เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

ไม่หวั่นสงครามการค้าทุบส่งออกสหรัฐฯหด สรท.ปรับเป้าส่งออกปี’61โต 9% จากเดิม 8%

06 ก.ย. 2561 | 13:23น.

ไม่หวั่นสงครามการค้าทุบส่งออกสหรัฐฯหด สรท.ปรับเป้าส่งออกปี’61โต 9% จากเดิม 8% ชี้ยังต้องจับตา 8 ปัจจัยเสี่ยงกระทบส่งออก

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สภาผู้ส่งออก ปรับเป้าส่งออกทั้งปี 2561 ว่าจะขยายตัว 9% จากเป้าหมายเดิม 8% โดยการส่งออกในช่วง 5 เดือนหลังจากนี้จะต้องส่งออกได้เฉลี่ย 22,240 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน

สำหรับการส่งออกเดือนกรกฎาคม 2561 มีมูลค่า 20,424 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 8.3% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 662,175 ล้านบาท ขยายตัว 4.1% เมื่อเทียบกับเดือน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 20,940 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 10.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 687,783 ล้านบาท ขยายตัว 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้เดือนกรกฎาคม 2561 ประเทศไทยขาดดุลการค้า 516 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 25,608 ล้านบาท

“ตลาดส่งออกหลักส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ดีสอดคล้องกับภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดยการส่งออกไปญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อน มีเพียงสหรัฐฯที่หดตัวเป็นเดือนแรก แต่ไม่มากนัก และสินค้ากลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมสำคัญส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น”

ส่วนการขาดดุลการค้าในเดือนกรกฎาคม เกิดจากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณการลงทุนของภาคการผลิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต และการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และ ดัชนีคาดการณ์ภาวะธุรกิจส่งออกสูงกว่าระดับ 55 แสดงให้เห็นถึงความมุมมองของผู้ส่งออกยังมีทิศทางเป็นบวกอยู่และส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย

ขณะที่นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธาน สรท. กล่าวถึง ผลกระทบเชิงบวกจากสถานการณ์สงครามการค้า จีน-อียู ปรับขึ้นภาษีนาเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ส่งผลดีต่อสินค้าไทยที่มีโอกาสส่งออกไปสหรัฐฯ ทดแทนจีน เช่น พืชเกษตรและอาหารทะเล และมีแนวโน้มกระจายตลาดการส่งออกในตลาดใหม่มากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกผลกระทบเชิงบวกจากวิกฤตค่าเงินตุรกี ที่ในกลุ่มสินค้าสิ่งทอ ที่อาจมีต้นทุนสูงขึ้น เป็นโอกาสของไทยจากการเป็นตลาดทดแทนในกลุ่มสิ่งทอ เพิ่มมากขึ้น และการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมเครื่องคอมพิวเตอร์จากมาเลเซียกลับมาที่ไทย และการผ่อนคลายมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีระหว่างประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน เช่น เวียดนาม ยกเลิกจากัดปริมาณการนาเข้าสินค้าอย่างไข่ไก่ เกลือ รวมถึงน้ำตาลที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือ

อย่างไรก็ตาม สรท.ยังต้องติดตามความเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญประกอบด้วย 1) ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จากการไหลกลับเข้ามาของเงินทุนต่างประเทศในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากวิกฤตค่าเงินตุรกี สถานการณ์ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ที่จะดึงดูดเม็ดเงินนักลงทุนเข้ามาในประเทศทำให้เงินบาทแข็ง และกระทบมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาท โดยปัจจุบันคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของปี 2560 ไว้ที่ 33.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ (บวกลบ 0.5)

2) มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมายการค้ามาตรา 201 และ 232 ยังคงส่งผลกระทบต่อยอดการส่งออกเครื่องซักผ้า แผงโซลาร์เซล เหล็ก ทั้งนี้ สถานการณ์ยังไม่แน่นอนจากการขึ้นภาษีตอบโต้ หากแต่ภาครัฐและผู้ประกอบการต้องติดตามสถานการณ์ที่อาจจะเป็นโอกาสอย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกันต้องระวังสินค้าจากสหรัฐฯ ที่จะไหลเข้าไทย ทั้งถั่วเหลือง ข้าวสาลี แต่ในภาพรวมไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบกับการส่งออกไทยมากนัก

3) ปัญหามาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐ ทำให้ทิศทางราคาน้ามันดิบปรับขึ้น ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ 3 แตะระดับ 75 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่งสินค้าปรับสูงขึ้น กระทบต่อความสามารถในการบริโภคของอุปสงค์ ภายในประเทศและผลกำไรของผู้ประกอบการในทางอ้อม

4) ราคาสินค้าเกษตรและประมงบางรายการ ที่ยังคงเผชิญสภาวะตกต่ำโดยเฉพาะยางพารา ข้าว มันสาปะหลัง กุ้ง 5) ปัญหาด้านโลจิสติกส์ อาทิ ปัญหาความแออัดภายในท่าเรือแหลมฉบัง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนโลจิสติกส์และกฎระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกในการส่งออก

6) สหรัฐอเมริกา เตรียมทบทวนการให้สิทธิ GSP ในช่วงเดือนตุลาคมนี้กับ 25 ประเทศในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก รวมถึงไทย ที่คาดว่าจะมีการปรับอัตราภาษีการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10% ในขณะที่จีนที่ถูกปรับขึ้นอัตราภาษีที่ 25%

7) วิกฤตภาวะเงินเฟ้อประเทศเวเนซุเอลา กว่า 82,766% และการอพยพของประชากร การเพิ่มอัตราค่าแรงและการเปลี่ยนสกุลเงินที่อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่หนักขึ้น อย่างไรก็ตามการค้าขายระหว่างไทยและเวเนซุเอลา (7 เดือนที่ผ่านมา) ไทยมีมูลค่าการค้า 11.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการนำเข้า 5.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีสัดส่วน 0.0040% ของมูลค่าการนาเข้าทั้งหมด และส่งออก 6.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 0.0042% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

8) มาตรการกีดกันการค้าจากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม 50% ส่งผลให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจตุรกีและเกิดวิกฤตการค่าเงินตุรกีอ่อนค่ารุนแรง สะท้อนถึงภาระหนี้ต่างประเทศที่สูงขึ้นและจากความไม่มีเสถียรภาพของค่าเงินจะทำให้กลุ่มธนาคารของยุโรปในฐานะเจ้าหนี้ได้รับผลกระทบที่ลุกลามเป็นวงกว้าง และกระทบภาคการส่งออกของตุรกีโดยตรง ผู้ประกอบการไทยต้องระมัดระวังเรื่องการค้าขายกับตุรกีรวมถึงเทอมการชำระเงิน สถานการณ์ค่าระวาง อัตราค่าระวางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

พร้อมกันนี้ สรท.ได้ข้อเสนอแนะให้ผู้ประกอบการส่งออก รวมถึง SMEs ควรสร้างความเข้าใจ เตรียมรับมือและพิจารณาการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อประกันความเสี่ยงทางอัตราแลกเปลี่ยน เช่น Local Currencies, การเปิดบัญชี Foreign Currencies Deposit : FCD และกระจายความเสี่ยงจากสงครามทางการค้า โดยการเจาะตลาดคู่ค้าใหม่ๆ ตลอดจนส่งเสริมการสิทธิประโยชน์ ภายใต้กรอบ FTA อื่นๆ ทดแทนความเสี่ยงจากสงครามการค้า รวมถึงเร่งผลักดันการเจรจาการค้าเสรีใหม่ CPTPP, RCEP, EU, ปากีสถาน, ตุรกี, บังคลาเทศ และกรอบความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจที่อยู่ระหว่างสรุปการเจรจา เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองทางการค้าในระยะยาว และส่งเสริมการค้าแบบ e-Commerce

และขอให้ภาครัฐควรเร่งรัดแก้ไขปัญหาด้านโลจิสติกส์ อาทิ เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการยกขนตู้สินค้า ลดความแออัดภายในท่าเรือแหลมฉบังและเชื่อมต่อการขนส่งระบบราง และ ICD นอกท่าเรือเพื่อลดแถวคอยของรถบรรทุกภายในท่าเรือ และกำหนดให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศในส่วนของต้นทุนภายในประเทศ เป็นบริการควบคุมภายใต้ พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการ 2542 เป็นต้น และผลักดัน การอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation Agreement) ที่สอดคล้องกับแนวทางตามกรอบของ WTO เพื่อช่วยส่งเสริมการค้าและการส่งออก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้า ส่งออก