“ดีนแอนด์เดลูก้า” โกอินเตอร์ เปิดแฟรนไชส์ให้ทุนฝรั่งเศส
“ดีน แอนด์ เดลูก้า” รุกจับมือพันธมิตร เร่งสปีดสาขาไทย-เทศ เล็งเปิดเพิ่มอีก 150 สาขาในสนามบินทั่วโลก หลังปิดดีลขายแฟรนไชส์แทรเวลรีเทลให้ทุนยักษ์ฝรั่งเศส “Lagardere” สำเร็จ ประเดิม 2 สาขาแรกฮ่องกง
นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารดีน แอนด์ เดลูก้า กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีให้กับหลาย ๆ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งรวมถึงธุรกิจรีเทลอาหารและเครื่องดื่ม ดังที่เห็นได้จากความสำเร็จของดีน แอนด์ เดลูก้า ที่เปิดให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้ง 2 สาขาสามารถทำยอดขายและรายได้มากกว่าสาขาอื่น ๆ ที่อยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อรับโอกาสดังกล่าว ล่าสุดจึงได้จับมือกับบริษัท Lagardere Travel Retail ธุรกิจรีเทลการท่องเที่ยวระดับโลกจากฝรั่งเศส ให้สิทธิ์แฟรนไชส์ของดีน แอนด์ เดลูก้า ในช่องทางค้าปลีกในสนามบิน (travel retail) ทั่วโลก เพื่อขยายสาขาให้เป็นไปตามเป้าที่วางเอาไว้
โดยภายใน 5 ปี ตั้งเป้าเปิด 150 สาขา ซึ่งในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประเดิมเปิดไปแล้ว 2 สาขาที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง ทั้งนี้ Lagardere ถือเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจรีเทลการท่องเที่ยว มีเน็ตเวิร์กร้านค้าอยู่ประมาณ 4,400 ร้าน ในช่องทางการท่องเที่ยว ดิวตี้ฟรี และธุรกิจร้านอาหารในสนามบิน สถานีรถไฟ รวมถึงพื้นที่สัมปทานการท่องเที่ยวอื่น ๆ อีก 800 ร้าน ครอบคลุม 34 ประเทศทั่วโลก
นายสรพจน์ยังระบุต่อไปอีกว่า ก่อนหน้านี้ เพซยังได้เซ็นสัญญาในการให้สิทธิ์แฟรนไชส์หลักแต่เพียงผู้เดียวของ “ดีน แอนด์ เดลูก้า” แก่ Kinghill Overseas Holding Limited (Kinghill) บริษัทย่อยในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการเปิดร้านดีน แอนด์ เดลูก้า ในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยตั้งเป้าขยาย 500 สาขา ภายในระยะเวลา 5 ปี รวมถึงการให้สิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์แก่บริษัท เอ็นพีพีจี จำกัด (มหาชน) แบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับบริษัท เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอาหาร A&W และ MIYABI สำหรับการดำเนินธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มของดีน แอนด์ เดลูก้า แต่เพียงผู้เดียวในไทย และยังสามารถให้ช่วงสิทธิ์แฟรนไชส์ (subfranchising) แก่บุคคลภายนอกได้ด้วย เป็นระยะเวลา 5 ปี
ปัจจุบัน ดีน แอนด์ เดลูก้า มีสาขาทั่วโลก จำนวนทั้งสิ้น 72 สาขา โดยแบ่งเป็นสาขาที่เป็นแฟรนไชส์ จำนวน 34 สาขา ใน 10 ประเทศ และเพซเป็นเจ้าของกิจการในสหรัฐอเมริกา จำนวน 6 สาขา ในประเทศไทยจำนวน 11 สาขา และยังถือหุ้นร้อยละ 50 ในดีน แอนด์ เดลูก้า แบบคาเฟ่ ที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 21 สาขา อีกทั้งยังมีแผนขยายสาขาทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสาขาที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ได้แก่ สาขาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในเดือนตุลาคม 2561