เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Nostalgia Economy เมื่ออุปสงค์จากอดีต พบอุปทานในอนาคต
Columns Nostalgia Economy เมื่ออุปสงค์จากอดีต พบอุปทานในอนาคต
เกณฑ์คุม “ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์” ได้ข้อสรุป-เล็งเริ่มใช้จริงกลาง ต.ค.
Politics เกณฑ์คุม “ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์” ได้ข้อสรุป-เล็งเริ่มใช้จริงกลาง ต.ค.
BYD เปิดโรงงานระยอง โชว์ศักยภาพ ‘การผลิตระดับโลก’ 
Automotive BYD เปิดโรงงานระยอง โชว์ศักยภาพ ‘การผลิตระดับโลก’ 
กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม 80% อุตุฯ เตือนรับมือจราจรติดขัด-น้ำท่วมขังเส้นทางซ้ำซาก
News กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม 80% อุตุฯ เตือนรับมือจราจรติดขัด-น้ำท่วมขังเส้นทางซ้ำซาก
ZEEKR ชวนนักศึกษา ประชันไอเดียชิงรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท 
Automotive ZEEKR ชวนนักศึกษา ประชันไอเดียชิงรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท 
เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ
ส่องโลก มองไทย เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ
ปี’70 อินเดียพลิกกลยุทธ์ส่งออกเขย่าตลาดข้าวโลก
Economic ปี’70 อินเดียพลิกกลยุทธ์ส่งออกเขย่าตลาดข้าวโลก
ผุดถนนสายใหม่ ‘ตรีบุรีรัถยา’ ทางลัด-บูมเศรษฐกิจ 3 จังหวัด
Real Estate ผุดถนนสายใหม่ ‘ตรีบุรีรัถยา’ ทางลัด-บูมเศรษฐกิจ 3 จังหวัด
SMEs อายุน้อย-กำไรดีกู้ไม่ได้ ธปท.ตะลึง-เร่งชงคลังผุดค้ำสินเชื่อใหม่
Finance SMEs อายุน้อย-กำไรดีกู้ไม่ได้ ธปท.ตะลึง-เร่งชงคลังผุดค้ำสินเชื่อใหม่
ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ

20 ก.ย. 2569 | 08:15น.
คอลัมน์ : ส่องโลกมองไทย
ผู้เขียน : ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ [email protected]

เมื่อเดือนก่อน ผู้เขียนได้ทิ้งท้ายในคอลัมน์นี้ไว้ว่า สุนทรพจน์ที่ “เข้มงวด” (Hawkish) ของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ Jackson Hole นั้น แท้จริงคือการ “ขู่เพื่อคุม ไม่ใช่ขู่เพื่อขึ้น” และความเสี่ยงเดียวที่จะทำให้คำขู่กลายเป็นการกระทำ คือเงินเฟ้อที่ออกมาสูงเกินคาด บัดนี้ สิ่งที่เป็นเพียงความเสี่ยงในวันนั้นได้กลายเป็นความจริงแล้ว เมื่อ Fed มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายน นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี

เหตุใด Warsh จึงตัดสินใจลงมือ คำตอบอยู่ที่เงินเฟ้อที่ไม่ยอมลง สินค้าและบริการหลายหมวดยังขึ้นราคาต่อเนื่อง สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคายังไม่คลาย ที่น่าสนใจคือ Warsh ไม่ได้สื่อสารว่านี่คือการ “เหยียบเบรก” เศรษฐกิจ แต่ย้ำว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ยังแข็งแกร่งทั้งการจ้างงานและการลงทุน ภาวะการเงินโดยรวมยัง “ไม่ตึงตัว” (Not Restrictive) การขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้จึงเป็นเพียง “การถอนคันเร่งบางส่วน” ไม่ใช่การขึ้นเพื่อกดเศรษฐกิจ

สิ่งที่ทำให้ตลาดประหลาดใจยิ่งกว่าตัวการขึ้นดอกเบี้ย คือถ้อยแถลงและประมาณการที่เข้มงวดขึ้นชัดเจน โดย Fed ส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งการเติบโตและเงินเฟ้อ สะท้อนมุมมองว่าเศรษฐกิจยังร้อนแรงและเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายช้าลงกว่าเดิม

ด้วยภาพที่เข้มงวด ผู้เขียนจึงปรับมุมมองใหม่ จากเดิมที่มองว่า Fed จะคงดอกเบี้ย มาเป็นการคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยรวม 3 ครั้ง ไปหยุดที่ราว 4.4% โดยขึ้นอีกครั้งในปลายปีนี้และอีกครั้งต้นปีหน้า ก่อนคงไว้ ทั้งนี้ ตัวแปรสำคัญที่อยู่เบื้องหลังคือราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวสูงจากสงครามที่ยืดเยื้อ ซึ่งเป็นต้นตอที่ผลักเงินเฟ้อและดอกเบี้ยให้ค้างอยู่ในระดับสูง

คลื่นลูกนี้ส่งผลต่อไทยอย่างน้อย 3 ทาง ทางแรกคือค่าเงินบาทที่อ่อนกว่าเดิม เมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ยสวนทางกับที่เคยคาด ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐ กับไทยจึงกว้างขึ้น ประกอบกับเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า เราจึงปรับประมาณการเงินบาทให้อ่อนค่าลงกว่าเดิม สู่ราว 33.8 บาทต่อดอลลาร์ ณ ปลายปีนี้ ก่อนจะกลับมาแข็งค่าเล็กน้อยในปีหน้า เมื่อธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นทยอยขึ้นดอกเบี้ยตามจนส่วนต่างเริ่มแคบลง

ทางที่สองคือแรงกดดันต่อกระแสเงินทุน ส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างและดอลลาร์ที่แข็งมักดึงเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นไทย นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังและเน้นสินทรัพย์ที่อิงปัจจัยในประเทศเป็นหลัก ในจังหวะที่ตลาดโลกยังผันผวนสูง

ทางที่สามคือโจทย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เลือกคงดอกเบี้ยไว้สวนทางกับทิศทางโลก ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง แต่ก็ต้องแลกกับแรงกดดันต่อค่าเงินและเงินทุนที่มากขึ้น ทำให้ ธปท. ต้องเดินบนเส้นลวดระหว่างการประคองการเติบโตในประเทศกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงิน

โดยสรุป การที่คำขู่ของ Warsh กลายเป็นการกระทำ ยืนยันบทเรียนสำคัญว่า ความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางนั้นสร้างได้ด้วยการลงมือจริง ไม่ใช่เพียงคำพูด อย่างไรก็ดี ตัวแปรที่จะกำหนดว่าห่วงโซ่ดอกเบี้ย-ค่าเงิน-เงินทุนนี้จะตึงต่อไปอีกนานเพียงใด กลับไม่ได้อยู่ที่กรุงวอชิงตัน แต่อยู่ที่บ่อน้ำมันในตะวันออกกลาง หากความขัดแย้งคลี่คลายและราคาน้ำมันย่อลง แรงกดดันทั้งหมดก็จะเริ่มคลายตาม แต่หากไม่ วันที่การกระทำครั้งนี้ต้องตามด้วยการกระทำครั้งต่อไป ก็อาจอยู่ไม่ไกล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เควิน วอร์ช (Kevin Warsh)