เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
Economic DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
Economic พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
Uncategorized ‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
Politics ‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
“อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
Economic “อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
BKP-สมาคมส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ” ลงนาม MOU ขยายความร่วมมือความยั่งยืน
Business BKP-สมาคมส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ” ลงนาม MOU ขยายความร่วมมือความยั่งยืน
LHMH รุกขยายพอร์ตโรงแรม ทุ่ม 4.3 พันล้านเปิดแบรนด์ “วอยาจ” บูมพัทยา
Business LHMH รุกขยายพอร์ตโรงแรม ทุ่ม 4.3 พันล้านเปิดแบรนด์ “วอยาจ” บูมพัทยา
กางเข็มทิศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ในสายตา ‘วิเชียร ฤกษ์ไพศาล’ ผ่านปรากฏการณ์ ‘เนเน่ รอยัล’
ไฮไลท์ประชาชาติ กางเข็มทิศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ในสายตา ‘วิเชียร ฤกษ์ไพศาล’ ผ่านปรากฏการณ์ ‘เนเน่ รอยัล’
วิริยะประกันภัย ปรับเกมกำลังซื้อ เจาะกลุ่ม ‘คนใช้รถ-บ้าน-SMEs’
Finance วิริยะประกันภัย ปรับเกมกำลังซื้อ เจาะกลุ่ม ‘คนใช้รถ-บ้าน-SMEs’
ดูทั้งหมด

“อุ๊คบี” ผนึก “เทนเซ็นต์” ก้าวใหม่สตาร์ตอัพต้นแบบคนรุ่นใหม่

17 ส.ค. 2560 | 21:31น.

ชื่อของ Ookbee อีบุ๊กแพลตฟอร์มสัญชาติไทย ก้าวไปไกลในระดับอาเซียน ถือเป็นสตาร์ตอัพในตำนานที่ปลุกกระแสให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการ และตั้งเป้าจะก้าวตามรอยความสำเร็จและความมั่งคั่ง “ประชาชาติธุรกิจ” พาอัพเกรดความสำเร็จล่าสุดของ “ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ

Q : แผนลงทุนเมื่อได้ซีรีส์ C

ธุรกิจที่ทำกับเทนเซ็นก็เปิดบริษัทใหม่ชื่อ ookbee U โดยคำว่า U มาจาก UGC (User generated content) เราก็จะมีคอนเทนต์จากมืออาชีพ เช่น สำนักพิมพ์ นิตยสาร และเปิดให้ทุกคนสามารถสร้างคอนเทนต์เองได้ ซึ่งได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2014 เพราะเราเห็นโอกาสที่จะเติบโตมากขึ้น

หลังจากตอนระดมทุนซีรีส์ A ได้อินทัช ซีรีส์ B เป็นนักลงทุนญี่ปุ่น ตอนนี้จึงจะขยายบทบาทให้เราเป็นมากกว่าร้านหนังสือ เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ทั้งผู้ใช้และผู้สร้างคอนเทนต์อยู่ด้วยกัน และให้ใครก็ได้สร้างคอนเทนต์ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นอีบุ๊ก แต่เป็นได้ทั้งวิดีโอ เสียง หนังสือ

Q : ทำไมถึงเลือกเทนเซ็นต์

เป็น strategic investor เขามีธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ช่วยได้มากกว่าเงินลงทุน มีธุรกิจที่ทำด้วยกันได้ แต่เทนเซ็นต์เป็นเพลเยอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เช่น เกม นิยาย วิดีโอ การ์ตูน ก็จะตรงกับที่เราทำ โดยเทนเซ็นจะมาถือหุ้นใน ookbee U เท่าไรนั้นไม่ได้เปิดเผย แต่ผู้บริหารก็ยังเป็นส่วนใหญ่อยู่

ที่เห็นชัดจะคือคอนเทนต์ เทนเซ็นต์มีนิยายจีนที่ได้รับความนิยม ก็นำมาแปลได้ และนำของไทยไปแปลขายได้ แล้วยังมี Joox ที่อาจจะเป็นแชนเนลหนึ่งที่เราเอาศิลปินของเราไปโปรโมต

โดยโครงสร้างคือ เราเปิดบริษัทใหม่ แล้วเทนเซ็นต์ก็นำเงินเข้ามาในบริษัทใหม่ เหมือนการเพิ่มทุน โดยเราไม่ได้ลงเงินแต่ได้หุ้น ที่ต้องแยกบริษัทใหม่เพราะ conflict นิดหน่อย คือถ้าเป็นบริษัทเดียวกัน ขายหนังสือด้วย ดึงนักเขียนไปเขียนขายในแอปเดียวกันด้วย เลยพยายามแยกเป็นแอปใหม่ เว็บใหม่

Q : ผู้ถือหุ้นเดิมยังอยู่

ยังอยู่ใน Ookbee เหมือนเดิม และก็มาอยู่ในบริษัทใหม่ด้วย ทุนทั้งหมดน่าจะเกินพันล้านไปแล้ว

Q : เคยทำอีคอมเมิร์ซ

ช่วงระดมทุนซีรีส์ B แบ่งเงิน 2 ก้อน ก้อนหนึ่งทำเรื่องดิจิทัล อีกก้อนเปิดบริษัทใหม่ทำอีคอมเมิร์ซ ช่วงนั้นอีคอมเมิร์ซกำลังขาขึ้น เรามองว่าฐานลูกค้า Ookbee มีเยอะกว่าและเป็นดิจิทัลอยู่แล้วด้วย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราดันไปขายของเหมือนๆ กับเขา เพราะอยากเร่งโต ทีนี้ก็แข่งกันว่าใครถูกสุด เข้าไปในเกมลดแลกแจกแถม เงินหมดเร็วมาก ธุรกิจอีคอมเมิร์ซบ้านเรายิ่งขายยิ่งขาดทุน เพราะ subsidize ดึงลูกค้าเข้ามาหวังให้ซื้อซ้ำ ถ้าจะทู่ซี้ระดมทุนอีกก็อาจจะได้ แต่มันไม่ง่ายและไม่ใช่อีกแค่ 2?3 ปี แต่ต้องระดมทุนไปเรื่อย ๆ ก็ไม่อยากให้ส่วนนี้มาดึงเรา ก็ได้บทเรียน คือเรามีความสามารถในการระดมทุน ก็เลยทำซะใหญ่ คือ จ้างคนมาเป็นร้อย ถ้ากลับไปแก้ไขได้ ก็จะแก้สเกลที่ทำใหญ่เกินไป เราจะเจ็บตัวน้อยกว่านี้มาก

Q : ใต้ ookbee U จะมีอะไรบ้าง

มีสตอรี่ ล็อก, อุ๊คบี คอมมิกส์, เว็บนิยายธัญวลัย, ซีแชนเนล, ฟิกชั่น ล็อก, ฟังใจ และอาจจะมีอีก 2 อย่างที่จะมีในปีนี้ ก็จะมีเพลง นิยาย คลิปวิดีโอ เรื่องเล่า ซึ่งต่อไปอาจจะมีเป็นถามตอบและข่าว ซึ่งกำลังมาดูโมเดลว่าจะทำอย่างไรให้คนมีส่วนร่วม สำหรับโครงสร้างรายได้จะมี 2 ส่วน คือ 1. ค่าโฆษณา 2. การขายคอนเทนต์

ทุกวันนี้มีคนใช้อย่างน้อยเดือนละครั้งอยู่ 6 ล้านคน เราพยายามขยายผลิตภัณฑ์หรือตลาด เจาะให้มากขึ้น ดูว่าตรงไหนเป็นคอนเทนต์ที่ลูกค้ายอมจ่าย ก็จะเป็นรายได้นอกจากโฆษณา แต่ช่วงแรกก็ต้องใช้ฟรีก่อน แล้วเรายังมีวิดีโอคอนเทนต์รวมกันอีกพันล้านนาที มีแอ็กทีฟยูสเซอร์ 6 ล้านต่อเดือน ตั้งเป้า 10 ล้านในสิ้นปี ส่วนผู้สร้างคอนเทนต์ตอนนี้มีประมาณเกือบ 3 แสน ตั้งเป้า 5 แสนคนในสิ้นปี ส่วน C-Channel คอมมิวนิตี้วิดีโอไลฟ์สไตล์ของผู้หญิง ก็มีผู้ใช้เกือบ 9 ล้านคน แต่เราไม่ได้มองว่าจะเป็นคู่แข่งยูทูบหรือเฟซบุ๊ก แต่เป็นตัวแทนพับลิชเชอร์ ที่ขายคอนเทนต์ และพยายามสร้าง UGC ที่ต่างประเทศ

Q : Ookbee กี่ปีแล้ว

5 ปี จดบริษัทตั้งแต่ปี 2012 แต่ก่อนหน้านั้นรันอยู่ในบริษัทที่ตั้งเอง ใช้ชื่อว่า ไอทีเวิร์ค ประมาณ 1 ปี และเริ่มไปต่างประเทศราวปี 2014 ซึ่งได้บทเรียนเยอะ การจะทำสตาร์ตอัพให้เวิร์กก็ยาก นี่ยังต้องทำพร้อมกัน 2 ประเทศก็ยิ่งยาก เพราะแต่ละแห่งมีปัจจัยต่างกัน ผู้ใช้ก็ต่าง แต่ก็ยังง่ายกว่าคนอื่น เพราะเราเป็นเว็บเป็นแอปอยู่บนออนไลน์

Q : มองว่าประสบความสำเร็จ

ยังครับ คือสตาร์ตอัพอย่างอุ๊คบียังเพิ่งเริ่มมาก ๆ ใน 4-5 ปีที่ผ่านมา เราอาจจะงงอยู่ด้วยซ้ำว่าจะทำอะไร และอีบุ๊กไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิด เพราะคนเลิกอ่านกระดาษไปอ่านเฟซบุ๊ก ไม่ได้ขวนขวายหาอีบุ๊ก ดังนั้นที่เราทำก็เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ของคนที่อยากอ่านกระดาษแต่อ่านอีบุ๊กเพราะประหยัดกว่า ดังนั้นคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือก็จะไม่ซื้อ เด็ก ๆ เขาไม่ได้เกิดมาในเจเนอเรชั่นนี้แล้ว ดังนั้นเราจึงต้องสร้าง ookbee U ขึ้นมาเชื่อมกับคนรุ่นใหม่


Q : อีบุ๊กช่วยให้สิ่งพิมพ์อยู่ได้ไหม

ไม่ได้ช่วยให้ใครรอดหรอก แค่ต้นทุนการผลิตอาจจะลดลง อาจจะได้กำไรเยอะขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าธุรกิจจะพลิกกลับมาสดใส สเกลมันเท่าเดิม เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ได้เข้ามาในส่วนนี้เลย อาจจะมีส่วนน้อยที่มาซื้อเพราะอยากเก็บสะสม

Q : ถึงต้องมี ookbee U

ตอนนี้มันมีทางเลือก เราจึงต้องไปในจุดที่คนอยู่และปรับโมเดล อย่างมีคนเขียนนิยาย เวลาอ่านก็จะเสียเงินตอนละ 3 บาท ซึ่งเดือนนี้มีเด็กที่เขียนได้เงิน 4 แสนบาท และมีแบบนี้เป็นพันคน โดยการเก็บแค่ตอนละ 3 บาท และไม่ได้เป็นนักเขียนมืออาชีพ ส่วนใหญ่อายุ 18?20 ปี คือ ตลาดมันใหญ่กว่าเดิม โดยตัดตัวกลางออกไป มีแค่คนเขียนและคนอ่าน การมาถึงของ digital disruption มันใหญ่กว่าเดิม เปลี่ยนรูปแบบการใช้การทำงาน ซึ่งเราก็พยายามแยกโซนสำหรับแต่ละกลุ่ม ไม่ได้เน้นแต่วัยรุ่น

Q : รายได้ Ookbee

ก็หลายร้อยล้าน มีคน 300 กว่าคน เนื่องจากมีหลายบริษัท รวมทั้งที่ต่างประเทศ เพื่อน ๆ 4-5 คนที่ก่อตั้งก็ยังอยู่ครบ

Q : สตาร์ตอัพไทยจะเจอฟองสบู่

ฟองสบู่มันหมายถึงว่าใหญ่ซะจนแตก แต่ตอนนี้ยังมีน้อย มีแค่กระแส ซึ่งต้องแยกระหว่างบริษัทเปิดใหม่กับเทคสตาร์ตอัพ เทคสตาร์ตอัพจำเป็นต้องมีเพื่อแก้ปัญหาให้คน และรับมือ digital disruption ซึ่งมันจะเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีคนกลุ่มนี้ แต่ถามว่ามีการสนับสนุนพอหรือยัง มองว่ายัง เพราะยังไม่มีสตาร์ตอัพที่แข่งกับต่างประเทศได้

Q : ขาดการสนับสนุนตรงไหน

ยังมีการกำกับดูแลแปลก ๆ เอากฎหมายมาเบรก โลกไปถึงไหนแล้ว คือ ต้องสร้างกฎหมายให้เหมาะสมกับปัจจุบัน ส่วนเรื่องคนเป็นปัญหามานาน ซึ่งแก้ในระยะสั้นไม่ได้ ต้องปูพื้นฐานกันแต่เด็ก แต่รัฐบาลช่วยได้ในเบื้องต้นได้ เช่น เปิดกฎหมายให้ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติเข้ามาไทย ก็ต้องเปิดรับอะไรมา ถ้าอยากแข่งขันกับต่างประเทศ ซึ่ง 2 เรื่องนี้เอกชนทำเองไม่ได้

Q : กองทุน 500 tuktuk ทำส่วนตัวไม่เกี่ยวกับอุ๊คบี

ใช่ครับ ตอนนี้ลงไปประมาณ 37 บริษัท ตอนนี้ก็มีหลาย ๆ เจ้าที่ดี อาจจะมีโฮลดิ้งอยู่สิงคโปร์ เพราะกฎหมายที่ไม่อำนวยต่อการเป็นสตาร์ตอัพ ซึ่งเรื่องแบบนี้เรารอไม่ได้ เช่น จ้างคน ดังนั้นเราก็ต้องไป อย่างอุ๊คบีเป็นบริษัทไทย แต่ถ้าบวกลบแล้วไปอยู่สิงคโปร์ มันก็ดีกว่าหมด ดังนั้นถ้าอยากทำให้โตรัฐก็ต้องช่วย ส่วนเป้าหมายก็อยากจะลงทุนให้ได้สัก 100 บริษัทภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยไม่ได้มีโฟกัสว่าต้องเป็นธุรกิจแบบไหน โดย 37 บริษัทนี้มีมูลค่าประมาณ 100?200 ล้าน แต่กองแรกเรามีเงิน 550 ล้าน ก็ยังไม่ถึงครึ่งเลย ซึ่งไม่มีทางฟองสบู่แตกแน่นอน เพราะกำไรของสตาร์ตอัพทั้งประเทศรวมกันยังไม่เท่ากำไรของเอไอเอส 1 ไตรมาสเลย

Q : คำแนะนำสำหรับสตาร์ตอัพ

1. ต้องมีคนทำเทคนิคที่รู้จริง 2. ต้องรู้เรื่องธุรกิจ 3. เรื่องดีไซน์ที่ต้องสื่อสารให้คนเข้าใจง่าย ๆ รวมถึงต้องมีอีคิว ธุรกิจสตาร์ตอัพต้องลองจากเล็ก ๆ และทำไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ก็ทำใหม่ จุดแข็งของสตาร์ตอัพคือเล็กและเร็ว ล้มได้ลุกเร็ว และต้องอดทน ต้องเข้าใจว่า 80% ที่ทำมันเจ๊ง แต่ก็แค่ทำใหม่ แล้วอย่ามองว่าตลาดใหญ่ได้แค่ 1% ก็มากแล้ว เพราะของจริงมันไม่มีหรอก ตลาดใหญ่กับธุรกิจคุณมันเป็น 2 เรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน ดังนั้นไม่ควรมองในมุมมุมเดียว และอะไรที่ดีก็ทำซ้ำ คือเราต้องมีภาพใหญ่ที่อยากจะเป็น พอจะทำอะไรแปลก ๆ ก็ต้องกลับมาคิดว่า แล้วมันเกี่ยวกับสิ่งที่อยากจะเป็นไหม ถ้าไม่เกี่ยวอย่าทำ

Q : เป้าหมายส่วนตัว

อยาก exit ให้เป็นเคสตัวอย่าง ตอนนี้เหลืออีก 3?4 ปีที่คิดไว้ ส่วนของกองทุน 500 tuktuk ก็อยากให้มีบริษัทที่ใหญ่กว่าเราเยอะ ๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตาร์ตอัพ เทนเซ็นต์