‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
ถนน “กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่” ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่ร้อนแรงที่สุดในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตอบโจทย์ของการใช้ชีวิต มีทั้งโรงเรียนนานาชาติ แหล่งไลฟ์สไตล์ โครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อเข้าเมืองสะดวก
จึงเป็นทำเลทองที่บิ๊กแบรนด์ตีตราจอง ปักหมุดบ้านหรูกันอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึง “แสนสิริ” ยักษ์ใหญ่วงการอสังหาฯไทย ที่ยึดหัวหาดทำเลกรุงเทพกรีฑา สร้างอาณาจักรบ้านหรูมานาน ผ่าน 2 คอมมิวนิตี้แห่งแรกบนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ฝั่งขาออกเมือง มูลค่า 30,000 ล้านบาท และแห่งที่ 2 พื้นที่กว่า 142 ไร่ ฝั่งขาเข้าเมืองที่กำลังทยอยพัฒนาโครงการ
เอส ควอเตอร์เปิดต้นปี’70
“ภัคพริ้ง การุญ” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าปัจจุบันแสนสิริมีมาร์เก็ตแชร์ที่ทำเลย่านนี้ประมาณ 30% ไม่นับรวมโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในอนาคต ย้อนกลับไปเมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว แสนสิริเริ่มพัฒนาโครงการแนวราบบนทำเลกรุงเทพกรีฑาด้วยแบรนด์ “เศรษฐสิริ” ตามมาด้วย “นาราสิริ”ซึ่งกำลังซื้อส่วนใหญ่มีทั้งซื้อเพื่ออยู่อาศัย และนักลงทุน
เนื่องจากใกล้โรงเรียนนานาชาติ และเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก ทำให้ศักยภาพของที่ดินที่มีอัตราการเติบโตของราคาพุ่งสูง 141% และยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในแง่ของการลงทุนสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนเช่าเฉลี่ย 7-9%

นอกจากโครงการแนวราบแล้ว “แสนสิริ” ได้ลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท สำหรับคอมมิวนิตี้แห่งแรกบนเนื้อที่ 500 ไร่ อยู่บนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ขาออกเมือง และเปิดตัว “เอส ควอเตอร์” สปอร์ตคอมเพล็กซ์ระดับลักเซอรี่แห่งใหม่ที่ผสมผสานทั้งกีฬา เวลเนส ไลฟ์สไตล์ และคอมมิวนิตี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเตรียมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2570
คอมมิวนิตี้เวลเนสแห่งแรก
ตามต่อมาด้วย Sansiri Wellscape Krungthep Kreetha คอมมิวนิตี้แห่งที่ 2 อีก 142 ไร่ ติดถนนใหญ่ ฝั่งขาเข้าเมือง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Well Living Residence ที่ผสานการอยู่อาศัย การพักผ่อน และสุขภาวะที่ดีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยเปิดประเดิมโครงการที่อยู่อาศัยโครงการแรกด้วยการรีเฟรชแบรนด์ “บุราสิริ” และถือโอกาสฉลองครบรอบ20 ปีของแบรนด์ด้วย
สำหรับ “บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา” มีมูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท สะท้อนแนวคิด “Well-Living Residence” ยกระดับจากบ้านเดี่ยวสไตล์รีสอร์ตที่เน้นการพักผ่อน สู่บ้านที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสุขภาวะในทุกมิติ ทั้งกาย ใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน ผ่านการออกแบบพื้นที่ ฟังก์ชั่น และบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ส่งเสริม Well-Living อย่างรอบด้าน เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตได้ดีขึ้น และเติบโตไปพร้อมกับความสุขในระยะยาว
โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 65 ไร่ มีจำนวน 129 ยูนิต ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 4 แบบ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 245-430 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 25-50 ล้านบาท ออกแบบฟังก์ชั่นพิเศษตอบโจทย์ Multi-Generation Family เปิดพรีเซลเฟสแรกวันที่ 19-20 กันยายนนี้ จำนวน 29 ยูนิต มูลค่า 850 ล้านบาท และจะเริ่มโอนภายในปี 2569 คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 50% สำหรับเฟสแรก
นับเป็นโครงการแรกบนคอมมิวนิตี้ Well-Being แห่งแรกของแสนสิริบนพื้นที่ 142 ไร่ ที่จะมีการพัฒนาอีกประมาณ 2 โครงการ ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ในอนาคต โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นแบรนด์สำหรับบ้านแฝด 3 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 10 ล้านต้น ๆ
ตั้งเป้าสร้างเมืองสมบูรณ์แบบ
“ภัคพริ้ง” ฉายภาพคอมมิวนิตี้แห่งใหม่ 142 ไร่ นอกจากจะพัฒนาโครงการบ้านแล้ว เป้าหมายของแสนสิริคือการสร้างเมือง เป็นคอมมิวนิตี้ที่ให้ความสำคัญอย่างมาก ซึ่งแคแร็กเตอร์จะไม่ซ้ำกัน อย่างโครงการแนวราบที่นี้มี 3 โครงการ ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน โดยมองว่า Well-Being คือความต้องการพื้นฐานของการอยู่อาศัยจริง ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและเวลาของครอบครัว งานออกแบบจึงบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ ทั้ง Interior, Architecture และLandscape เพื่อสร้างช่วงเวลาที่ดีในทุก ๆ วัน
“ภัคพริ้ง” ระบุอีกว่า ลูกบ้านภายในโครงการบุราสิริ อาจได้รับพรีวิลเลจสำหรับการเข้าใช้งานเอส ควอเตอร์ ที่เป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์ในคอมมิวนิตี้แห่งแรกบนย่านนี้ ซึ่งทั้งสองคอมมิวนิตี้นี้ได้ถูกออกแบบให้สอดรับกันภายใต้แกนความคิดที่ว่า ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพ การกิน และการออกกำลัง ซึ่งเป็นคำถามสำหรับการทำอย่างไรให้ชีวิตสมบูรณ์แบบอย่างที่ผู้บริโภคต้องการ
“เป้าหมายของเราคือ ทำอย่างไรก็ได้ ให้การอยู่อาศัยของลูกบ้านสมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องไปเสียเงินเพิ่ม หรือจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้มา เขาต้องได้จากเราไปพร้อมบ้านเลย อันนี้คือสิ่งที่แสนสิริมองว่า เป็นการสร้างที่อยู่อาศัยจีรังที่สุด”