการ 7 ขบวนและวันที่ 14 กันยายนจะมีรถให้บริการ 8 ขบวน ส่วนขบวนที่ 9 รอประเมินการซ่อม อย่างไรก็ตามร.ฟ.ท.ได้เตรียมแผนสำรองเพิ่มความถี่รถไฟสายตะวันออกเพื่อรองรับผู้โดยสาร กรณีมีผู้โดยสารมาใช้จำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน