ตลาดแข่งดุ”มินิโซ”เปิดเกมใหม่ รุกออนไลน์-เครื่องใช้ไฟฟ้าดันยอดหมื่นล.
“มินิโซ” ปรับแผนรับตลาดแข่งดุหลังคู่แข่งเพิ่ม-อีคอมเมิร์ซมาแรง หันเปิดแอ็กเคานต์ลาซาด้า-ช้อปปี้-เจดีชิมลางอีคอมเมิร์ซ พร้อมแตกไลน์อัพอาหารเครื่องดื่ม-เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก-สินค้าเทศกาลหวังย้ำโพซิชั่นวันสต็อปช็อปปิ้ง ด้านสาขาเดินหน้าผุดเพิ่ม 50 จุดใน 2 ปีรับดีมานด์สาขา กทม.-หัวเมือง ปั้นรายได้แตะหมื่นล้านใน 6 ปี
ตลาดร้านสเปเชียลตี้สโตร์หรือร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ซึ่งมีสินค้าหลากหลาย ทั้งแก็ดเจต ความงาม แฟชั่นของใช้ในบ้าน ฯลฯ กำลังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนจากร้านค้าหลากหลายแบรนด์ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั้งในและนอกห้าง ส่งผลให้การแข่งขันดุเดือด
“มินิโซ” สเปเชียลตี้สโตร์ลูกครึ่งจีน-ญี่ปุ่น หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่เร่งปรับกลยุทธ์ทั้งรุกช่องทางออนไลน์เพื่อเจาะลูกค้าต่างจังหวัด และขยายไลน์สินค้าเพิ่มกลุ่มอาหารเครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า หวังชูจุดแข็งวันสต็อปช็อปปิ้ง
ฮิตจัดผุดเต็มทุกพื้นที่
นายหวัง จวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงไท่ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้บริหารเชนร้านสเปเชียลตี้สโตร์แบรนด์ “มินิโซ” เปิดเผยถึงทิศทางตลาดและแนวทางธุรกิจช่วงโค้งท้ายและปีหน้ากับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดร้านสเปเชียลตี้สโตร์ในไทยมีโอกาสเติบโตสูง 7-8% ขึ้นกับสภาพเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันผู้บริโภคใน กทม.และ ตจว.นิยมร้านค้าแบบวันสต็อปช็อปปิ้ง เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าที่ต้องการใช้ร้านเป็นแม็กเนตดึงดูดลูกค้า สะท้อนจากจำนวนร้านที่ผุดขึ้นทุกพื้นที่และบางห้างมี 2-3 ร้าน รวมถึงต่างจังหวัดที่เริ่มมีสาขาของคู่แข่งเข้ามาเปิด
อย่างไรก็ตาม โอกาสและการเติบโตของผู้ประกอบการรายปัจจุบัน ส่งผลให้การแข่งขันราคา ไลน์อัพสินค้า และการชิงทำเลทั้งในและนอกห้างดุเดือดยิ่งขึ้น หลังผู้เล่นใหม่ทั้งไทย-เทศถูกดึงดูดเข้ามาต่อเนื่องจนปัจจุบันมี 7-8 ราย และคาดว่าจะเพิ่มอีกหลายรายในปีหน้า นอกจากนี้ยังต้องชิงเม็ดเงินกับอีคอมเมิร์ซที่มีข้อได้เปรียบด้านราคา การตลาด และความสะดวก รวมถึงมีสินค้าหลากหลายไม่แพ้กันอีกด้วย
รุกออนไลน์
สำหรับบริษัทเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือการแข่งขันทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยทดลองเปิดออฟฟิเชียลแอ็กเคานต์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 3 รายใหญ่ ทั้งลาซาด้า ช้อปปี้ และเจดี เซ็นทรัล ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 พร้อมโปรโมชั่น เช่น ส่งฟรีเมื่อยอดซื้อครบ 499 บาท รวมถึงทยอยเพิ่มสินค้าและจับตาผลตอบรับ ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการปีหน้า นับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปิดช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้เพื่อรับมือกระแสอีคอมเมิร์ซ รวมถึงเพิ่มโอกาสขายในกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดที่ยังไม่มีสาขาของร้าน
แตกไลน์สินค้า
ด้านหน้าร้านที่เป็นช่องทางหลักนั้น นางสาวพัชรวรรณ ชื่นฉาย ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด กล่าวว่า อธิบายว่า จะเดินหน้าอัพเกรด ทั้งจำนวนสาขา ไลน์อัพสินค้า กลยุทธ์การขาย และพนักงาน ชูจุดแข็งวันสต็อปช็อปปิ้ง โดยเพิ่มสินค้าใหม่กว่า 1,500-1,600 รายการต่อเดือน รวมถึงเพิ่มหมวดสินค้าใหม่ ๆ อย่างอาหารและเครื่องดื่มเริ่มขายสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า หลังเปิดตัวเครื่องไฟฟ้าชิ้นเล็ก-เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว อาทิ เครื่องปั่นน้ำผลไม้ไปก่อนแล้ว
เช่นเดียวกับสินค้าหมุนเวียนตามเทศกาลทั้งไทย-สากล อย่างฮัลโลวีน, ปีใหม่, สงกรานต์ ฯลฯ รวมถึงจัดโปรโมชั่น อาทิ แถมสินค้าเมื่อยอดซื้อครบตามกำหนด เพื่อรับกับเทรนด์สุขภาพและกระตุ้นการซื้อซ้ำด้วยความแปลกใหม่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมจัดอบรมเทคนิคการขาย เน้นย้ำจุดขายด้านความคุ้มค่าในราคาใกล้เคียงกับคู่แข่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการบอกต่อ
“ปกติบริษัทไม่เน้นจัดโปรโมชั่น แต่สาขาประเทศไทยจำเป็นต้องจัดหนักกว่าประเทศอื่น ๆ เพื่อรับมือการแข่งขันและดีมานด์ของผู้บริโภค โดยอาศัยข้อได้เปรียบในการเป็นบริษัทใหญ่มีสาขากว่า 74 ประเทศ จึงได้เปรียบคู่แข่งทั้งด้านต้นทุนและเงินทุน รวมถึงความหลากหลายของสินค้า”
สปีด 100 สาขา
สำหรับเป้าหมายในอนาคต นายหวัง จวิน ย้ำว่า อีก 2 ปีจากนี้เล็งเพิ่มสาขาเป็น 100 สาขา หรือเพิ่มเกือบเท่าตัว จากปัจจุบัน 55 สาขา ตั้งเป้ารุกหัวเมืองทั่วประเทศจังหวัดละ 2-3 สาขาขึ้นกับศักยภาพ เน้นทำเลที่มีทราฟฟิกสูงและมองเห็นร้านได้ง่ายทั้งในและนอกศูนย์การค้า โดยลงทุนเอง 100% สาขาละประมาณ 1-10 ล้านบาท ขึ้นกับขนาดร้าน
ขณะเดียวกันรับมือความท้าทายด้านค่าเช่า-และการแย่งชิงพื้นที่กับคู่แข่ง โดยชูสถานะแม็กเนต สามารถดึงดูดลูกค้าได้ประมาณ 2.5 หมื่นคนต่อวัน มียอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จประมาณ 200 บาทขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแผนขายแฟรนไชส์ เพราะต้องควบคุมคุณภาพร้าน การบริการและรักษาความรวดเร็วในงานบริหารเพื่อรับมือการแข่งขันดุเดือดในตลาด
ทั้งนี้มั่นใจว่าการปรับกลยุทธ์และการขยายสาขาเพิ่มเป็น 100 สาขา จะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าจาก 2.5 หมื่นคนเป็น 4.5-5 หมื่นคนต่อวัน รวมถึงสร้างรายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาทภายใน 6 ปี จากปัจจุบัน 3,000 ล้านบาท ครองตำแหน่งผู้นำตลาดร้านสเปเชียลตี้สโตร์ได้อย่างแน่นอน

