เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ร้องกนอ.ถก16รง.ค้างจ่าย”ค่าเขื่อนนิคมบางปะอิน”

19 ส.ค. 2561 | 13:13น.

ผู้พัฒนาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ร้อง กนอ.ช่วยเคลียร์ผู้ประกอบการ16 รายหลังยื้อจ่ายค่าสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมใหญ่ปี”54 เผยครบดีลจ่ายคืนแบงก์ออมสิน 700 ล้าน “เทยิน และเม็กเท็ค” ไม่มั่นใจความแข็งแรง ขอเรียกดูเอกสารการยินยอม หากตกลงกันไม่ได้จ่อฟ้องศาลแพ่งคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยตามกฎหมาย

นายจักรรัฐ เลิศโอภาส รองผู้ว่าการสายงานบริการและลูกค้าสัมพันธ์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบรอบนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ซึ่งเคยเป็น 1 ใน 6 นิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมและได้รับความเสียหายอย่างหนักเมื่อปี 2554 โดยบริษัท ที่ดินบางปะอิน จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินได้ขอให้ทาง กนอ.เข้าไปประสานทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ 16 ราย ที่ตั้งโรงงานอยู่ภายในนิคม เนื่องจากได้ค้างชำระเงินกู้สำหรับสร้างเขื่อนคอนกรีตถาวรรอบนิคมเพื่อป้องกันน้ำรอบนิคม ที่ทางบริษัทผู้พัฒนาที่ดินเป็นผู้กู้มาดำเนินการ

ทั้งนี้ หลังจากน้ำท่วมเมื่อปี 2554 รัฐบาลมีนโยบายและสนับสนุนเงินส่วนหนึ่งเป็นจำนวน 2 ใน 3 ของค่าสร้างเขื่อนป้องกันรอบนิคม โดยใช้แบบก่อสร้างที่เป็นมาตรฐานกลางเดียวกันทั้งหมดทุกนิคมตามที่รัฐได้ออกแบบไว้ให้ ขณะเดียวกัน หากนิคมรายใดจะก่อสร้างเขื่อนเพิ่มเติมจากแบบกลางก็สามารถทำได้ โดยธนาคารออมสินจะให้สินเชื่อกู้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี

ปลอดเงินต้น 5 ปี โดยระยะผ่อนชำระคืน 15 ปี

ทางนิคมได้กู้เงินจากธนาคารออมสินตามโครงการดังกล่าว 700 ล้านบาท และเก็บจากโรงงานทั้งหมดที่อยู่ภายในนิคมเพื่อมาผ่อนชำระคืน โดยจะคำนวณจากพื้นที่ของโรงงานเพื่อเฉลี่ยเป็นรายจ่ายที่ทางบริษัทที่ดินฯจะเรียกเก็บ ซึ่งส่วนใหญ่ยินยอมเนื่องจากทราบถึงวัตถุประสงค์ในการสร้างเขื่อนดีและเพื่อส่วนรวม ล่าสุดครบกำหนดระยะชำระเงินกู้คืนให้กับทางธนาคารออมสินเมื่อเดือน เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา แต่กลับพบว่ามีจำนวนผู้ประกอบการบางรายโดยเฉพาะรายเล็กที่ยังคงปฏิเสธที่จะร่วมจ่ายค่าสร้างเขื่อนดังกล่าว

นายจักรรัฐกล่าวว่า กนอ.ได้หารือกับบริษัทเทยิน และบริษัทเม็กเท็ค 2 บริษัทรายใหญ่ที่ตั้งอยู่ในนิคม โดยผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลและท้วงติงหลายประการ 1.ความแข็งแรงมั่นคงของเขื่อน ซึ่งทางบริษัทที่ดินจึงอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลทางเทคนิคของตัวเขื่อนเพื่อนชี้แจงต่อ

ผู้ประกอบการ 2.ผู้ประกอบการไม่ได้รับแจ้งจากทางบริษัทที่ดินฯว่าจะต้องร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสร้างเขื่อน หรือมีเอกสารยินยอมที่จะช่วยชำระหนี้ 3.ไม่มั่นใจว่าทางบริษัทที่ดินฯจะไม่คิดดอกเบี้ยหรือส่วนเกินที่ได้เฉลี่ยเก็บจากผู้ประกอบการทุกรายที่อยู่ในนิคมเพิ่ม

ทั้งนี้ ผู้บริหารบริษัทที่ดินฯได้ชี้แจงในรายละเอียดและจุดประสงค์ของการสร้างเขื่อนนี้ว่า เขื่อนดังกล่าวเกิดขึ้นจากนโยบายรัฐด้วยการสนับสนุนเงินส่วนหนึ่งให้ เพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และป้องกันหากเกิดเหตุน้ำท่วมขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้น ค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ทางบริษัทที่ดินฯกู้มาผู้ประกอบการจะช่วยกันจ่ายเพราะเขื่อนถือเป็นของส่วนรวม

“หากยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยผู้ประกอบการทั้ง 16 รายยังไม่ยินยอมก็จะเข้าสู่กระบวนการทางศาลแพ่ง เพื่อให้เป็นตัวกลางช่วยพิจารณาไกล่เกลี่ย ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ในส่วนที่เรียกว่า การจัดการงานนอกสั่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกิดขึ้นเป็นมูลหนี้”

อย่างไรก็ตาม ยังคงเกิดกรณีเดียวกันกับนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) เช่นกัน คาดว่าในลำดับถัดไป กนอ.จะต้องลงพื้นที่เจรจากับผู้ประกอบการในนิคมเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยค่าสร้างเขื่อนอีกเช่นเดียวกัน

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลว่าจะโอนอำนาจบริหารจัดการตัวนิคมให้ กนอ.ได้หรือไม่ จากนี้หากได้พื้นที่แล้วก็จะเดินหน้าสร้างเขื่อนถาวรตามแผนต่อไป จากเดิมขณะนี้ยังคงเป็นคันดินบดอัดซึ่งก็ยังคงแข็งแรงรองรับน้ำท่วมได้เช่นกัน