เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
Automotive ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ร่วง ท่ามกลางความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยง

12 ต.ค. 2561 | 18:51น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 8-12 ตุลาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (8/10) ที่ 32.83/84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (5/10) ที่ 32.83/85 บาท/ดอลลาร์ โดยธนาคารโลกได้ปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยได้ระบุว่าเศรษฐกิจของไทยในปี 61 จะขยายตัวร้อยละ 4.5 สูงขึ้นจากปีก่อน ก่อนที่จะเติบโตชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 3.9 ในปี 2562-2563 หลังพิจาณาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ความยากง่ายในการทำธุรกิจ การลงทุนภาครัฐ การปฏิรูประบบราชการ การออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบหลังมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนกันยายนปรับตัวดีขึ้นต่ำกว่าคาด หรือเพิ่มขึ้นเพียง 134,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นได้ถึง 185,000 ตำแหน่ง

ทั้งนี้กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่าตัวเลขการจ้างงานที่ลดลงในบางภาคอุตสาหกรรมนั้นเป็นผลมาจากพายุเฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ที่ได้พัดถล่มรัฐนอร์ธและเซาธ์แคโรไลน่าในเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานของสหรัฐปรับตัวลดลงสู่ระดับร้อยละ 3.7 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2512 ลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับร้อยละ 3.8 นอกจากนี้ ยังมีรายงานตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงของแรงงานปรับตัวสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือร้อยละ 0.3 ในเดือนกันยายนและเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบเป็นรายปี อีกทั้งออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่งยังได้เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 230,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 168,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการจ้างงานภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้น 185,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันหลังประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำมาก และเขาไม่ต้องการจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงแม้แต่เพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐไม่ต้องพบกับปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ พร้อมส่งสัญญาณว่าเขาต้องการให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง โดยกล่าวว่าดอลลาร์ที่ “แข็งค่ามาก” จะส่งผลให้ภาคธุรกิจเผชิญกับความยากลำบาก

นายทรัมป์กล่าวว่า “ดอลลาร์ที่แข็งค่าไม่ได้แปลว่าจะส่งผลดีในทุก ๆ ด้านโดยเฉพาะกับผู้ส่งออก ซึ่งในปัจจุบันค่าเงินดอลลาร์อยู่ในระดับที่แข็งค่ามาก ซึ่งสาเหตุหลักก็เกิดจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่รวดเร็วกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ และคิดว่าเฟดกำลังทำในสิ่งที่ผิด เพราะว่าเกิดขึ้นเร็วเกินไปและมากเกินไป

ทั้งนี้ในวันศุกร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.852% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงสู่ระดับ 3.172% หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 78 ปี ที่ 3.261% เนื่องจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจไม่เร่งความเร็วในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ในปี 2019 และในช่วงวันศุกร์ (12/10) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก โดยเตือนว่า ความตึงเครียดด้านการค้าที่ยังคงยืดเยื้ออาจฉุดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเอเชียลงราว 0.9% ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกำหนดนโยบายของประเทศต่าง ๆ ในเอเชียเร่งเปิดตลาดเสรี เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการส่งออกที่ทรุดตัวลง

ทั้งนี้ IFM ได้คงคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชยในปีนี้ที่ระดับ 5.6% แต่ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียในปีหน้าลงสู่ระดับ 5.4% ซึ่งลดลง 0.2% จากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเมษายน โดยปัจจัยที่กดดันการเติบโตของเศรษฐกิจในครั้งนี้ เนื่องจากผลกระทบของความตึงเครียดในตลาดการเงิน และการคุมเข้มนโยบายการเงินในบางประเทศ รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าระหว่างสหรัฐ และจีน ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.76-33.09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.76/32.78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของค่าเงินยูโรนั้น เปิดตลาดในวันจันทร์ (8/10) ที่ระดับ 1.1518/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (5/10) ที่ 1.1496/99 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตลาดยังคงจับตามองนโยบายทางเศรษฐกิจของอิตาลี โดยในวันจันทร์ (8/10) รัฐบาลอิตาลีได้ประกาศปรับลดเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณสำหรับปี 2563 และ 1564 ลง

สำนักข่าวชินหัวรายงานว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลอิตาลีเคยให้คำมั่นค่อประชาชนใน “สัญญา” ฉบับหนึ่งว่า รัฐบาลจะปรับลดภาษี สนับสนุนรายได้ขั้นพื้นฐานถ้วนหน้า และถอนแผนปฏิรูปเงินบำนาญที่ไม่ได้รับความนิยม ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องปรับเพิ่มเป้าหมายขาดดุลงบประมาณเพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายตามที่กล่าวไว้ได้ โดยนายจิโอวานนี ทริอา รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอิตาลี แถลงข่าวออกอากาศทางโทรทัศน์ระบุว่า รัฐบาลอิตาลีจะกำหนดเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณในปี 2562 ไว้ที่ร้อยละ 2.4 ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แต่รัฐบาลจะปรับลดเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณในปี 2563 ลงเหลือร้อยละ 2.1 และลดเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณในปี 2564 ลงเหลือร้อยละ 1.8 ของตัวเลข GDP ซึ่งการประกาศปรับลดเป้าหมายการขาดดุลดังกล่าวทำให้ตลาดคลายความกังวลของนักลงทุนในประเด็นเรื่องปัญหาหนี้ของอิตาลีลงได้บ้าง

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นภายหลังจากที่นายโดมินิค ราฟ รัฐมนตรีอังกฤษฝ่ายกิจการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า อังกฤษกับสหภาพยุโรป (EU) จะมีความก้าวหน้าในการทำข้อตกลงสำหรับการถอนตัวออกจาก EU ในการประชุมสุดยอดในสัปดาห์หน้า (17/18/10) อย่างไรก็ดี นายราฟกล่าวย้ำอีกครั้งว่า EU ควรจะประนีประนอมกับรัฐบาลอังกฤษ โดยพบกัน “ครึ่งทาง” ในประเด็นปัญหาที่ยากลำบากที่สุด โดยหนึ่งในอุปสรรคขัดขวางที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำข้อตกลง ได้แก่ ปัญหาเรื่องพรมแดนไอร์แลนด์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ขณะเดียวกัน นายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรปได้กล่าวเดช่นเดียวกันว่า มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงการถอนตัวกับทางสหราชอาณาจักรโดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับชายแดนของประเทศไอร์แลนด์ และขณะนี้สหราชอาณาจักรและสหภาพยุดรปได้เห็นพ้องกันในเงื่อนไขของการถอนตัว โดยความคืบหน้าคิดเป็น 80 ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ของข้อตกลงทั้งหมด ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1429-1.1610 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1585/1.1588 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนนั้น เปิดตลาดในวันจันทร์ (8/10) ที่ระดับ 113.69/71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (5/10) ที่ระดับ 113.88/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐในวันจันทร์ (8/10) ค่าเงินเยน
เคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากเป็นวันหยุดของตลาดการเงินของญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมาระบุว่าญี่ปุ่นพร้อมเปิดรับอังกฤษเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (TPP) หลังจากที่อังกฤษได้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU)

นอกจากนี้ นายอาเบะยังได้เรียกร้องให้อังกฤษและ EU ใช้การไตร่ตรองอย่างสุขุม รอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกโดยปราศจากซึ่งข้อตกลง และในช่วงท้ายตลาดค่าเงินเยนได้แรงหนุนหลังจากที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง ทำให้เกิดความต้องการซื้อเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนั้นธนาคารกลางญี่ปุ่นได้เปิดเผยว่าตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% สูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ที่ 2.9% ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.83-113.94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 112.28/112.33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ