เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Economic นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดูทั้งหมด

อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน

12 ก.ย. 2569 | 08:46น.
อนุทิน ชาญวีรกูล
คอลัมน์ : Politics policy people forum

รัฐบาลอนุทิน 2 บริหารประเทศได้เพียง 5 เดือน 

แม้มีเสถียรภาพ แต่ศักยภาพกลับถูกตั้งคำถาม ทั้งที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี สั่งบรรดารัฐมนตรีให้ออกมา “ตีปี๊บ” ผลงาน แต่ยังไม่มีอะไรที่เป็นที่ตรึงใจชาวบ้าน 

ในขณะที่โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ต่อยอด “คนละครึ่ง” มาจากยุค “รัฐบาลลุงตู่”  ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือ “กระตุ้นกำลังซื้อ” และลดรายจ่าย บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่ทำให้รัฐบาลอนุทินยังพอประคองอารมณ์ของคนในสังคม ไม่ให้กลายเป็นม็อบปากท้อง 

แต่ “ไทยช่วยไทยพลัส” ก็ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 4 อันเป็นเดือนสุดท้ายของโครงการ หลังจากหมดโครงการ อารมณ์ของประชาชนอาจจะพลิก 180 องศา หากเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น 

เช่นเดียวกับด่านหินที่ตั้งดักทางรัฐบาล อย่างปมร้อนทางการเมือง คดีฮั้ว สว. ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรคและ สส.ภูมิใจไทยเป็นผู้ถูกกล่าวหาถึง 21 คน ยังมีผู้นำจิตวิญญาณแห่งบุรีรัมย์ “เนวิน ชิดชอบ” รวมอยู่ด้วย 

โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสินผู้ถูกกล่าวหารายบุคคล  ว่าจะส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งหรือไม่ ในวันที่ 14 กันยายนนี้ ยิ่งปลุกไฟการเมืองให้ร้อนระอุ เพราะยิ่งสังคมตั้งคำถามถึงความเป็นกลางของ กกต. บรรดาพลพรรคสีน้ำเงิน-ภูมิใจไทย ก็ออกมาปกป้อง กลายเป็นน้ำมันราดบนกองไฟ

ยังรวมถึงปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น ปัญหา TH : AI passport รวมถึงการเล่นกลในงบประมาณปี’70 ที่เป็นด่านหินของรัฐบาล

อนุทิน

แกนนำม็อบที่เคยล้มนายกฯ มาแล้ว 3 รัฐบาล อย่าง “สนธิ ลิ้มทองกุล” ก็ใช้จังหวะนี้ออกมาเคลื่อนไหว ประกาศสงครามทวงคืนประเทศ 

รัฐบาลอนุทิน 2 ตกอยู่ในสภาวะ “ตั้งรับ” เต็มกำลัง เปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลให้ออกมา ปะ ฉะ ดะ เปิดโหมดยกระดับสู้รบทางการเมือง

ในใจรัฐมนตรีบางรายที่มีฝีมือ เร่งปักหมุดสร้าง “ผลงานส่วนตัว” ทิ้งไว้เป็นมรดก ขีดเส้นต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว ช้าสุดภายใน 2 ปี เพราะปีที่ 3 อาจจะต้องเลือกตั้งใหม่ 

ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคเพื่อไทย แม้ทำตัวอยู่บนภู ไม่ลงมาคลุกความขัดแย้ง แต่กำลังสำคัญเบื้องหลังเพื่อไทยอย่าง “กลุ่มแคร์” ก็เปิดตัวฟื้นคืนชีพอย่างมีนัยยะสำคัญ 

การปรากฏตัว เปิดหน้าให้สัมภาษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่กำ 58 สส. ยืนยันความเป็นเพื่อนกับนายกฯ อนุทิน ที่รัฐสภา แม้อยู่ในสถานะพรรคฝ่ายค้าน รวมถึง “อรรถกร ศิริลัทธยากร” สส. ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อดีต รมว.การท่องเที่ยวฯ ในรัฐบาลอนุทิน 1 โผล่หน้าห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 8 กันยายน ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตอกย้ำ 58 เสียงพร้อมเป็นอะไหล่ หากสถานการณ์ในพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหา

ทั้งหมดใช้เวลาเพียงแค่ 5 เดือนรัฐบาลก็เผชิญภาวะถดถอยทางคะแนนนิยม 

ปมร้อนม็อบน้ำหมาก-รุ่นใหม่ 

“ดร.สติธร ธนานิธิโชติ” อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองที่รุมเร้ารัฐบาลขณะนี้ โดยเผชิญหน้าทั้ง “ม็อบน้ำหมาก” และ “ม็อบพลังรุ่นใหม่” ที่มีจุดตัดสินคือคดีฮั้ว สว. 

โดยประเมินว่า ประเด็นเรื่องจีนเทา-ยิวเทา ที่ม็อบกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเดิมยกขึ้นมาเป็นประเด็น เชื่อว่ายังไม่สามารถจุดติดได้ในขณะนี้ และสถานการณ์ก็ยังไม่สุกงอมเพียงพอ แต่ม็อบที่คิดว่า “มีพลัง” มากกว่าคือ ม็อบคนรุ่นใหม่ หรือม็อบพลังหนุ่ม ที่มี “ยิ่งชีพ อัฌชานนท์” จากไอลอว์ เป็นผู้ขับเคลื่อน โดยเฉพาะประเด็นฮั้ว สว.

“ประเด็นฮั้ว สว. ถูกขยายผลจนปลุกอารมณ์ร่วมของคนเยอะ และคนก็รู้สึกมาตั้งแต่ตอนเลือก สว.แล้ว เพราะมีร่องรอยให้เห็นตั้งแต่แรก ๆ ว่า 2 ปีที่ผ่านมา สว.ท่านเป็นกลุ่มเป็นก้อนเหลือเกิน แสดงสัญลักษณ์ชัด ตัดเสื้อมาแทบจะผ้าม้วนเดียวกัน ลงคะแนนก็ลงเหมือน ๆ กัน”  

แต่ “ดร.สติธร” ยังไม่กล้าประเมินพลังของม็อบฝั่งไอลอว์ จนกว่าจะเห็นพลังที่ไอลอว์นัดรวมตัวเดินจากสำนักงานไอลอว์ ที่ถนนลาดพร้าว ไปยังสนามศุภชลาศัย และหอศิลป์ กทม. 

แต่เชื่อว่าม็อบแบบปักหลักพักค้างในอดีตอาจจะหมดยุคไปแล้ว จะเป็นพลังของม็อบรุ่นใหม่ ที่มีลักษณะ “แฟลชม็อบ” มาแล้วกลับ ไม่ยืดเยื้อ แต่สามารถกดดันรัฐบาลได้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในยุค พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่า 

“แฟลชม็อบยืดเยื้อเหมือนกัน แต่ไม่ต่อเนื่องแบบปักหลักพักค้าง แค่นี้เพียงพอที่จะทำให้หน่วยความมั่นคงตกใจแล้ว และยังสามารถรักษาพลังได้”

ดร.สติธรชี้ว่า แม้แฟลชม็อบไม่อาจทำให้รัฐบาลพังได้ในทันที แต่จะเป็นบันไดนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วตอนการเลือกตั้งปี 2566 ที่พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง 

ต่างจากม็อบรุ่นเก่า ที่จะชนะได้โดยต้องมีรัฐประหาร พาทหารเข้ามา แต่ในสถานการณ์แบบนี้ฝ่ายความมั่นคงก็ต้องประเมินว่าจะเข้ามาได้หรือไม่ เพราะมีบทเรียนแล้วจากการรัฐประหารปี 2557 ซึ่งประชาชนก็สะท้อนมาแล้วในปี 2566 ที่ทหารไม่สามารถรักษาอำนาจเอาไว้ได้ 

นอกจากนี้ ฝ่ายที่สนับสนุนกองทัพก็แตกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่ลงถนนกับคุณสนธิ กับกลุ่มที่ไม่พอใจตรงไหนก็ไปกดดันรัฐบาลเป็นเรื่อง ๆ อยากให้รัฐบาลแก้ไขปรับปรุงตรงไหน และสุดท้ายให้อยู่ในระบบ ไม่จำเป็นต้องให้กองทัพเข้ามาแทรกแซง อย่างน้อย ๆ เป็นแบบนี้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง 

“เพราะทั้งสองกลุ่มต่างก็เลือกพรรคภูมิใจไทย ในฐานะอนุรักษนิยมใหม่มาตั้งแต่แรก คนที่เลือกพรรคเพื่อไทย

ก็คงไม่เข้าร่วมอยู่แล้ว เช่นเดียวกับกลุ่มคนที่เลือกพรรคประชาชน แม้จะต้องการไล่รัฐบาลก็ไม่มีทางที่จะมาเข้าร่วมกับม็อบสนธิ”

คาดรัฐบาลยุบสภาปีที่ 3 

ให้ ดร.สติธรมองสถานะของรัฐบาลบนตัวเลข “คณิตศาสตร์การเมือง” ที่รัฐบาลมีเสียงในสภา 292 เสียง ว่า มีเสถียรภาพมาก ถ้าจะอยู่ไปให้ครบ 4 ปีไม่ยาก แต่เป็นรัฐบาลที่ไม่มีศักยภาพ 

“เป็นเสถียรภาพที่ไม่มีศักยภาพ คือวันนี้เราไม่ได้คาดหวังให้รัฐบาลมีเสถียรภาพอย่างเดียว ในเมื่อคุณไม่ได้มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพ นอกจากปัญหาที่รุมเร้า บางทีเราก็พอเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องในอดีต เช่น ฮั้ว สว. ตั้งแต่ปี’67 ไม่ได้เกิดขึ้นตอนที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นรัฐบาลปัจจุบันมีอำนาจเต็ม สมัยนั้นท่านก็ 70 เสียง ก็เห็นอยู่ ท่านก็ไม่ได้เป็น 190 เสียง แล้วไปทำอะไรจนเข้าทางตัวเองขนาดนั้น 

“หรือแม้กระทั่งเรื่องสอบ โกงข้อสอบ ก็ผ่านมาหลายรัฐบาล จนมีเรื่องมีราวกันก็ตอนนี้ ปัญหาเหล่านี้สามารถจัดการไปตามสภาพ คนก็ยังพอรับได้” 

แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ “ปัญหาเชิงนโยบาย” อ.ดร.สติธรมองว่า ผ่านมา 5 เดือนรัฐบาลยังไม่แสดงฝีมือในเชิงนโยบายให้เห็น รัฐมนตรีที่ดูเรื่องเงิน-ทอง อย่าง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง ต้องไปแก้ปัญหาต่าง ๆ เต็มไปหมด 

นักรัฐศาสตร์รายนี้ มั่นใจว่าในช่วงปีนี้หรือปี 2570 อาจจะยังไม่มีอะไรที่ทำให้รัฐบาลอนุทิน 2 พ้นตำแหน่งไปได้ แต่พอเข้าสู่ปีที่ 3 การเมืองก็จะเข้าสู่โหมดสู้รบ และจะไม่ปล่อยให้มีการ “พลิกขั้ว” แต่จะเลือกวิธีชิงยุบสภา 

โดยมีปัจจัยเร่งคือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ผู้นำจิตวิญญาณพรรคประชาชน รวมถึงอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ จะพ้นโทษแบนในปี 2573 

จึงต้องชิงลงมือยุบสภาตอนนั้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม็อบ อนุทิน ชาญวีรกูล