เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่มเป็น 32 ราย เจ็บ 73 ราย
News อัพเดตเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่มเป็น 32 ราย เจ็บ 73 ราย
กพช.ไฟเขียวแยกค่าไฟสาธารณะ พ้นบิล ปชช. เล็งเริ่มรอบ ส.ค.
Economic กพช.ไฟเขียวแยกค่าไฟสาธารณะ พ้นบิล ปชช. เล็งเริ่มรอบ ส.ค.
ROH ส่งหนังสือด่วน ยันซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” 4.87 พันล้าน ชี้ปมเปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน
Business ROH ส่งหนังสือด่วน ยันซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” 4.87 พันล้าน ชี้ปมเปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน
อมารีชู ‘Endless Memories’ ดันกลยุทธ์ Local Experience สร้างแต้มต่อธุรกิจโรงแรม
Business อมารีชู ‘Endless Memories’ ดันกลยุทธ์ Local Experience สร้างแต้มต่อธุรกิจโรงแรม
จับตา ‘Lark’ เจ้าของเดียวกับ TikTok เขย่าตลาดแพลตฟอร์ม AI Workspace 
Tech จับตา ‘Lark’ เจ้าของเดียวกับ TikTok เขย่าตลาดแพลตฟอร์ม AI Workspace 
แบตเตอรี่อีวี เปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
Automotive แบตเตอรี่อีวี เปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
‘ยศชนัน’ ลุยธุรกิจชุมชนโตยั่งยืน LE Accelerators ตั้งเป้า 4.7 หมื่นราย ภายในปี’70
SD ‘ยศชนัน’ ลุยธุรกิจชุมชนโตยั่งยืน LE Accelerators ตั้งเป้า 4.7 หมื่นราย ภายในปี’70
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
อนันดาฯ เสิร์ฟ 20 โครงการพร้อมอยู่ อัดแคมเปญ NOW OR NOW รับเงินคืนสูงสุด 1 ล้าน
Real Estate อนันดาฯ เสิร์ฟ 20 โครงการพร้อมอยู่ อัดแคมเปญ NOW OR NOW รับเงินคืนสูงสุด 1 ล้าน
บอร์ดเด็ก เคาะเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาท เริ่มปีงบฯ 2570
Politics บอร์ดเด็ก เคาะเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาท เริ่มปีงบฯ 2570
ดูทั้งหมด

ปิด “อ่าวมาหยา” ธุรกิจหมื่น ล.สะเทือน รัฐแผนไม่ชัด-ขายแพ็กเกจล่วงหน้าพัง-

12 ต.ค. 2561 | 07:00น.

ผลประโยชน์นับหมื่นล้านบาทที่ได้รับผลกระทบ หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศปิดอ่าวมาหยา เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เพื่อฟื้นฟูสภาพของระบบนิเวศ ตั้งแต่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2561 โดยห้ามประกอบกิจการท่องเที่ยวและกิจกรรมใด ๆ บนอ่าวมาหยาและอ่าวโละซามะ ต่อมาได้ขยายเวลาปิดต่ออีก 1 เดือน โดยกำหนดเปิดวันที่ 1 พ.ย. 61 เนื่องจากปะการังอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมมาก ทรายบริเวณหน้าอ่าวมาหยาไหลลงสู่ทะเล ก่อให้เกิดการทรุดตัวและการพังทลายของเนินทรายหน้าชายหาด

แต่ต่อมาได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาของกรม ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบันลงความเห็นว่า เวลาปิดอ่าว 4-6 เดือน ไม่เพียงพอต่อการฟื้นตัวของปะการัง และป่าปลูก จึงมีการประกาศเป็นทางการ “ปิดอ่าวมาหยาออกไปแบบไม่มีกำหนด” จนกว่าจะมีการฟื้นคืนสู่ภาวะปกตินั้น

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 61 ชมรมธุรกิจการท่องเทียวเกาะพีพี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ ได้รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อขอให้ทางกรมอุทยานฯประกาศเปิดอ่าวมาหยา ในวันที่ 1 พ.ย. 61 โดยให้เหตุผลว่า การขยายเวลาปิดการท่องเที่ยวแบบไม่มีกำหนด ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการท่องเที่ยวของเกาะพีพี และภาพรวมของจังหวัดกระบี่ เพราะผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อยได้มีการทำสัญญาไว้ล่วงหน้า ยิ่งช่วงไฮซีซั่นจังหวัดกระบี่ปีนี้ มีการตั้งเป้านักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคน หรือคิดเป็น 80-90% พุ่งเป้าไปที่การท่องเที่ยวอ่าวมาหยา เกาะพีพี เพราะเป็นจุดศูนย์กลางในการท่องเที่ยว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปกติธุรกิจเรือนำเที่ยวต่อวันมีไม่ต่ำกว่า 200 ลำที่วิ่งให้บริการ เฉพาะรายได้รวมคาดว่าไม่ต่ำกว่าประมาณ 2-6 ล้านบาทต่อวัน ผลประโยชน์อันมหาศาลที่สะพัดรอบอ่าวมาหยา ทำให้เกิดแรงกดดันไปยังหลายฝ่าย

ดังนั้นหลังการยื่นหนังสือ ว่าที่ร้อยตรี อภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เชิญตัวแทนของกรมอุทยานฯ ตัวแทนภาคเอกชน อาทิ หอการค้าจังหวัดกระบี่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเกาะพีพี และชาวบ้านเกาะพีพี เข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกันกว่า 3 ชั่วโมง และได้ข้อสรุปว่า ให้ทางอุทยานสร้างโป๊ะทางเดินเข้าอ่าวมาหยาชั่วคราว เริ่มตั้งแต่ปากอ่าวจนถึงแนวชายหาด และห้ามนำเรือทุกชนิดเข้าอย่างเด็ดขาด ส่วนการลงทุนสร้างโป๊ะให้อุทยานออกค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่ง ส่วนที่เหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสมทบ และจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ในวันที่ 1 พ.ย. ตามที่ได้ประกาศไว้

แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นักวิชาการ และที่ปรึกษาเกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูระบบนิเวศชายหาดและระบบนิเวศปะการังบริเวณอ่าวมาหยา และการปลูกฟื้นฟูปะการังที่เสื่อมโทรม ประชุมชี้แจงกับผู้ประกอบการว่า การประกาศปิดอ่าวโดยไม่มีกำหนดเพื่อฟื้นฟูทรัพยากร และบริหารจัดการพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ การปิดอ่าวช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา ปะการังเริ่มฟื้นตัวบางส่วน

แต่ปัญหาก่อนการปิดอ่าว คือ ทรายบริเวณหน้าหาดไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีจำนวนมากตลอดปี และถูกคลื่นซัดทำให้ชายหาดทรุดตัว นอกจากนี้มีสารเคมีบางชนิด เช่น ครีมกันแดดที่นักท่องเที่ยวใช้ทาตัวแล้วลงเล่นน้ำ เป็นอีกสาเหตุที่เกิดปะการังฟอกขาว ส่วนปัญหาเรือรับส่งนักท่องเที่ยวที่ชายหาดทำให้เกิดฝุ่นทรายตลบทับถมก้อนปะการัง รวมทั้งการทิ้งสมอ สำรวจพบร่องรอยความเสื่อมโทรมของแนวปะการังบริเวณอ่าวมาหยา และบริเวณที่เรือวิ่งผ่าน การปิดอ่าวมาหยาเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติที่รับใช้ผู้คนมานานกว่า 20 ปีจึงต้องใช้เวลา

ขณะที่ ผศ.ดร.ดรรชนี เอมพันธ์ นักวิชาการด้านวนศาสตร์ระบุว่า หากเปรียบอ่าวมาหยาเป็นคนไข้ในตอนนี้ คือ ผู้ป่วยหนักที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดรักษา จึงจำเป็นต้องให้เวลาในการฟื้นตัว ไม่อยากให้เกิดการกดดันจากภาคท่องเที่ยว เพราะหากฝืนเปิดไปจะทำให้สภาพธรรมชาติพังพินาศในช่วงอายุของพวกเรา จนไม่สามารถจะฟื้นฟูกลับมาได้อีก

ด้านผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังคงยืนยันจะให้เปิดอ่าวมาหยาในวันที่ 1พ.ย.ต่อไป โดยนายวุฒิศักดิ์ ทองเกิด ประธานกลุ่มพิทักษ์พีพี กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปิดอ่าวเพื่อฟื้นฟู แต่ควรทำตามประกาศคือเปิดในช่วงไฮซีซั่นวันที่ 1 พ.ย.นี้ไปก่อน เพราะผู้ประกอบการได้ทำสัญญากับนักท่องเที่ยวไว้แล้ว

เช่นเดียวกับ นายวัตรพล จันทโร ประธานชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะพีพี กล่าวว่า ความเสียหายของชายหาดมาหยาไม่ได้เกิดจากการท่องเที่ยว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และที่ผ่านมาทางอุทยานขาดการบริหารจัดการ เรือสปีดโบ๊ตจากต่างถิ่นที่มีใบอนุญาตเข้ามาจำนวนมาก แต่ไม่มีทุ่นเพียงพอและไร้การควบคุม

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายของทรัพยากรทางธรรมชาติในท้องทะเลอันสวยงามของไทย ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นที่ “อ่าวมาหยา” เป็นแห่งแรก แต่ยังคงมีให้เห็นมากมายที่ยังไม่ได้ “ล้อมคอก” ซึ่งหลายหน่วยงานของภาครัฐคงต้องบูรณาการทำงานร่วมกันวางแผนล่วงหน้า เร่งเข้าไปควบคุม ดูแล ฟื้นฟู แก้ไข ก่อนจะสายเกินแก้…

แต่เหนืออื่นใด กรมอุทยานฯคงต้องทำงานอย่างเป็น “มืออาชีพ” ที่มีประสบการณ์อันเชี่ยวชาญมากขึ้น เพราะการกำหนดวันปิด-เปิดเลื่อนไปเลื่อนมา และเลื่อนอย่างไม่มีกำหนดส่งผลกระทบไปถึงทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการขายแพ็กเกจทัวร์ที่ภาคเอกชนไปตกลงทำสัญญาไว้ล่วงหน้า ทำให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ และต่อภาพลักษณ์ในสายตาชาวต่างชาติกันไปถ้วนหน้า

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”