ครม.ไฟเขียวจัดงบฯ 1.2 พันล้าน ให้ กยศ. เพื่อเสริมสภาพคล่อง
ครม.อนุมัติจัดสรรงบฯฉุกเฉินปี’69 ให้ กยศ. เพื่อเสริมสภาพคล่อง 1,206.48 ล้านบาท ไว้ดูแลนักเรียน-นักศึกษากว่า 1.4 แสนราย ให้ได้รับค่าเล่าเรียน-ค่าครองชีพต่อเนื่อง ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบฯกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 1,206,477,900 บาท ให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อสนับสนุนการให้กู้ยืมแก่นักเรียนและนักศึกษา สำหรับเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง
นางสาวลลิดากล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 กยศ. ขอรับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 21,900 ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรจำนวน 5,100 ล้านบาท มีส่วนต่าง 16,800 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา กยศ. ได้บริหารเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรควบคู่กับเงินที่ผู้กู้ยืมชำระคืนมาหมุนเวียน เพื่อให้การปล่อยกู้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์สามารถดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม จากการประมาณการกระแสเงินสด พบว่า กยศ. มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และอาจมีเงินไม่เพียงพอสำหรับโอนจ่ายค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้แก่นักเรียนและนักศึกษาผู้กู้ยืมจำนวน 141,838 ราย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการขอรับงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 1,206,477,900 บาท เพื่อให้การจ่ายเงินกู้ยืมดำเนินต่อเนื่องและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้เรียน
สำหรับปีการศึกษา 2569 กยศ. ประมาณการกรอบการให้กู้ยืมสำหรับนักเรียนและนักศึกษาทั้งผู้กู้รายใหม่และผู้กู้รายเก่าที่กู้ต่อเนื่อง จำนวน 775,629 ราย วงเงินประมาณ 47,706.0876 ล้านบาท โดยข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 มีผู้ได้รับการให้กู้ยืมแล้ว 577,523 ราย คิดเป็น 74.45% ของกรอบจำนวนผู้กู้ วงเงินกู้ยืม 35,083.5926 ล้านบาท หรือ 73.54% ของกรอบวงเงินทั้งหมด
ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้นำเรื่องกราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้ กยศ. ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบฯกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 1,206,477,900 บาท เพื่อใช้สนับสนุนการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สำหรับค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้แก่ผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่องจนสิ้นปีงบประมาณ และเนื่องจากวงเงินดังกล่าวเกิน 100 ล้านบาท จึงต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอน
นอกจากนี้ กยศ. จะต้องเร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นการชำระหนี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กองทุนมีเงินเพียงพอสำหรับการดำเนินงานในอนาคตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
“งบประมาณส่วนนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้การโอนเงินค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพของผู้กู้ยืมดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด ช่วยให้นักเรียนและนักศึกษาสามารถเรียนต่อได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา และลดผลกระทบจากข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของกองทุน” นางสาวลลิดากล่าว