เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ถอดบทเรียนกฎหมายหุ้นส่วนกับ ‘ทนายไข่มุก’ สัญญาแบบไหน เซฟทั้งธุรกิจและมิตรภาพ
Interview ถอดบทเรียนกฎหมายหุ้นส่วนกับ ‘ทนายไข่มุก’ สัญญาแบบไหน เซฟทั้งธุรกิจและมิตรภาพ
ZEEKR แต่งตั้ง ‘Evin Ye’ ผู้บริหารใหม่ ดูแลตลาดประเทศไทย
Automotive ZEEKR แต่งตั้ง ‘Evin Ye’ ผู้บริหารใหม่ ดูแลตลาดประเทศไทย
อนุทิน พร้อมทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ คุยภาษีสหรัฐฯ ขอกดให้ต่ำกว่า 19%
Politics อนุทิน พร้อมทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ คุยภาษีสหรัฐฯ ขอกดให้ต่ำกว่า 19%
อนุทิน ไม่หวั่นปม ‘ฮั้ว สว.’ ถูกนำไปเคลื่อนไหวการเมือง ย้ำยึดกฎหมาย 
Politics อนุทิน ไม่หวั่นปม ‘ฮั้ว สว.’ ถูกนำไปเคลื่อนไหวการเมือง ย้ำยึดกฎหมาย 
Nostalgia Economy เมื่ออุปสงค์จากอดีต พบอุปทานในอนาคต
Columns Nostalgia Economy เมื่ออุปสงค์จากอดีต พบอุปทานในอนาคต
เกณฑ์คุม “ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์” ได้ข้อสรุป-เล็งเริ่มใช้จริงกลาง ต.ค.
Politics เกณฑ์คุม “ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์” ได้ข้อสรุป-เล็งเริ่มใช้จริงกลาง ต.ค.
BYD เปิดโรงงานระยอง โชว์ศักยภาพ ‘การผลิตระดับโลก’ 
Automotive BYD เปิดโรงงานระยอง โชว์ศักยภาพ ‘การผลิตระดับโลก’ 
กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม 80% อุตุฯ เตือนรับมือจราจรติดขัด-น้ำท่วมขังเส้นทางซ้ำซาก
News กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม 80% อุตุฯ เตือนรับมือจราจรติดขัด-น้ำท่วมขังเส้นทางซ้ำซาก
ZEEKR ชวนนักศึกษา ประชันไอเดียชิงรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท 
Automotive ZEEKR ชวนนักศึกษา ประชันไอเดียชิงรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท 
เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ
ส่องโลก มองไทย เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ
ดูทั้งหมด

BYD เปิดโรงงานระยอง โชว์ศักยภาพ ‘การผลิตระดับโลก’ 

20 ก.ย. 2569 | 08:58น.
คอลัมน์ : เยี่ยมชมโรงงาน

หลังจากค่ายรถยนต์บีวายดี (BYD) หรือบริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดในบ้านเราตั้งแต่ปี 2565

โดยจับมือกับ “บริษัท เวเร่ ออโตโมบิล” ผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 

พร้อมประกาศความมุ่งมั่นอย่างชัดเจน ว่าบีวายดีพร้อมดันไทยให้เป็นฐานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศไทย และตลาดประเทศที่ใช้รถยนต์พวงมาลัยขวา และกลุ่มประเทศอาเซียน

ล่าสุดบีวายดีเปิดบ้าน โรงงานระยอง ให้ “ประชาชาติธุรกิจ” เข้าเยี่ยมชมโรงงาน จ.ระยอง แบบเอ็กซ์คลูซีฟ หลังจากลงทุนด้วยเม็ดเงินลงทุน 35,000 ล้านบาท และเปิดโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2567 ที่ผ่านมา 

ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ ผลิตรถยนต์ทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) อย่าง BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEAL 5, BYD SEAL 6

และรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) 1 รุ่น ได้แก่ BYD SEALION 6

ทีมผู้บริหารนำโดย ผู้บริหารจากสำนักงานท่านประธานบีวายดี สำนักงานใหญ่ เปิดเผยว่า แม้ตลาดรถยนต์ในไทยชะลอตัว เหลือ 6 แสนคัน จากระดับ 1 ล้านคันเมื่อ 10 ปีก่อน และมีการแข่งขันรุนแรงหลังค่ายรถจีนเข้ามาลงทุนแล้ว 8 ราย แต่บีวายดีพร้อมเดินหน้าดันการส่งออกจากโรงงานไทย ล่าสุดส่งออกแล้วกว่า 10 ประเทศภูมิภาค รวมยุโรปและออสเตรเลีย คิดเป็น 40% ของการผลิตครึ่งปีแรกแล้ว 

และยังย้ำชัดเจนว่า บริษัทยังมั่นใจลงทุนในไทยต่อไปในระยะยาว แม้ตลาดรถยนต์ไทยในช่วงที่ผ่านมาเติบโตต่ำโรงงานแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 16 เดือน โดยเริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2566 และใช้เวลาเพียงประมาณ 16 เดือนจนแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2567  

ถือเป็นโรงงานที่มีการผลิต “ครบวงจร” ตั้งแต่การปั๊มขึ้นรูป, การเชื่อม, การพ่นสีและตัวถัง รวมทั้งการประกอบ

นอกจากนี้ยังมีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญบางรายการ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่แพ็ก มอเตอร์ไฟฟ้า เบาะนั่ง ระบบปรับอากาศ และโครงสร้างตัวถัง ล้วนแล้วแต่มีการผลิตและประกอบจากโรงงานแห่งนี้ 

ปัจจุบันโรงงานบีวายดี ระยอง มีกำลังผลิตอยู่ที่ 5,000-6,000 คันต่อเดือน ใน 1 กะการทำงาน จากจำนวนพนักงานกว่า 5,000 คน 

และยังสามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตได้เป็น 2 กะในอนาคต รวมทั้งมีแผนจะเพิ่มพนักงานเป็น 9,000 คนด้วย ทำงานเพียง 1 กะ และมีพนักงานมากกว่า 5,500 คน หากในอนาคตมีการขยายการผลิตเป็น 2 กะ บริษัทคาดว่าจะเพิ่มจำนวนพนักงานเป็นมากกว่า 9,000 คน

สำหรับพนักงาน 5,500 คนนั้นเป็นคนไทยประมาณ 94%

และบริษัทเองไม่มีนโยบายจ้างแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ปัจจุบันพนักงานจีนมีสัดส่วนประมาณ 10% ลดลงจากช่วงเริ่มต้นที่เคยมีมากกว่า 1,000 คน

เป้าหมายในอนาคต คือการลดสัดส่วนพนักงานจีนลงเหลือ 3% โดยให้พนักงานไทยขึ้นมารับตำแหน่งระดับกลางและระดับบริหารมากขึ้น โดยในจำนวนนี้ระดับหัวหน้างานชาวไทยมากกว่า 200 คน และวิศวกรชาวไทยมากกว่า 300 คน อีกทั้งมีการส่งพนักงานไทยไปฝึกอบรมที่จีน รวมถึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเพื่อพัฒนาบุคลากร

ทั้งนี้นโยบายของบริษัทต้องการให้คนไทยเป็นผู้บริหารจัดการและดูแลพนักงานไทยในระยะยาว ขณะที่บทบาทสำคัญของพนักงานจีนในช่วงเริ่มต้นคือการถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝึกอบรม และส่งต่อความรู้ให้กับพนักงานไทย

ทั้งนี้ บีวายดีตั้งเป้าว่าอนาคตโรงงานระยองแห่งนี้ต้องมีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากธุรกิจยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัย Economies of Scale เมื่อผลิตในปริมาณมากขึ้นต้นทุนต่อหน่วยจะลดลง และเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

และบริษัทจึงหันมาให้ความสำคัญกับการส่งออกมากขึ้น ตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2569 รถยนต์ประมาณ 40% ของจำนวนที่ผลิตในประเทศไทยถูกส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศแล้วมากกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค เช่น เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน อินเดีย ออสเตรเลีย ปากีสถาน ตะวันออกกลาง และบางประเทศในยุโรป ปัจจุบันคิดเป็น 40% ของยอดการผลิต

ทั้งนี้การส่งออกไม่เพียงช่วยเพิ่มตลาดให้กับรถยนต์ที่ผลิตในไทย แต่ยังช่วยบริหารสัดส่วนการผลิตและลดแรงกดดันจากตลาดในประเทศที่ชะลอตัวด้วย 

อย่างไรก็ตาม บีวายดีต้องการให้รัฐบาลไทยพิจารณานโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยคำนึงถึงระดับการลงทุนและผลประโยชน์ที่บริษัทสร้างให้กับประเทศไทยมากขึ้น บริษัทที่มีโรงงานผลิตครบวงจร ควรได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างจากบริษัทที่เข้ามาตั้งโรงงานประกอบขนาดเล็กและลงทุนในระดับไม่สูง

ข้อเสนอของบริษัทมี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 

1. สนับสนุนบริษัทที่มีแผนลงทุนและพัฒนาในระยะยาวเป็นพิเศษ

2.สนับสนุนบริษัทที่มีการจ้างงานคนไทยจำนวนมากและมีการส่งออกสูง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อซัพพลายเชนในประเทศ 

3. คือการสนับสนุนรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด หรือ PHEV 

โดยระบุเพียงว่าปริมาณการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 40% ของยอดผลิต และการส่งออกช่วยให้บริษัทบริหารกำลังการผลิตได้ดีขึ้น

นอกจากแผนการพัฒนาบุคลากรแล้ว โรงงานบีวายดี ระยอง ยังมีนโยบายการใช้ซัพพลายเชน ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ผ่านการคัดกรองเข้าสู่ Pool List จำนวน 266 ราย โดยในจำนวนนี้มี 125 รายที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และมีประมาณ 40 รายที่ดำเนินการด้านการทดสอบและรับรองมาตรฐาน TISI โดยมีรายการมาตรฐานที่ได้รับการรับรองรวมกว่า 1,090 รายการ

ชิ้นส่วนที่จะนำมาคำนวณเป็น Local Content ต้องผ่านมาตรฐาน TISI ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมให้กับซัพพลายเออร์และบุคลากรไทยอย่างต่อเนื่อง

และโรงงานบีวายดี ระยอง ยังมีระบบการผลิตอัตโนมัติในระดับสูง ใช้ในงานเชื่อมมีหุ่นยนต์ ABB กว่า 500 ตัว และกระบวนการทำงานอัตโนมัติมากกว่า 70% ขณะที่โรงทำสีมีหุ่นยนต์ ABB มากกว่า 60 ตัว เป็นระบบอัตโนมัติ 100% รวมถึงใช้เทคโนโลยี Waterborne Spraying  เป็นสายการผลิตแรกในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีนี้

ท้ายสุดผู้บริหารจากบีวายดียังย้ำว่า จุดแข็งของประเทศไทยคือทำเลที่ตั้งและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน แนบแน่นมากว่า 50 ปี มี Supply Chain ยานยนต์ที่แข็งแกร่ง บุคลากรมีทักษะ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

BYD BYD Dolphin