เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

“ฐาปน” ลงสนามคุมทัพเอง ยึดเบอร์ 1 “เบียร์” อาเซียน

08 ต.ค. 2561 | 20:30น.

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

เป็นบริษัทที่มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาอยู่ตลอดสำหรับ “ไทยเบฟ” บริษัทเครื่องดื่มของ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ที่มีข่าวคราวการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่-เล็กอยู่ไม่ว่างเว้น มาต่อยอดกับธุรกิจเดิม เพื่อขึ้นเป็นผู้นำเครื่องดื่มในอาเซียนให้ได้ภายในปี 2563 ตามวิชั่นของ “ฐาปน สิริวัฒนภักดี” เจ้าสัวน้อยที่กุมบังเหียนอยู่ในขณะนี้

ดีลยักษ์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ที่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเด็ดที่เติมเป้าหมายของไทยเบฟให้ชัดเจนยิ่งขึ้น คือ การซื้อกิจการของแกรนด์รอยัลกรุ๊ป เหล้าเบอร์ 1 ในเมียนมา และซาเบคโก ผู้นำตลาดเบียร์ในเวียดนาม ซึ่งทำให้ไทยเบฟกลายเป็นผู้นำตลาดเบียร์ในอาเซียนกว่า 11,000 ล้านลิตร ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 24% ไปในทันที

ขณะที่การบริหารจัดการภาระเงินกู้ยืมจากการซื้อกิจการ และอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ไทยเบฟจึงต้องมีการปรับโครงสร้างบริหารครั้งใหญ่ เพื่อเร่งสปีดการเติบโต พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานต่าง ๆ ให้มากขึ้น ในวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงมีตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่ถูกปรับเปลี่ยน และเพิ่มบทบาทหน้าที่จำนวนมาก

แต่ไฮไลต์ก็คือ “ฐาปน สิริวัฒนภักดี” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้เพิ่มบทบาทการเป็น “ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มธุรกิจเบียร์” (Chief Beer Product Group) เข้ามาด้วย

“ฐาปน” เปิดเผยถึงเหตุผลในการเข้ามานั่งคุมธุรกิจเบียร์ว่า ในปีที่ผ่านมามีการลงทุนกับกลุ่มนี้ด้วยเม็ดเงินจำนวนมากกว่า 2 แสนล้านบาท การปรับโครงสร้างดังกล่าวก็เพื่อสร้างรายได้และกระแสเงินสดให้กลับคืนมา ชำระเงินกู้ ลดอัตราการกู้ยืม และสัดส่วนหนี้สินต่อทุน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของธุรกิจกลุ่มนี้ หลังจากการมีธุรกิจใหญ่อย่างซาเบคโกเข้ามาอยู่ในพอร์ต

และเพื่อรักษาความเป็นผู้นำของตลาดเบียร์ในอาเซียน ล่าสุดได้สร้างโรงเบียร์นอกประเทศเป็นครั้งแรก ผ่านการลงทุนของ F&N บริษัทเครื่องดื่มในเครือ จัดตั้งโรงเบียร์ที่เมียนมาด้วยงบประมาณ 2 พันล้านบาท (60 ล้านเหรียญสหรัฐ) มีกำลังผลิตในเบื้องต้น 50 ล้านลิตร/ปี และขยายได้ถึง 120 ล้านลิตร/ปี คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตเพื่อจัดจำหน่ายได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2562 ส่วนแบรนด์ที่คาดว่าจะทำตลาดนั้นมีทั้งกลุ่มเบียร์ในพอร์ตของไทยเบฟ เช่น ช้าง และเบียร์ของซาเบคโก

ถือเป็นการ “หวนบุก” ตลาดเบียร์ในเมียนมาอีกครั้ง หลังจากที่ไทยเบฟเข้าซื้อกิจการของ F&N ซึ่งถือหุ้นในเมียนมา บริวเวอรี่ ผู้นำตลาดเบียร์เมียนมาในปี 2556 และถูกยื่นฟ้องอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ จนต้องยอมขายหุ้นที่มีอยู่ในเมียนมา บริวเวอรี่ ในปี 2558 เพื่อยุติเรื่องดังกล่าว

ส่วนตลาดในประเทศเตรียมส่งสินค้าใหม่อย่าง “เฟเดอร์บรอย ไวส์เบียร์” หรือเบียร์ประเภทวีตเบียร์ ภายในเดือนตุลาคมนี้ สร้างวาไรตี้ในกลุ่มสินค้ามากขึ้น จากเดิมที่มีแค่เบียร์ประเภทลาเกอร์ รับกับเทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน พร้อมกับเตรียมวางจำหน่ายเบียร์ช้างแพ็กเกจจิ้งพิเศษในช่วงเดือนพฤศจิกายน เพื่อกระตุ้นยอดขายปลายปี และสร้างความคึกคักให้กับตลาด หลังจากภาพรวมในช่วง 9 เดือนแรกหดตัวลง 8-9%

ทั้งนี้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค. 2560-มิ.ย. 2561) ไทยเบฟมีรายได้รวม 1.73 แสนล้านบาท ซึ่งรายได้จากธุรกิจเบียร์ตีตื้นขึ้นมาอยู่ที่ 40% จากเดิม 17% รองจากเหล้าที่ครองสัดส่วน 47% ขณะที่เครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์ มีสัดส่วน 7% และอาหาร 5.4%

ด้านทิศทางของกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เช่น เหล้า ล่าสุดได้มีการเข้าไปร่วมทุนกับบริษัท ดิสทริบิวเตอร์ในจีน จัดตั้งบริษัท เอเชีย ยูโร อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ จำกัด เพื่อนำกลุ่มเหล้าพรีเมี่ยมเข้าไปจัดจำหน่ายในจีนตอนใต้ และส่งออกเหล้ารวงข้าวซิลเวอร์ ไปทำตลาดในเกาหลีใต้ และเวียดนาม ส่วนตลาดในประเทศมีการออกสินค้าใหม่ 2 แบรนด์ คือ สตาร์ คูลเลอร์ และคูลอฟ แมกซ์ เซเว่น เพื่อขยายฐานผู้บริโภคไปยังตลาดแอลกอฮอล์พร้อมดื่ม (RTD) จากเดิมที่ไทยเบฟมีผลิตภัณฑ์เจาะกลุ่มเหล้าขาว และเหล้าสีเป็นหลัก

ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ยังคงเดินหน้าส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สู่ตลาด และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกปี และขยายช่องทางการจำหน่ายในต่างประเทศ ร่วมกับเครือข่ายของ F&N ซึ่งมีตลาดหลักอยู่ในมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย และเริ่มขยายเข้าไปในเมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซียแล้ว รวมถึงมีการส่งออกไปยังกัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ และบรูไนบางส่วน

ขณะที่ธุรกิจอาหาร หลังจากกว้านซื้อแบรนด์ทั้งโลคอลและอินเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง จนมีร้านอาหารที่ครอบคลุมตั้งแต่เซ็กเมนต์ร้านจานด่วน (QSR) เช่น เคเอฟซี ไปจนถึงไฟน์ไดนิ่งอย่างบ้านสุริยาศัย จำนวน 27 แบรนด์ ก็ยังคงวางแผนขยายสาขาไม่หยุด โดยจะใช้งบฯลงทุนปีละ 400-500 ล้านบาท สำหรับเปิดสาขาใหม่ของทุกแบรนด์เพื่อสร้างการเติบโต และเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวตามตลาด การแข่งขัน เทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ของดิจิทัล เทรนด์ดูแลสุขภาพ เทรนด์ความเป็นเมืองที่เติบโตขึ้น

โครงสร้างใหม่รอบนี้ เจ้าสัวลงมานั่งคุมเอง ส่วนจะหวือหวาแค่ไหน คงต้องติดตาม