เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

นิธิ ภัทรโชค Win Win โมเดลค้าชายแดน

17 ส.ค. 2560 | 21:55น.

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญที่จะคอยรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการด้วยกัน และร่วมมือกับภาครัฐในการช่วยผลักดันและพัฒนาให้อุตสาหกรรมไทยแข็งแกร่ง “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “นิธิ ภัทรโชค” รองประธาน ส.อ.ท. ซึ่งรับผิดชอบงานสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ งานโลจิสติกส์ งานส่งเสริมการค้าชายแดน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ถึงทิศทาง แผนงาน ที่จะช่วยผู้ประกอบการขับเคลื่อนต่อไป

Q : 1 ปีที่เข้ามาทำอะไรไปบ้าง

เริ่มทำแผนระยะสั้นที่ทำให้เกิดผลเร็ว เช่น 1. การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การค้าชายแดน 2.การสำรวจเส้นทางทำให้ผู้ค้าขาย และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ (Logistics Service Provider-LSP) มีความมั่นใจที่จะไปทำธุรกิจ และ 3.การดูงาน จัดอบรมสัมมนา เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถทำธุรกิจระหว่างกันได้

Q : แผนระยะยาวที่วางไว้

แผนระยะยาวเป็นเรื่องนโยบายการค้าจะทำอย่างไรให้เพิ่มมากขึ้น และทำให้เกิดความยั่งยืน การที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะทำอย่างไรให้เกิดขึ้นและยั่งยืน ต้องมาพิจารณาว่า อุปสรรคคืออะไร ทางด้านโครงสร้างหรือไม่ เรื่องความสะดวก เช่น ยังมีปัญหาเรื่องพิธีการศุลกากรกฎหมาย กฎระเบียบทั้งฝั่งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และอีกประการ คือ การพัฒนาคนด้านโลจิสติกส์ ปัจจุบันมีปัญหาขาดแคลนภาคธุรกิจต้องการประมาณ 30,000-40,000 คน แต่ตอนนี้ผลิตได้หลักพันคน ทั้งนี้ การพัฒนาคนต้องพัฒนาทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ

Q : ส.อ.ท.มีแผนเปิดหลักสูตรเอง

ในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน 2560 กำลังจะเปิดหลักสูตร “นักการค้าอุตสาหกรรมชายแดนรุ่นใหม่” มีระยะเวลาฝึกอบรม 5 วัน โดยเปิดรับสมัครรุ่นละ 30 คน เริ่มที่ประเทศเมียนมาก่อน โดยจะนำนักธุรกิจรุ่นใหม่ อายุประมาณ 30-40 ปี จากทั้งฝั่งไทยและเมียนมา เข้ามาอบรมเรียนรู้ พัฒนา เวิร์กช็อปด้วยกัน ทั้งเรื่องธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ และวัฒนธรรม เมื่อรู้จักกัน เป็นเพื่อนกันแล้ว ค่อยพัฒนาไปสู่การทำธุรกิจการค้าร่วมกันในอนาคต โครงการนี้จะให้ความรู้อย่างจริงจัง ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะมีการเดินทางไปเวิร์กช็อปด้วย สำหรับนักธุรกิจทั่วไปที่สนใจเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เรามีโครงการร่วมกับสภาธุรกิจไทย-เมียนมา นำคนที่มีประสบการณ์ ความรู้เรื่องการลงทุน การค้าขายในประเทศเมียนมามาให้คำแนะนำ จับคู่ธุรกิจผู้ซื้อกับซัพพลายเออร์ในเมียนมา โครงการลักษณะดังกล่าวนี้ต้องทำต่อเนื่องจะเกิดพัฒนาการซื้อขายต่อไป

Q : การผลักดันการค้าชายแดน

การค้าชายแดนเป็นสิ่งที่ช่วยเศรษฐกิจไทย เพราะปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตมาก ถ้าประเทศไทยไม่ทำให้มีการค้าขายได้สะดวก ไม่ทำเรื่องโลจิสติกส์ให้คล่องตัว การค้าจะไม่เติบโต จะเห็นได้จากบางด่านมีการค้าติดลบทั้งที่เศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านเติบโต ซึ่งไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะสินค้าส่วนใหญ่ของประเทศไทยเป็นที่ต้องการ เป็นที่นิยมของประเทศเพื่อนบ้าน และเราอยู่ใกล้ จริง ๆ ถ้าประเทศเพื่อนบ้านเติบโต 5% การค้าขายของไทยควรจะเติบโต 5-7% คือควรเติบโตมากกว่า เพราะฉะนั้นการที่การค้าชายแดนไม่ขยายตัวและติดลบขึ้นมา แสดงว่าต้องมีอุปสรรคอะไรบางส่วนที่เราต้องเร่งแก้ ไม่อย่างนั้นไทยจะเสียโอกาสไป เช่น เวลาในการเปิด-ปิดด่าน บางด่านต้องการให้เปิด-ปิดเวลาเท่ากัน ตอนนี้พยายามจะเข้าไปช่วยผลักดันให้เกิดความสะดวกในการทำการค้า ผมคิดว่าภาครัฐเข้าใจปัญหานี้ เรื่องโลจิสติกส์ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การค้าสะดวกไปได้ ส่วนเขตเศรษฐกิจพิเศษถือเป็นจุดที่จะดึงให้การค้าชายแดนขยายตัว

Q : การเปิดเสรีขนส่งระหว่างประเทศ

มีการเซ็น MOU ไปแล้ว ยกตัวอย่างเรื่องการแลกเปลี่ยนจำนวนรถบรรทุกระหว่างกันไปได้พอสมควร ยกเว้นที่เมียนมายังไม่พร้อม ยังไม่อนุญาตให้รถบรรทุกไทยวิ่งเข้าไปในเมียนมาได้ จึงเริ่มทดลองด้วยการวิ่งข้ามไปเมียนมาถอดหางเอาไว้ แล้วฝั่งเมียนมาจะเอาหัวรถมาลากไปส่งยังปลายทาง อย่างมากรถบรรทุกของไทยข้ามไปได้แค่เมียวดี แต่ไม่ให้ทะลุเข้าไปมากกว่านั้น เพราะเมียนมาเพิ่งเริ่มเปิดประเทศ เพราะฉะนั้นมีความเชี่ยวชาญเรื่องการขนส่งน้อยกว่าผู้ประกอบการไทย พอเปิดประเทศกลายเป็นผู้ประกอบการคนไทยเข้าไปรับขนส่งหมด จึงไม่ยอมให้เข้าไป ดังนั้นทางออกตรงนี้ต้องเริ่มจากจุดที่ Win Win ทั้ง 2 ประเทศก่อน หากคนทำธุรกิจในเมียนมาเข้มแข็งขึ้น ก็จะง่ายในการเจรจาที่จะวิ่งทะลุไปได้ บางอย่างต้องใจเย็น เริ่มจาก Win Win และนำไปสู่การเปิดเสรีที่แท้จริงให้เกิดขึ้น อันนี้ต้องทำเป็นสเต็ปไป ผมว่าตรงนี้สำคัญ

Q : เขตเศรษฐกิจชายแดนไม่เวิร์ก

เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่ภาครัฐประกาศมีศักยภาพในระยะยาว ถ้าเกิดเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านเติบโตจะมีศักยภาพ แต่ต้องหาจุดที่เหมาะสม หรือว่าจุดที่เกิดแล้ว Win Win จริง ๆ ทุกประเทศเพื่อนบ้านก็มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ต้องดูว่า ใครลงทุนฝั่งไหนแล้วจะได้อะไร จริง ๆ สามารถอยู่ร่วมกันได้ หากจะดีไซน์ให้ดี เช่น สมมุติค่าแรงของประเทศเพื่อนบ้านถูก ขณะที่ฝั่งไทยมีเทคโนโลยี ก็ส่งชิ้นส่วนที่เป็นไฮเทคโนโลยี ไฮแวลู แล้วนำไปประกอบที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และขนกลับมาส่งออกที่ประเทศไทยได้ เพราะเรามีท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมีความได้เปรียบกว่าที่จะไปส่งออกในทางทะเลของประเทศเพื่อนบ้าน ต้องใช้จุดแข็งของแต่ละฝั่งทำให้เกิดได้และยั่งยืน ไทยอย่าไปทำทุกอย่างคนเดียวหมด บางอย่างผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ บางอย่างแข่งขันไม่ได้ อย่างการทำ EEC เป็นการรวมจุดแข็งทั้งหมดเข้ามา และต่อยอด New S-curve เราควรใช้โมเดลตรงนี้ไปสร้างที่อื่นต่อ สุดท้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผลที่ได้จะร่วมกัน อย่างสหภาพยุโรปใช้เวลาหลายปี ขอให้มีกระบวนการที่ต่อเนื่องมีฟีดแบ็ก และพัฒนาไป ทุกประเทศที่เข้ากระบวนการนี้ได้รับประโยชน์

Q : รัฐบาลต้องปรับวิธีคิด

อาจจะต้องปรับโมเดลใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา ให้เกิด Win Win ขึ้น ผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้านจะเกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างไร ส่วนหน้าที่ ส.อ.ท.ไม่ใช่ฟังปัญหามาอย่างเดียว แล้วไปบ่นกับหน่วยงานภาครัฐ แต่เราจะมากลั่นกรอง วิเคราะห์หาทางออก นำมาจัดลำดับความสำคัญไปเสนอรัฐบาล เป็นบทบาทที่เราทำได้ เพราะไม่อย่างนั้นรัฐบาลอาจจะไม่ค่อยอยากฟัง เพราะฟังมาเยอะแล้ว ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร โมเดลที่การทำงานที่เวิร์กต้องประกอบด้วย 3 ฝ่าย เอกชน รัฐบาล และภาคการศึกษา ต้องเวิร์กด้วยกัน เพราะเอกชนไม่ได้เก่งหมด เอกชนรู้ปัญหา รู้ว่าจะทำธุรกิจอย่างไร รัฐบาลรู้ว่าจะสนับสนุนเรื่องอะไร จะแก้กฎหมายได้ แต่ไม่รู้เรื่องเทคนิค ต้องมีคนเข้าไปศึกษา ให้ความเห็นเรื่องวิชาการ จัดลำดับความสำคัญ แต่ถ้า 3 ฝ่ายนี้มาร่วมมือกันอย่างจริงจัง น่าจะเป็นทางออกที่ดี

Q : นโยบายที่จะสร้างประโยชน์ต่อเชื่อมกับ One Belt, One Road ของจีน

One Belt, One Road จะพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งในแถบนี้ไป การขนส่งของโลกจะเปลี่ยน เราต้องติดตามและต้องเชื่อมต่อ โมเดลของจีนที่ทำมา จีนพยายามเชื่อมโยงการค้า พอเกิดการเชื่อมโยงเป็น Win Win จีนเริ่มเข้าไปในลาว ตอนแรก ๆ ทำให้มีการมองเรื่องใครได้ผลประโยชน์การค้ามากน้อยที่ต่างกัน มีการถกเถียงกัน แต่ตอนนี้ลงตัว เหมือนไทยจะเข้าไปต้องดูผลประโยชน์ตรงนี้ให้ลงตัวทั้งสองฝ่ายก็ได้ จุดสำคัญที่เรามองต่อไป เป็นโลจิสติกส์สำหรับอีคอมเมิร์ซ คือต่อไปตลาดจีนใหญ่ ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ใหญ่ เพราะฉะนั้นเรื่องอีคอมเมิร์ซหลีกไม่พ้น การค้าขายมาทางอีคอมเมิร์ซมากขึ้น การขนส่งสินค้าจากตลาดอีคอมเมิร์ซ ต้องมีระบบใหม่มารองรับระบบขนส่งย่อยระหว่างอาเซียนกับจีน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โลจิสติกส์