ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับเพิ่ม
– ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลด หลังสถาบันสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ได้เผยตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรลขึ้นไปแตะระดับ 396 ล้านบาร์เรล สวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
– นอกจากนี้ ไนจีเรียหนึ่งในสมาชิกกลุ่มประเทศโอเปก ได้แถลงการณ์ว่า โอเปกพร้อมที่จะสร้างสมดุลให้กับตลาดน้ำมันทั้งในด้านราคาและด้านการเติบโตของความต้องการใช้ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดเผยว่า ภายในสิ้นปีนี้ ไนจีเรียจะเพิ่มกำลังการผลิตคอนเดนเสทและดำเนินการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่ง Egina ซึ่งจะส่งผลทำให้การผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขึ้นไปแตะระดับ 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2562
+ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดิบอิหร่านของสหรัฐฯ ที่จะมีผลในวันที่ 4 พ.ย. นี้ หลังกลุ่มโอเปกไม่มีการแถลงการณ์เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มอย่างเป็นทางการ จากการประชุมในวันที่ 22-23 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา
+ นักลงทุนยังคงจับตามองผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังโรงกลั่นน้ำมันในประเทศอินเดียได้ส่งสัญญาณลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากการส่งออกน้ำมันเบนซินจากประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรก ประกอบกับประเทศจีนส่งออกน้ำมันเบนซินออกมาในตลาดมากขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงหนุนของอุปสงค์ที่ดีในภูมิภาค ประกอบกับอุปทานที่ลดลงจากประเทศญี่ปุ่น จีน และอินเดีย นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศแอฟริกาใต้
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 70-75 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 78-83 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
การผลิตน้ำมันดิบจากกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังได้มีการปรับเพิ่มกำลังการผลิตมาติดต่อกันกว่า 3 เดือน โดยรายงานล่าสุดจากโอเปกเผยปริมาณการผลิตกลุ่มโอเปกในเดือน ส.ค. 61 ที่ผ่านมาอยู่ที่ราว 32.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นและคาดจะส่งผลกดดันต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันของโลกอย่างต่อเนื่อง หลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศอิหร่านมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรในเดือน พ.ค. 61 ที่ผ่านมา
ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลายังคงปรับลดลงต่อเนื่อง หลังท่าเรือขนส่งน้ำมันดิบหลักของเวเนซุเอลายังคงปิดดำเนินการอยู่
