เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ดอกเบี้ยกับอัตราแลกเปลี่ยน

22 ก.ย. 2561 | 23:05น.

คอลัมน์ คนเดินตรอก

โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

สำหรับเศรษฐกิจขนาดเล็กและเปิด (small and open economy) อย่างประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย การส่งออกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายตัวของรายได้ประชาชาติ และการจ้างงาน รวมถึงการยกระดับการพัฒนาจากการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง จนเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นน้องใหม่ที่จะได้เข้าไปอยู่ในสโมสรของการเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ต่อไปก็น่าจะเป็นประเทศไทย ถ้าไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารโดยทหาร ทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจถดถอย แทนที่จะขยายตัวมากกว่านี้

การจะยกระดับการพัฒนาจากประเทศรายได้ปานกลางเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศไทยไม่มีทางอื่นนอกจากพัฒนาการส่งออกสินค้าและบริการให้ขยายตัวให้มากขึ้นจนมีมูลค่าไม่น้อยกว่ารายได้ประชาชาติ ขณะนี้มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการของประเทศเรามีมูลค่าประมาณร้อยละ 70 ของรายได้ประชาชาติ หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หนทางยังอีกยาวไกลในการที่จะพัฒนาและผลักดันให้การส่งออกสินค้าและบริการเข้าใกล้ 100 เปอร์เซ็นต์ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ เช่นเดียวกับประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาคดังที่กล่าวมาแล้ว

การที่การส่งออกและการท่องเที่ยวของเราจะสามารถแข่งขันในตลาดสินค้าเดียวกันในต่างประเทศ ราคาที่คิดเป็นเงินดอลลาร์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกวันนี้วิทยาการการผลิตหรือเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง นอกจากนั้น ปริมาณการขายก็สำคัญต่อต้นทุนการผลิตต่อหน่วย ปริมาณการผลิตย่อมเกี่ยวข้องกับการตลาด ซึ่งต้องอาศัยพื้นฐานของสินค้าที่ต้องมีคุณภาพ ต้องเป็นที่ต้องหูต้องตา ทันสมัย ตรงตามรสนิยมของผู้บริโภค ซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ราคาสินค้าก็ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญของผู้ซื้อหรือผู้บริโภคอยู่เสมอ

ในการค้าระหว่างประเทศสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้แล้วสิ้นเปลืองไป หรือสินค้ากึ่งถาวรที่มีอายุยืนยาวพอสมควร หรือแม้แต่สินค้าที่เป็นเครื่องจักรเครื่องยนต์กลไกที่ใช้ผลิตสินค้าอื่น ๆ ซึ่งก็ต้องแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่นทั้งในและต่างประเทศ ราคาก็ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญในการแข่งขัน นอกจากความคงทน อายุการใช้งาน การใช้พลังงานในการเดินเครื่องจักร

ผู้ผลิตสินค้าที่พึ่งพาการส่งออกไม่ว่าจะเป็น สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม หรือแม้แต่บริการทั้งหลาย เช่น การค้าส่ง ค้าปลีก การขนส่งทางบก เรือ อากาศ หรือแม้แต่การท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร การบริการอื่น ๆ ซึ่งหลายคนคิดว่าต้องใช้คุณภาพ การตลาด การโฆษณา เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแข่งขันอันไม่มีขีดจำกัดในเวทีการค้าของโลก แต่ถึงกระนั้น ?ราคา? ที่คิดเป็นเงินดอลลาร์ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันราคาขายที่คิดเป็นดอลลาร์ นอกจากจะขึ้นอยู่กับต้นทุนของปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เช่น ค่าจ้างแรงงาน ค่าเช่า ดอกเบี้ย ค่าชิ้นส่วน วัตถุดิบที่ต้องนำมาใช้ในการผลิตที่คิดเป็นเงินบาท อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินดอลลาร์จึงมีความสำคัญยิ่ง ในขณะเดียวกันการส่งออกก็เป็นหัวใจของการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยส่วนรวม เพราะการส่งออกมีสัดส่วนที่ใหญ่เป็นที่ 2 รองลงมาจากการบริโภคของครัวเรือนในบัญชีรายได้ประชาชาติ รองลงไปคือเงินลงทุนทั้งที่เป็นการลงทุนโดยตรง หรือเป็นการลงทุนในการเก็บกักสินค้าและวัตถุดิบ

ทั้งระดับการบริโภคของครัวเรือนและการลงทุน ดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญ ถ้าดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ คนจะออมมากขึ้น บริโภคน้อยลง บริษัทห้างร้านจะลดการลงทุนลง ลดการเก็บกักสินค้าลง เพราะไม่คุ้มที่จะทำอย่างนั้น สู้ออมไว้เอาดอกเบี้ยดีกว่า เศรษฐกิจก็จะชะลอตัวลง การนำเข้าสินค้าและสินค้าก็จะต่ำลง นโยบายดอกเบี้ยที่ถูกต้อง ประการแรกก็คือ พยายามรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในอัตราที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ หรือพูดเป็นภาษาเศรษฐศาสตร์ว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงควรจะเป็นบวก แต่ขณะนี้อัตราเงินเฟ้อบ้านเราอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าร้อยละ 2 เป็นอันมาก

ขณะเดียวกัน อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาก็ค่อนข้างร้อนแรง ทางธนาคารกลางของสหรัฐมีความกังวลว่า อัตราเงินเฟ้อกำลังก่อตัว จึงประกาศจะขึ้นดอกเบี้ยเป็นระยะ ๆ และจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25 เปอร์เซ็นต์

การที่ทางธนาคารกลางของเราประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยทางการไว้ที่ 1.50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยทางการของธนาคารกลางสหรัฐอยู่ที่ 1.75 เปอร์เซ็นต์ ก็อาจจะมีคนเกรงกลัวว่าเงินทุนจะไหลออก ความจริงก็เป็นเช่นนั้น เพราะการนำเงินมาลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศไทยคงจะไม่ได้กำไรเท่าที่ควร แต่ดุลการชำระเงินระหว่างประเทศในรอบ 7 เดือน นับแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา มีฐานะเกินดุลถึง 6,732 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม ดุลการชำระเงินจะขาดดุลอยู่บ้าง แต่ความที่ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุลอยู่มากติดต่อกันมาตั้งแต่ต้นปี

เงินบาทจึงไม่อ่อนตัวลงตามค่าเงินเมื่อเทียบกับค่าเงินในภูมิภาค เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และมีค่าแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินของประเทศคู่แข่งทั้งในอาเซียน ในเอเชีย รวมทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศในทวีปอื่น เช่น อเมริกาใต้ ค่าเงินบาทแข็งขึ้นหมด ค่าเงินบาทแข็งขึ้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า อัตราการขยายตัวของการส่งออกจึงมีเพียงแค่ร้อยละ 10 เศรษฐกิจของเราจึงขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 5

สาเหตุเป็นเพราะนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ไม่ยอมลดดอกเบี้ยนโยบาย เงินบาทจึงแข็งเกินความจำเป็น ขณะเดียวกันก็ทำให้บัญชีเงินทุนสำรองของธนาคารขาดทุนเป็นจำนวนเงินมหาศาล เพราะตอนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยซื้อเงินดอลลาร์มา เป็นช่วงเวลาที่ค่าเงินบาทอ่อนกว่าอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนี้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบาย

การเงิน หรือ กนง.ในคราวหน้า ซึ่งจะมีขึ้นหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไปว่า ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาคงจะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก แต่ทางการของไทยก็ไม่มีความจำเป็นต้องประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามทางการสหรัฐอเมริกา

เหตุผลที่เรายังไม่จำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามสหรัฐอเมริกาก็มีหลายประการ ประการแรก เศรษฐกิจของเรายังบอบช้ำอยู่ ยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างมั่นคง อัตราการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในระดับการพัฒนาขนาดกลาง ไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจที่เจริญก้าวหน้า แล้วถ้าขยายตัวต่ำกว่าร้อยละ 5 ต้องถือว่ายังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจซบเซา ยังไม่ควรจะขึ้นดอกเบี้ย ต้องยอมสละให้เงินทุนไหลออกให้ค่าเงินบาทอ่อนลง อันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแลกกับการรักษาอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ กล่าวคือให้น้ำหนักกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ เพราะขณะนี้ไม่มีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อในด้านเสถียรภาพ เศรษฐกิจของไทยมีความเข้มแข็งเพียงพอ ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุล

เงินทุนไหลออกบ้างก็ไม่เป็นอันตราย ในทางตรงกันข้าม เมื่อเงินทุนไหลออกบ้างก็เพื่อลดความกดดันให้เงินบาทไม่แข็งค่าต่อไป จะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ทางรัฐบาลต้องการให้ขยายตัวไม่ต่ำกว่าเป้าหมาย 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผล ค่าเงินบาทควรอ่อนตัวกลับไปที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งตรงกันข้ามกับความต้องการของธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่สำคัญ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีความเป็นอิสระจนเกินขอบเขต ไม่ฟังเหตุผลของผู้ใด และไม่ต้องรับผิดชอบความอยู่ดีกินดีของประชาชน ราคาสินค้าเกษตรและการส่งออก ภาวะเศรษฐกิจ รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบ รัฐมนตรีคลังต้องรับผิดชอบ แต่ไม่มีอำนาจอะไรเลยเกี่ยวกับนโยบายการเงิน นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนและอื่น ๆ เป็นอำนาจของ ธปท.ทั้งสิ้น

รัฐบาลนี้ควรจะแก้กฎหมายไปตามเดิม คือ การเข้าดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการคานอำนาจระหว่างธนาคารกลางกับกระทรวงการคลัง โดยกระทรวงการคลังมีหน้าที่รับผิดชอบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยส่วนรวม

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบต่อเสถียรภาพทางการเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของเสถียรภาพทางด้านอัตราเงินเฟ้อของประเทศ แม้กรรมการนโยบายการเงินจะมีตัวแทนของกระทรวงการคลังอยู่ด้วย แต่เนื่องจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประธานโดยตำแหน่ง รองผู้ว่าการเป็นกรรมการ ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเป็นเสียงข้างมากอยู่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมากที่ต้องรับผิดชอบต่อสภา แต่ไม่มีอำนาจสำหรับคานอำนาจของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเลย

ถ้าแก้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยให้กลับมาอย่างเดิม น่าจะเป็นผลงานที่สำคัญของรัฐบาลนี้ วิกฤตการณ์ทางการเงินทุกครั้งของประเทศไทยเกิดขึ้นจากความไม่รู้ ความไม่เข้าใจ หรือความหวงเก้าอี้ของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยทุกครั้ง ตั้งแต่ที่เห็นผ่านมาในรอบ 30-40 ปีนี้

สื่อมวลชนควรจะเลิกคิดว่า ธปท.เก่งกว่ากระทรวงการคลังได้แล้ว เพราะมันไม่จริง